พิธีการของพวกเราเป็นไปอย่างเรียบง่าย ในบรรยากาศที่งดงามเป็นกันเอง รอยยิ้มและสายตาอันอบอุ่น พร้อมกับคำอวยพรของครูทุกท่าน เป็นกำลังใจให้ศิษย์ได้มีพลังกาย พลังใจในการเรียนรู้ต่อไป

เป็นโอกาสและโชคดีของผมอย่างที่สุด ที่มีครูคอยให้คำแนะนำ ให้ความรักและกำลังใจ ในยามที่ต้องเคี่ยวกรำฝึกฝน แม้ว่าจะยากบ้างเพราะไต่ระดับต่อสู้กับสิ่งที่ยังไม่รู้ เพื่อให้รู้ แต่ครูไม่เคยที่จะละเลยไม่ใส่ใจ เป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวประชากรศึกษา มหิดล  

เดือนเมษายน ฤดูกาลแห่งความร้อนแรงของแสงแดด อากาศที่ร้อนอบอ้าว เป็นเวลาที่เราคุ้ยเคยกับประเพณีสงกรานต์ หากทางบ้านผมที่เหนือ เราถือว่า สงกรานต์ ก็คือ “ปี๋ใหม่เมือง” เป็นประเพณีที่สำคัญ ที่มีนัยยะหมายถึงการเริ่มต้น หากมีการเริ่มต้นดี ก็มีความเชื่อว่าเราจะดีไปตลอดปี ในวาระพิเศษในช่วงปี๋ใหม่เมืองแบบนี้ มีกิจกรรมที่งดงามในความรู้สึกของผม กิจกรรมหนึ่งก็คือ “การรดน้ำดำหัว” 

 IMG_5835 by picstation.

IMG_5833 by picstation.

"การดำหัว" ก็คือการสระผมนั่นเอง  คำว่า “ดำหัว” เป็นคำเมืองทางเหนือ การดำหัวเรียกกันเฉพาะการรดน้ำผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ    ผู้สูงอายุ   หรือผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง เช่น พ่อเมือง เจ้าเมือง ครูบาอาจารย์ เป็นต้น เป็นการขอขมาในสิ่งที่ได้ล่วงเกินไป   หรือการขอพรปีใหม่จากผู้ใหญ่  ในกรณีการดำหัวก็ไม่ได้ดำหัว(สระผม) จริงๆ แต่ผู้ใหญ่จะใช้มือรับน้ำส้มป่อยที่เรารดน้ำ ลูบศีรษะเพียงเล็กน้อย จากนั้นท่านก็ให้พร

 

เป็นครั้งแรกที่เพื่อนๆและผมในฐานะนักเรียน เป็น เจ้าภาพจัดกิจกรรมนี้ขึ้นที่ภาควิชาฯ โดย เราถือว่า “กิจกรรมรดน้ำดำหัว” ครูของเรา จะเป็นประเพณีที่พวกเรายึดถือไว้ และมีการจัดทุกๆปี

ผมนอนคิดคืนก่อนวันงาน คิดว่าจะต้องทำอย่างไร?  

เพราะ หากเป็นทางเหนือบ้านผม ก็ต้องใช้ สลุงใบใหญ่ น้ำส้มป่อย [1] ถือว่า น้ำส้มป่อยจะช่วยชำระสิ่งไม่ดี ไม่งาม การชำระสะสางสิ่งอันเป็นอัปมงคลในชีวิตให้วิปลาสปราดไป ด้วยการใช้น้ำส้มป่อยเป็นเครื่องชำระพิธีกรรมในการดำหัวในเทศกาลสงกรานต์ล้านนา  นอกจากนั้นยังต้องมี เกสรดอกไม้แห้ง (ที่บ้านผมเรียกเกสรดอกสะเปาคำ) พร้อมกับน้ำอบ  แต่เราอยู่ที่กรุงเทพฯ จะมีใครรู้จัก ส้มป่อย ไหมหนอ.. เกสรดอกไม้แห้ง  อีกละจะเอาที่ไหน?  มีปัญหาเล็กๆอีกสารพัน เพราะผมคิดว่าเพื่อนผมหลายท่านเข้าใจเรื่องการรดน้ำดำหัว แต่นัยยะของพิธีกรรมจริงๆดั้งเดิมนั้น มีพิธีรีตองค่อนข้างเยอะ

IMG_5810 by picstation. 

IMG_5828 by picstation.

เอาเป็นว่า...เราใช้อุปกรณ์ทุกอย่างดัดแปลงแนวประยุกต์  แต่ให้คงความสักดิ์สิทธิ์ของพิธีการ ก็คือ การขอขมา ลาโทษ ผู้ใหญ่ พร้อมขอพรท่าน ในวาระพิเศษเช่นนี้ แม้พวกเราจะมีเพียง สองมือที่นบเกศ ขอขมาท่าน ผมก็คิดว่า ท่านในฐานะครูก็คงมีความสุขที่เห็นลูกศิษย์ ต่างแสดงความกตัญญู และที่สำคัญ เราเปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ ที่รักเอื้ออาทรต่อกัน เพียงเท่านี้นัยยะของความงามแห่งพิธีการไม่ได้ลดลงเลย

เราใช้ขันสลุงใบใหญ่ บรรจุน้ำสะอาด โรยด้วยกลีบดอกกุหลาบ และดาวเรือง มีมาลัยมะลิสำหรับคล้องมือครู พานรองที่เป็นดอกไม้พานพุ่ม ประดับด้วยดอกไม้เดียรดาษตา

 IMG_5836 by picstation.

