จากเสียงโทรศัพท์ ที่ดังไม่ขาดสายเข้ามาสอบถามปัญหาสุขภาพทั้งผู้ป่วยเองและญาติผู้ป่วย ทำให้รู้ว่าคนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งจำนวนมากทั้งที่ผ่าตัด ฉีดคีโม กลับมาพักฟื้นที่บ้าน และปฏิเสธการรักษาเพราะกลัว ถ้าฉีดคีโมแล้วร่างกายจะรับไม่ไหว จึงกล้าๆกลัวๆ รักษาก็ตาย ไม่รักษาก็ตาย
การักษาแบบธรรมชาติ บำบัดก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่คนไข้บางส่วนเลือกปฏิบัติอย่างไม่มั่นใจจนกว่าจะปฏิบัติอย่างจริงจัง จนตัวเองให้คำตอบกับตัวเองได้ว่ารู้สึกดีขึ้น
คนไข้ของพ่อเลี้ยงวรรณหลายรายที่ผู้เขียน(คุณจำรัส เซ็นนิล) ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พูดคุยออกรายการวิทยุ ทุกคนแสดงอาการดีใจ ยิ้มแย้มด้วยความสุข ที่ชีวิตผ่านเส้นความตายมาอย่างฉิวเฉียด จากที่เคยนอนซมรอความตายที่คืบคลานเข้ามาหาอย่างหมดทางสู้ จนได้รู้จักพ่อเลี้ยงวรรณ จากรายการ ทั่วทิศถิ่นไทยเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ เหมือนพระเจ้ายังเมตตา
หลายรายเดินทางมาเยี่ยมถึงห้องส่งเพื่อกล่าวขอบคุณ ที่ชีวิตรอดมา
ได้ราวปฏิหาริย์ แม้บางรายจะเตรียมจัดงานศพมาแล้วก็ตาม
มะเร็งกล่องเสียง
คุณรุจิศาสตร์ วรภากร (ต่าย) อดีตนิติกร สำนักงานรักษาความปลอดภัยปัจจุบันเป็นทีมงานและนักพยากรณ์กับซินแส ภาณุวัฒน์ ป่วยเป็นมะเร็งกล่องเสียง
คุณรุจิราเล่าให้ฟังว่า เริ่มต้นมีอาการคล้ายกับคนเป็นหวัด เจ็บคอนึกว่าต่อมทอลซิลอักเสบ ไปหาหมอตรวจตามขั้นตอน หมอต้ดชิ้นเนื้อในลำคอไปตรวจแล้วสรุปว่าเป็นมะเร็ง พอรู้จิตใจมันเบาหวิว ช่วงที่อยู่โรงพยาบาลเห็นสภาพคนไข้แล้วปลง บางคนผมร่วงเมื่อฉีดคีโม แล้ว บางคนหมองคล้ำโทรม ดูแล้วจิตใจห่อเหี่ยว
ได้ทราบข่าวพ่อเลี้ยงวรรณ ทางวิทยุแล้วก็ติดตามมาฟังพ่อเลี้ยงวรรณมาบรรยายที่หนังสือมติชน ครั้งแรกก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง พอได้พูดคุยกับพ่อเลี้ยงวรรณ แล้วเกิดมั่นใจ พ่อเลี้ยงวรรณบอกว่าถ้าคุณสู้คุณมีโอกาสรอด ถ้าไม่สู้ก็ตาย
ผมจึงเริ่มรักษา แบบธรรมชาติบำบัด ตามแนวทางของพ่อเลี้งวรรณ ตื่นแต่เช้าออกกำลังกายประมาณ 20-30 นาทีหลังจากนั้นรับแสงตะวันอีก20 นาทีโดยยืนอ้าปากหันหน้าไปทางดวงอาทิตย์ ยามเช้า เป็นการฆ่าเชื้อในช่องปาก จากนั้นก็อาบน้ำ แล้วรับประทานข้าว 5 อย่างที่พ่อเลี้ยงวรรณส่งให้พร้อมโอสถ โดยผมจะเอาข้าวไปหุงก่อนแล้วจึงเอาไปปั่น ทำให้กินง่าย ส่วนผัก 10 ชนิด ผมก็เอาไปนึ่งหรือต้มก่อนจึงจะกิน กินครั้งแรกๆผะอึดผะอมเพราะยังติดใจกับรสชาติอาหารอยู่ พอกินได้ 30 วันก็เริ่มกินง่ายขึ้น โดยกินข้าวกับผัก ทั้ง 3 มื้อ ผมจะประยุกต์การปรุงให้กินง่ายขึ้น เช่น เอามันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ และมะเขือเทศมารวมกันแล้วต้มจนเปื่อยแล้วจึงเอามาซดน้ำกินอร่อยดี
