จิตวิทยาการขอ, กุศโลบาย

สวัสดีค่ะ ใกล้ถึงวันสงกรานต์แล้วนะคะ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับวันหยุดและเดินทางปลอดภัยกันถ้วนหน้านะคะ

 

วันนี้อรมีเรื่องของคุณตาข้างบ้านวัย 90 มาเล่าให้ฟังค่ะ คุณตามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี แต่ด้วยที่ท่านเป็นคนที่ค่อนข้างวิตก กังวล เกี่ยวกับสุขภาพของท่านมากเกินเหตุ ท่านจึงชอบคิดไปเองว่าตัวเองป่วย หรือไม่สบายบ่อยๆ ค่ะ

ท่านชอบไปหาหมอค่ะ และชอบทานยา ถึงแม้ว่าร่างกายท่านจะไม่เป็นอะไรเลยแต่ถ้าคุณหมอไม่สั่งยาให้ท่านหรือไม่ตรวจให้ละเอียด ท่านก็มักจะไม่สบายใจและบอกว่าตัวเองนั้นป่วยอยู่ตลอดเวลา ต้องคอยรบเร้าให้ลูกหลานพาไปโรงพยาบาลบ่อยๆ เมื่อท่านชอบคิดว่าตัวท่านเองไม่สบายก็ส่งผลให้ร่างกายท่านอ่อนแอและทรุดโทรมด้วยค่ะ

ลูกหลานของท่านจึงใช้กุศโลบาย (กุศโลบาย หมายถึง อุบายอันใดที่ทำให้เกิดคุณงามความดี) เวลาที่พาท่านไปพบแพทย์จะขอให้แพทย์สั่งยาให้ท่าน แต่ไม่ใช่ยารักษาโรคนะคะ แต่เป็น (ยา=วิตามิน) แทนค่ะ พอท่านได้ยามาทานท่านก็จะนึกว่าเป็นยารักษาโรคที่คุณหมอสั่งให้ พอทานเข้าไปไม่กี่วันท่านก็จะบอกว่าหายป่วยแล้วค่ะ แต่ก็ยังมีบางครั้งเมื่อทานยาแล้วท่านยังคิดว่าตัวเองไม่หายดีค่ะ ท่านจึงรบเร้าให้คุณหมอฉีดยาให้เพราะท่านคิดว่าการฉีดยาทำให้การรักษาโรคมีประสิทธิภาพมากกว่าการทานยา ทางลูกหลานของท่านก็ต้องขอให้คุณหมอฉีดยา (ยาบำรุง,หรือวิตามิน) ให้ท่านแทนค่ะ เพราะแค่ได้ฉีดยาท่านก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้วค่ะ ^^

นี่เป็นอีกหนึ่งเคสของการคิดที่นอกจะส่งผลต่อจิตใจแล้วยังมีผลต่อด้านกายภาพด้วยค่ะ และบางครั้งเราก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการด้วยค่ะ ต้องรู้จักพลิกแพลงตามสถานการณ์ อย่างเคสนี้ลูกหลานของคุณตามีการใช้จิตวิทยาการขอแบบ"กุศโลบาย" ทำให้คุณตาสบายใจได้ค่ะ

ฉะนั้นเรื่องแย่ๆบางอย่าง(เช่นสุขภาพของคุณตาท่านนี้)อาจจะเกิดจากการที่เราแค่คิดไปเอง เราลองเปลี่ยนมุมมองของความคิด คิดเชิงบวก (+)ให้มากขึ้นชีวิตจะได้ดีขั้นมีความสุขมากขึ้นด้วยค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