จัดกลุ่มเพื่อกำหนดการพัฒนาแบ่งเป็น ๓ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มระดับสูง กลุ่มระดับกลาง และกลุ่มระดับต้น

มติ ครม. ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๓
อนุมัติ
ให้ สพฐ.จ้างมหาวิทยาลัยพัฒนาครู-ผู้บริหาร ๔ แสนคน และเจ้าภาพฟิสิกส์โอลิมปิก

สรุปมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๓ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ

 

อนุมัติให้ สพฐ.จัดจ้างมหาวิทยาลัยพัฒนาครู-ผู้บริหารกว่า ๔ แสนคนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง

 

คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดจ้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดำเนินการทดสอบ ประเมินสมรรถนะ และดำเนินการพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษาตามโครงการพัฒนาครูทั้งระบบ ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งโดยวิธีกรณีพิเศษ โดยมีเป้าหมายพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา  ๓๙,๘๙๘ คน ครูปฐมวัย ประถมศึกษา ๒๖๕,๑๘๓ คน ครูมัธยมศึกษา ๑๐๘,๖๘๘ คน ครูศึกษาพิเศษ ศึกษาสงเคราะห์ ๔,๑๒๐ คน รวม ๔๑๗,๘๘๙ คน เป็นรายบุคคล

 

โดยจัดกลุ่มเพื่อกำหนดการพัฒนาแบ่งเป็น ๓ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มระดับสูง กลุ่มระดับกลาง และกลุ่มระดับต้น ซึ่ง สพฐ.จะ ได้ดำเนินการร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกับกลุ่มเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา ๒๕ สถาบัน ที่มีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นแกนหลัก และ สสวท. เพื่อให้ได้องค์ความรู้ในสาระวิชาและเทคนิคการสอนใหม่เพิ่มเติมให้ครูกลุ่มระดับสูงเป็นแกนหลักในการสร้างเครือข่ายพัฒนาครูในสาระวิชาเดียวกัน ในจังหวัดและเขตพื้นที่การศึกษา ดังนี้

กลุ่มครู/ผู้บริหาร

 

หน่วยงานที่รับผิดชอบ
ในการประเมิน

 

หน่วยงานที่รับผิดชอบ
ในการพัฒนา

 

๑. ผู้บริหารสถานศึกษา

 

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ
กลุ่มเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา

 

๒. ครูกลุ่มปฐมวัย

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ
กลุ่มเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา

 

๓. ครูภาษาไทยประถมศึกษา
    และบูรณาการ

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ
กลุ่มเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา

 

๔. ครูคณิตศาสตร์ ป.๑-๖
    ครูวิทยาศาสตร์ ป.๔-๖

 

สสวท.

 

สสวท.ร่วมกับกลุ่มเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา

 

๕. ครูคณิตศาสตร์ ม.ต้น
    ครูวิทยาศาสตร์ ม.ต้น

 

สสวท.

 

สสวท.ร่วมกับกลุ่มเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา

 

๖. ครูภาษาไทย ม.ต้น และ ม.ปลาย

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับกลุ่มเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา

 

๗. ครูสังคมศึกษา

 

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ดำเนินการแล้วในปี ๒๕๕๒

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับกลุ่มเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา

 

๘. ครูภาษาอังกฤษ

 

สพฐ.ดำเนินการแล้ว

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับกลุ่มเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา

 

๙. ครูคณิตศาสตร์ ม.ปลาย
    ครูวิทยาศาสตร์ ม.ปลาย

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับกลุ่มเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา

 

๑๐. ครูพลศึกษา สุขศึกษา ม.ต้น ม.ปลาย
     ครูศิลปะ นาฏศิลป์ ดนตรี ม.ต้น
ม.ปลาย
     ครูการงานอาชีพ เทคโนโลยี  ม.ต้น ม.ปลาย

 

สพฐ.

 

สพฐ.

 

๑๑. ครูการศึกษาพิเศษ

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับกลุ่มเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา

 

๑๒. ครูศึกษาสงเคราะห์ จัดแยกเป็น
      ปฐมวัย ประถมศึกษา ม.ต้น
      และ ม.ปลาย

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับกลุ่มเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา

 

๑๓. ครูบรรณารักษ์ ครูแนะแนว

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับกลุ่มเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา

 

๑๔. สมรรถนะหลักและสมรรถนะ
      ประจำสายงาน

 

สพฐ.

