"โธ่เอ๋ยแม่นางนกขมิ้น เจ้ามาทิ้งถิ่นบินไปแห่งใดเล่าเอย ปล่อยให้หลงเฝ้าชื่นเชย ลืมกรงทองของเจ้าเลย...
เช้ามืดประมาณตีสี่ของทุกวัน แม่จะทำหน้าที่ปลุกลูก ๆ ตั้งแต่คนโตสุดลดหลั่นลงไปเรื่อย ๆ จนถึงคนสุดท้องตามลำดับความสำคัญของงานในหน้าที่การเริ่มต้นของเช้าวันใหม่ตามเวลาก่อนหลัง แม่จะมีวิธีปลุกลูกหลายรูปแบบ เริ่มต้นด้วยการกระแอมแล้วลุกขึ้นจุดตะเกียงให้มีแสงสว่าง จากนั้นเริ่มเรียกลูกสาวคนโตที่ชื่อพี่เตือน ต่อด้วยคนรองชื่อเจ๊แต๋วต้องเข้าครัวเพื่อเตรียมหุงหาอาหาร แต่ถ้าเรียกแล้วไม่มีการตอบรับ แม่ก็จะใช้วิธีแบบประชิดตัวส่วนใหญ่แล้ววิธีนี้ก็จะใช้กับผู้เขียนกับน้อง ๆ เพราะไม่อยากตื่น วิธีนี้ก็คือจี้เอวให้เราจักจี้ "ต้อยเอ๊ย..เช้าแล้วลูก..ถ่านกำลังร้อน..เดี๋ยวสายลูก" เสียงแม่บอกเตือนลูกอย่างอ่อนโยน และเร่งเร้ากระตุ้นให้ลูกตื่น หน้าที่ของผู้เขียนก็ต้องรีบตื่นเพราะต้องเตรียมอุปกรณ์รีดผ้าสำหรับรีดชุดนักเรียนเพื่อไปโรงเรียนที่อยู่ในอำเภอ ซึ่งใช้ระยะเวลาในการเดินทางพอสมควร การเดินทางก็ค่อนข้างลำบาก
แสงเปลวไฟจากตะเกียงที่ตั้งอยู่กลางบ้าน..ส่งแสงรำไรฝ่าความมืดสลัว..เมื่อเพ่งมองก็จะเห็นผู้หญิงวัยกลางคนนั่งชันเข่าขึ้นข้างนึง..กำลังจักตอก(ตอก=เป็นการใช้มีดผ่าเอาเนื้อไม้ไผ่ออกเป็นเส้นบาง ๆ ) สำหรับไว้มัดกล้า(ต้นข้าวที่พร้อมจะปักดำ)ให้เป็นมัด ๆ หรือที่เรียกว่า มัดกล้าสำหรับใช้ปักดำ มีเจ้าบอด..แมวสามสีตาบอดตาใสนั่งหลับอยู่ข้าง ๆ (เค้ารักกันมาก คือ แม่กับแมว) เสียงเพลงจากวิทยุทรานซิสเตอร์ที่วางอยู่ข้างหน้าแว่วคลอเบา ๆ "โธ่เอ๋ยแม่นางนกขมิ้น..เจ้ามาทิ้งถิ่นบินไปแห่งใดเล่าเอย..ปล่อยให้เขาเฝ้าชื่นเชย ลืมกรงทองของเจ้าเลย...." รู้ว่าคุณสมยศ ทัศนพันธ์เป็นผู้ขับร้อง ซึ่งมักจะได้ยินจากวิทยุเครื่องเดิม ในที่เดิม และเวลาเดิมแทบทุกวัน..เป็นภาพที่ผู้เขียนนึกถึงแล้วหลับตา..ภาพนี้ชัดเจนทุกครั้ง
เดินถัดมามองเข้าไปในครัวจะเห็นพี่สาวกำลังสาละวนอยู่กับการเตรียมทำกับข้าว "ต้อยเร็วถ่านกำลังแดง..เดี๋ยวมอดหมด" พี่สาวเตือนเหมือนเป็นการกระตุ้นน้องให้เร่งรีบกว่านี้..ผ้าห่มผืนหม่นถูกพับเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแล้วพับผ้าถุงของแม่ ซึ่งจะผ้าโทเลปูทับลงอีกชั้นสำหรับใช้เป็นผ้ารองรีด จะทำให้การรีดผ้าเนียนและดูเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น
ผู้เขียนคีบถ่านแดง ๆ ที่อยู่บนเตาลงใส่ไปในเตารีดตาไก่ สิ่งที่ต้องเตรียมไว้ก่อนล่วงและขาดไม่ได้ในการรีดผ้าแต่ละครั้งก็คือ จานหนึ่งใบเพื่อสำหรับคว่ำลงเป็นที่รองเตารีด ถ้วยใส่น้ำสำหรับพรมผ้าที่จะรีด และสิ่งที่จะขาดไม่ได้ในการรีดผ้าทุกครั้งก็คือใบตองใช้สำหรับรองรีดเพื่อทดสอบความร้อนของเตารีดและช่วยให้รีดลื่น กลิ่นหอมของใบตองก็มักจะติดเสื้อนักเรียนและกระโปรงแทนน้ำปรุงน้ำหอมอะไรเทือกนั้นเสมอ แฮ่ะ..แฮ่ะ..กลิ่นเฉพาะตัว..ให้นึกถึงกลิ่นข้าวเหนียวห่อใบตองปิ้ง..อิ..อิ..ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพื่อน ๆ ที่เรียนด้วยกันจะจำกลิ่นใบตองปิ้งจากเสื้อผ้าของผู้เขียนได้รึเปล่า..ฮา..
