เรียนรู้กับครูธรรมชาติ

  

ล่องใต้ไปกับต้นน้ำ

 

 

     การเดินเรือต้องมีเข็มทิศ การดำเนินชีวิตต้องมีเป้าหมาย ปิดเทอมปีนี้ตั้งใจจะไปท่องเที่ยวเรียนรู้ ระคนกับการพักผ่อนที่มีนัยสำคัญกับชีวิต เลียนแบบการดำรงชีวิตของชาวต่างชาติ ที่ทำงานเก็บเงินเพื่อไปท่องเที่ยว การเดินทางหนึ่งก้าวเท่ากับกับการเรียนรู้โลกกว้าง ทั้งนี้คงอาจเป็นเพราะว่า เราได้เรียนรู้ตนเอง เรียนรู้จากคนรอบข้าง และเรียนรู้จากสิ่งรอบข้างที่เรียกครูธรรมชาติ เป้าหมายไว้ชัดเจนที่จะเดินทางไปแดนใต้ ดินแดนฝนแปด แดดสี่ ที่เป็นท้องถิ่นที่น่าเรียนรู้ แถมยังได้ไปเยี่ยมดอง บ้านสามีของลูกสาวคนโตที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แปลกแต่จริงยกลูกสาวให้เป็นสะใภ้แดนใต้ แต่ยังไม่เคยไปเยี่ยมบ้านสามีของลูกสาว จนมีหลานสาวคนแรก คือต้นน้ำ เด็กหญิงสุพิชา  นิติไชย ขณะอายุสองขวบ กำลังเรียนรู้ ช่างพูด ช่างถาม มีคำถามจนเราผู้ใหญ่ไม่รู้จะค้นหาคำตอบ

 

 

 .

 

      การช่วงชิงโอกาสไปท่องเที่ยวนั้นถือว่ามีความเป็นไปไดมากที่สุดก็คือสั่งปิดเรียนแล้วต้องเดินทางไปให้เร็วที่สุด เพราะหากช้าก็มีโอกาสอดไปเที่ยวมากเช่นกัน การปิดภาคเรียนให้ถือว่าปิดให้นักเรียนได้พักผ่อน และอนุโลมให้ครูได้พักผ่อนไปด้วยแต่ถ้ามีราชการเร่งด่วน ก็ต้องถือว่าปฏิบัติราชการปกติ จึงตัดสินใจเดินออกทางจากยโสธร ในวันที่ 1 เมษายน  2553 ไปพักที่กรุงเทพวันที่ 2 และเดินทางไปยังสุราษฎร์ธานีวันที่ 3 ระยะทางจากกรุงเทพสุราษฎร์ธานีหกร้อยกว่ากิโลเมตร เป็นการขับรถเองที่ไกลที่สุดในการเดินทาง จากกรุงเทพ มุ่งสู่สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพรเข้าสู่สุราษฎร์ธานี จากเวลา 08.00 – 18.00 น. ถนนหนทางสะดวกเป็นเส้นทางตรงที่มุ่งสู่ภาคใต้ สองข้างทางมีของดีให้ได้ชมตื่นตาตื่นใจ พืชเศรษฐกิจปาล์ม ยางพาราสองข้างทาง จากประจวบคิรีขันธ์เป็นต้นไป เมืองแต่ละเมืองห่างไกลกันมาก สองข้างทางมีแต่สวนยาง ถึงสุราษฎร์ธานี ก็พบสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกถึงวัฒนธรรมคือกรงนกนกหัวจุก เขากำลังดูนกแข่งกันด้วยความสนใจ ไม่นานเกิน 30  นาทีก็มีการรับรู้ว่าใครคือผู้ชนะ

 

 

       วันที่ 4  เมษายน 2553 น้องสาวของดองคุณครูช่วย(คุณครูสุวิดา  นิติไชย) จากโรงเรียนวัดบางใบไม้ ซึ่งเป็นน้องสาว ตาเชิ้ม นิติไชย ปู่น้องต้นน้ำ ได้พาไปท่องเที่ยวทะเลที่หาดในเพลา อำเภอขะนอน จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้บ้านพักริมทะเลบรรยากาศดีมาก หน้าบ้านพักมีลานสนามหญ้า เหมาะที่จะให้เด็กได้วิ่งเล่นในขณะที่ผู้ใหญ่ก็ปูเสื่อล้อมงวงกินข้าวก่อนลงเล่นน้ำ อาหารล้วนเป็นอาหารทะเล ปูตัวตัวโตที่คนอีสานอย่างผมไม่คุ้นนักได้ลิ้มลองความอร่อย เนื้อปูหวานสด ซึ่งต่างกับที่อีสานกินปูที่เนื้อฝ่อแล้ว การเล่นน้ำหาดสวยสะอาดมีนักท่องเที่ยวเป็นครอบครัว มาพักผ่อนหลายครอบครัวต้นน้ำจูงแขนตาพร ไปที่ชายหาดตอนแรกนึกว่าจะพาตาไปเล่นน้ำ แต่พอได้ยินเสียงคลื่นก็เกิดอาการกลัว ต้องวิ่งกลับขึ้นฝั่ง เด็กและผู้ใหญ่ที่ไม่ค่อยได้เล่นน้ำทะเลก็เล่นน้ำอย่างสนุกสนาน แช่น้ำเป็นเวลานานจนมืดจึงขึ้นที่พัก นอนที่พักหนึ่งหลัง 2 เตียงอัดคนไปตั้ง 8 – 10  คน ตกดึกไฟดับร้อนตับแทบแตกต้องออกมาเดินรับลมบก ลมทะเล ฟังเสียงคลื่นซัดสาด

 

 

      วันที่  5  เมษายน จุดเปลี่ยนการเที่ยวก็ต้องปรับแผนและเบนเข็มกลับยโสธร เมื่อได้รับโทรศัพท์ จากครูรายงานว่ามีการสอบสมรรถนะครูในกลุ่มสาระที่สอน โครงการพัฒนาบุคลากรที่เลื่อนมาจากเดือนก่อน เล่นเอาฝันสลายเลยแหละ คุณปลายลูกสาวคนเล็กเสียความรู้สึกมากที่สุด เขาวาดหวังที่จะเห็นทะเลอันดามัน ที่ภูเก็ต ก็อดไปตามระเบียบ การสอบวันที่ 7 เมษายน จึงเป็นข่าวที่สร้างความเสียดายให้กับทุกคน ต้องจากลาสุราษฎร์ธานี เวลา 18.00 น. เป็นการขับรถที่ทรหดมากไม่ได้พักรถเลย จอดปั๊มก็ไม่ดับเครื่องถึงกรุงเทพ 03.45 น. เข้านอนเพราะต้องเดินทางต่อไปยโสธร ในวันที่ 6 เมษายน ออกจากรุงเทพฯ 16.00 น. ถึงยโสธร เวลา 24.30 น. เสียดายตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมลุงวอญ่า
น้องบุษรา ก็ได้แต่ดูป้ายทางไปพะโต๊ะ