 

สพฐ.โดยวิธี e-Training

 


รับทราบการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ ๔๒ พ.ศ.๒๕๕๔

 

ครม.รับทราบเรื่องการเป็นเจ้าภาพหลักการจัดการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ ๔๒ พ.ศ.๒๕๕๔ (42nd International Physics Olympiad 2011) ตามที่ธ.เสนอ โดยในประเด็นงบประมาณค่าใช้จ่ายของโครงการในส่วนของเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณที่ได้รับจัดสรรต่อไป โดยความร่วมมือของมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สอวน.) ร่วมกับ ศธ. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ สมาคมฟิสิกส์ไทย สสวท.

 

วัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเจริญพระชนมายุ ๘๔ พรรษา  เพื่อกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศด้านวิชาการ ส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาฟิสิกส์ให้เป็นที่สนใจของเยาวชนและนักวิชาการทั่วๆ ไป ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาหลักสูตร ระบบการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษาของชาติ และการวิจัยที่พัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการของประเทศ  เพื่อส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถด้านปัญญาและพัฒนาศักยภาพของตนให้สูงขึ้น  เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน อาจารย์ผู้สอน นักฟิสิกส์ได้มีประสบการณ์  และแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นกับผู้แทนเยาวชน อาจารย์ผู้สอนฟิสิกส์นานาประเทศ  เพื่อส่งเสริมสัมพันธไมตรีและความเข้าใจอันดีระหว่างเยาวชน อาจารย์ผู้สอนฟิสิกส์ และนักฟิสิกส์ของไทยกับนานาชาติ รวมทั้งการเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน ๒ ปี แต่เดือนมกราคม ๒๕๕๓ สิงหาคม ๒๕๕๔  สถานที่ดำเนินการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 


อนุมัติโครงการเพิ่มพูนคุณวุฒิแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน (เพิ่มเติม)

 

ครม.อนุมัติในหลักการโครงการเพิ่มพูนคุณวุฒิแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ในวงเงินไม่เกินปีละ ๓๒,๔๐๐,๐๐๐ บาท โดยให้ความสำคัญกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก่อนเป็นลำดับแรก

 

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้รายงานว่า ได้มีการลงนามความร่วมมือระหว่าง มท.กับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) โดย มสธ.จัดหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต แขนงวิชาบริหารรัฐกิจ วิชาเอกการบริหารการปกครองท้องที่ ตามโครงการดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ ๑๖  กรกฎาคม ๒๕๕๑ โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมัครเข้าศึกษาจำนวน ๓,๐๐๐ คน แบ่งเป็นหลักสูตร ๔ ปี จำนวน ๒,๘๖๙ คน หลักสูตร ๒ ปี จำนวน ๑๓๑ คน และแยกเป็นผู้ดำรงตำแหน่งกำนัน จำนวน ๖๑๗ คน ผู้ใหญ่บ้าน จำนวน ๒,๓๘๓ คน สำหรับการเรียนการสอนตามหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิตตามโครงการฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาในภาคการศึกษาที่ ๒/๒๕๕๒ และกำหนดให้มีการสอนเสริมแบบเข้มพิเศษ ณ ศูนย์บริการการศึกษาตามจังหวัดต่างๆ

 

ทั้งนี้ ครม.ได้อนุมัติให้ขยายกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมถึงผู้ดำรงตำแหน่งแพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านด้วย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ คือ ผู้เข้าร่วมโครงการทุกชั้นปี จำนวน ๓,๐๐๐ คน รัฐสนับสนุนงบประมาณภาคการศึกษาละ ๕,๔๐๐ บาท ปีละ ๒ ภาคการศึกษา รวมเป็นเงินทั้งสิ้นปีละ ๓๒,๔๐๐,๐๐๐ บาท โดยขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีเป็นเงินอุดหนุนให้แก่ มสธ.หรือสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ ในวงเงินไม่เกินปีละ ๓๒,๔๐๐,๐๐๐ บาท

 


เห็นชอบในหลักการโครงการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กในชุมชนด้านสุขภาพอนามัยและพัฒนาการของเด็ก

 

ครม.เห็นชอบในหลักการโครงการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กในชุมชนด้านสุขภาพอนามัยและการพัฒนาการของเด็ก ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ และให้กระทรวงสาธารณสุขรับข้อเสนอแนะของ ศธ.ไปพิจารณาดำเนินการด้วย ซึ่งประกอบด้วย ๔ แผนงาน คือ ๑) หนังสือเล่มแรก ๒) การพัฒนาคุณภาพศูนย์เด็กเล็ก ๓) อสม. และชุมชน ๔) การบริหารจัดการ โดยมีระยะเวลาดำเนินการปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๓–๒๕๕๕ และมีหน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ และกรุงเทพมหานคร.

 

อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/websm/2010/mar/090.html