"ต้อย..ดูหม้อข้าวด้วยเดี๋ยวลงไปเก็บใบกะเพราก่อน" พี่สาวตะโกนเรียก ผู้เขียนจึงต้องรีดผ้าไปดูหม้อข้าวที่กำลังเดือดไปด้วย สมัยก่อนยังต้องหุงแบบเช็ดน้ำ เพราะที่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ จำได้ว่ากำลังเรียนอยู่ ชั้นม.3..หุงข้าวเสร็จพร้อมกับผ้าที่รีดก็เสร็จเรียบร้อย กระโปรงสมัยก่อนรีดกลีบคมมาก..เงาวับ..ทุกวัน แต๋วรับหน้าที่ทำกับข้าวต่อ ผู้เขียนต้องรีบไปอาบน้ำแต่งตัวและต้องกินข้าวก่อนไปโรงเรียน..ดูเหมือนว่าต้องรีบทุกขั้นตอน..เพราะจะต้องออกไปนั่งรถประจำทางที่ถนนเส้นนอก แต๋วจึงมีหน้าที่ขับรถเครื่อง(มอเตอร์ไซด์) ไปส่งขึ้นรถและไม่ลืมที่จะห่อข้าวให้น้องทุกวัน และสิ่งที่ผู้เขียนปฏิบัติไม่เคยลืมก่อนจะไปโรงเรียนทุกเช้าตั้งแต่เล็กจนโต..จะต้องไหว้พ่อแม่ก่อนไปโรงเรียนเสมอ..วันนี้ก็เช่นกัน..ตอนนี้พ่อกับแม่อยู่ท้องนาหน้าบ้าน..ผู้เขียนก็วิ่งไปไหว้ก่อน..พี่สาวสตาร์ทเครื่องรถรอ..
ทุกครั้ง..เมื่อได้ยินเพลงนี้ครั้งใด..ผู้เขียนเป็นอันต้องหยุดอยู่กับที่ และหากเป็นไปได้ก็จะยืนฟังจนจบ และหากเวลาที่ได้กลิ่นใบตองไหม้ทีไรก็หวนนึกถึงใบตองรองเตารีดทุกคราไป เพราะ..ให้รู้สึกคิดถึงป้าเหรียญ..แม่ของลูกจับจิตเสมอ..และทุกครั้งก็มักจะรู้สึกว่ากำลังจุกอยู่ที่ลำคอ..ซึ่งผู้เขียนก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไม..เป็นแบบนี้ทุกครั้ง..น้ำตาแห่งความผูกพันผสมกับความคิดถึง..มันมากมายเกินคณานับจริง ๆ..รักแม่เน้อ..

ขอบพระคุณทุกท่านค่ะ..ที่แวะมารับรู้เรื่องราวความทรงจำอันมีค่าของผู้เขียน..
สวัสดีค่ะ..
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ
ตามมาอ่านบรรยากาศเก่าๆๆ เป็นเรื่องที่มีความสุขมากๆๆๆๆ สบายดีนะครับ
อยากเห็นรูปป้าเหรียญ มีไหมครับ เห็นรูปจ่าเลื่อนแล้ว อยากเห็นป้าเหรียญๆๆๆ
สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ
กลับมาอวยพรวันสงกรานต์ครับ
อำนวย อวยพร ปีใหม่
สงกรานต์ ไทยไทย ให้สุขศรี
เกษมสุข ทุกข์ภัย อย่าได้มี
สวัสดี วันสงกรานต์ เบิกบานใจ
สวัสดีค่ะ