IMG_5844 by picstation.

 

พิธีการของพวกเราเป็นไปอย่างเรียบง่าย ในบรรยากาศที่งดงามเป็นกันเอง รอยยิ้มและสายตาอันอบอุ่น พร้อมกับคำอวยพรของครูทุกท่าน เป็นกำลังใจให้ศิษย์ได้มีพลังกาย พลังใจในการเรียนรู้ต่อไป

 

“ในโอกาสที่ปี๋เก๋าได้ล่วงพ้นไปแล้ว ปี๋ใหม่แก้ก็มารอดมาเถิง ผู้ข้าตังหลายก็มาร่ำเปิงเถิงยังอดีตป๋าเวณีอันดีงามมาแต่ก่อน บ่ห่อนละเสียยังศรัทธา จึ่งพากั๋นน้อมนำมายัง ข้าวตอกดอกไม้ไทยวัตถุบริวารทานและน้ำส้มป่อย เพื่อจักมาขอสุมา คารวะหากได้ล่วงล้ำด้วยก๋าย วาจ๋า ใจ๋ ด้วยเจตนาหรือ บ่เจตนาก็ดี ขอท่านจุ่งมีเมตต๋าลดโทษ และขอท่านจุ่งโปรด ปั๋นศีลพรชัยหื้อเป๋นมังคละ แก่ผู้ข้าตังหลายแต่เต๊อะ”

พ่อครูสนั่น ธรรมธิ

 



[1] ..ส้มป่อย.. 
ส้มป่อย เป็นพืชประเภทไม้เถาเนื้อแข็งชนิด Acacia rugata Merr. ในวงศ์ Leguminosae ต้นและใบคล้ายชะอม มีผลเป็นฝักคล้ายฝักฉำฉา นิยมใช้ฝักแห้งของส้มป่อยแช่น้ำ สำหรับเป็นส่วนประกอบสำคัญในพิธีกรรมรดน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล 
ในวรรณกรรมชาดกเรื่อง "อุสสาบารส" กล่าวถึงเรื่องของส้มป่อย ตอนที่ควายทรพีต่อสู้กับควายทรพาผู้เป็นพ่อนั้น ควายทรพีใช้เขาขวิดซุ้มเถาส้มป่อยที่เปียกอยู่ น้ำส้มป่อยได้ตกลงชะโลมตัวควายทรพีจนเปียกชุ่ม และเมื่อทั้งสองพ่อลูกต่อสู้กัน ควายทรพาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และถูกขวิดตายในที่สุด เรื่องนี้อาจเป็นต้นเหตุหนึ่งของความเชื่อในอนุภาพของน้ำส้มป่อย 
อนึ่ง ในวรรณกรรมชาดกเรื่อง "ปุณณนาคกุมาร" ตอนที่ปุณณนาคกุมารเข้ากราบทูลพระบิดาเพื่อขออนุญาตทิ้งสภาวะอันเป็นนาคให้กลายเป็นมนุษย์ พระบิดาทรงอนุญาตและได้ประทานขันทองคำให้ ๑ ใบ แล้วให้หาส้มป่อยให้ได้ฝักที่มี ๗ ข้อ จำนวน ๗ ฝัก เอาแช่ในขันที่มีน้ำจาก ๗ แม่น้ำ และ ๗ บ่อ นำไปที่ฝั่งแม่น้ำใหญ่ เสกคาถา ๗ บท จำนวน ๗ คาบ ถอดคราบออก และอาบน้ำมนต์พร้อมสระเกล้าดำหัว จากนั้นเอาคราบนาคนั้นใส่ในขันทองคำไหลลงน้ำเสียจึงจะเป็นคนโดยสมบูรณ์ การใช้ส้มป่อยที่ปรากฏในเรื่องนี้ ก็แสดงให้เห็นถึงความเชื่อในคุณสมบัติของส้มป่อยอีกเรื่องหนึ่ง 
อย่างไรก็ตาม ในด้านการปฏิบัติ ชาวล้านนานิยมใช้ส้มป่อยมาตั้งแต่โบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเทศกาลสงกรานต์ สำหรับวิธีการใช้จะใช้ฝักแห้งของส้มป่อยปิ้งไฟให้หอมแช่ลงในน้ำสะอาด ที่มีผงขมิ้นละลายเจืออยู่ เรียกน้ำนี้ว่า "น้ำขมิ้นส้มป่อย" แต่ระยะหลังนี้ ไม่ค่อยปรากฏการใช้ขมิ้นอีก แต่นิยมเติมน้ำอบน้ำหอมและเกสรแห้งของดอกไม้หอม เช่นดอกสารภี ดอกคำฝอยเป็นต้น
(อ้างจาก : http://bbznet.pukpik.com/scripts2/view.php?user=chomtong&board=1&id=929&c=1&order=numtopic)

 

รูปภาพทั้งหมด ชมที่นี่ครับ

   IMG_5848 by picstation        IMG_5846 by picstation
IMG_5845 by picstation IMG_5844 by picstation
IMG_5840 by picstation IMG_5837 by picstation
IMG_5836 by picstation IMG_5835 by picstation
IMG_5833 by picstation IMG_5832 by picstation
IMG_5830 by picstation IMG_5828 by picstation
IMG_5839 by picstation IMG_5829 by picstation
IMG_5827 by picstation IMG_5826 by picstation
IMG_5823 by picstation IMG_5819 by picstation
IMG_5810 by picstation IMG_5802 by picstation

http://www.flickr.com/photos/39405164@N03/