คุณรุจิศาสตร์ หรือคุณต่ายยังบอกอีกว่า นอกจากการกินอาหารแล้วต้องนั่งทำสมาธิเป็นการรักษา ทางใจ อีกด้วย ทำให้จิตใจสงบสบายไม่ฟุ้งซ่าน การแก้ปัญหาก็ค่อยคิดแก้เป็นเรื่องๆ เหมือนเปิดลิ้นชักไหนก็ปิดลิ้นชักนั้นก่อน นอกจากนั้นก็อาบน้ำร้อน น้ำเย็น ทำวารีบำบัด เพื่อกระตุ้นกระชากเซลล์ บางตัวที่ไม่ทำงานให้ทำงาน และเรื่องขับถ่ายก็เป็นเรื่องสำคัญ ตื่นเช้ามาต้องขับถ่าย แต่เช้าเนื่องจากพิษร้าย มารออยู่กับอุจจาระ เราต้องรีบขับถ่ายเพื่อขับสารพิษ ถ้าเราไม่ขับถ่ายออก ร่างกายจะดูดขับสารพิษเข้าไปในเส้นเลือดอีก ฉะนั้น ต้องรีบขับถ่ายและกินอาหารแต่เช้า ให้กระเพาะได้รับสารที่มีประโยชน์ดูดซับไปหล่อเลี้ยงร่างกาย
มะเร็งกระเพาะอาหาร
คุณณรงค์ วรรณสโร จาก ต. วัดสุวรรณ อำเภอ บ่อทอง จังหวัด ชลบุรี อาชีพเดิม ปลูกมันปลูกอ้อย ต้องใช้เวลา นานกว่าจะเก็บเกี่ยวให้ผลผลิต ต้องส่งเสียลูก 3คน ให้เรียนหนังสือ จึงหันมาปลูกพืชที่อายุสั้น ป่วยเป็นโรคกระเพาะมานานร่วม 20ปี เรียกว่าเรื้อรัง จนสุดท้ายทนไม่ไหวไปโรงพยาบาลตรวจพบเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร กลุ้มใจไม่รู้จะทำอย่างไร วันหนึ่งทีวีที่บ้านเสีย ก็เลยหันมาฟังวิทยุ บังเอิญ เปิดเจอรายการทั่วทิศถิ่นไทยกำลังคุยเรื่องมะเร็ง ดีใจอย่างบอกไม่ถูก รีบโทรไปคุยกับพ่อเลี้ยงวรรณ ถ้าผมไม่ได้ฟังรายการทั่วทิศถิ่นไทย ไม่ได้รู้จักกับพ่อเลี้ยงวรรณ ก็คงตายไปแล้ว ผมยังมีบุญอยู่ ผมกินข้าวไม่ได้ คอมันตีบกลืนไม่ลง ต้องเอาธัญญพืช 5 ชนิด มาบดก่อน จึงจะกินได้ มีทั้ง ลูกเดือย ข้าวสาลี ข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวกล้องดอย ข้าวฟ่าง ที่พ่อเลี้ยงส่งให้ ส่วนผักสีเขียวทุกชนิด เน้นไร้สารพิษ ซี่งผมก็ปลูกอยู่แล้ว
สุดท้ายคุณณรงค์ ยังฝากถึงผู้ที่เป็นโรคความดัน ว่า ไม่ต้องหนักใจ เรื่องนี้ เคยเกิดกับตัวคุณณรงค์ มาแล้ว และใช้ได้ผลมาแล้ว จึงอยากบอกเป็นวิทยาทาน คือใครที่เป็นโรคความดัน ให้เอายาเขียวมา 1 ซอง ซึ่งมีหลายเม็ดให้เอามาทั้งซอง แล้วทุบให้ละเอียด ผสมกับโซดา 1ขวดกินให้หมดภายในวันเดียว ดื่มแทนน้ำถ้าดื่มไม่หมดให้แช่ตู้เย็นไว้ แล้วกินให้หมดอย่าเก็บไว้ข้ามคืน คุณณรงค์ รับรองผล เพราะเคยใช้กับตัวเองปัจจุบันคุณณรงค์ ไปช่วยพ่อเลี้ยงวรรณ ปลูกผักไร้สารพิษที่ชานเมืองกรุงเทพฯ บริการผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องการพืชผักไร้สารพิษ ที่สามารถนำมากินได้สนิทใจ
เรียบเรียงการเขียนจัดทำลงในหนังสือ โดย คุณจำรัส เซ็นนิล
ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสนมณี
สวัสดีค่ะ
วันนี้ครูกระเเดได้ความรู้เยอะมากค่ะจากบันทึก...ครูกระเเตค่อนข้างเอาใจใส่กับสุขภาพมากเพราะว่ากลัวโรคมะเร็ง คุณพ่อครูกระเเตเสียเพราะมะเร็งตับเเละปอด...ครูกระเเตจึงระวังเรื่องอาหารการกินทุกอย่าง...ไม่รู้ว่าซีเรียสเกินไปมั้ย...แต่...กันไว้ดีกว่านะคะ
สวัสดีค่ะคุณครูกระแต
ไม่ซีเรียลเกินหรอกค่ะ ป้องไว้ดีที่สุดแล้วค่ะ สิ่งแวดล้อมเวลาออกนอกบ้านก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่อยู่แล้ว หากเรากินอาหารไม่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ก็ทำให้เจ็บป่วยง่ายได้ ทุกวันนี้ หากทุกคนใส่ใจเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ก็จะเป็นโรคกันน้อยลง แต่คนส่วนใหญ่ที่ทำงานก็จะซื้ออาหารสำเร็จรูปกันเป็นส่วนใหญ่ สิ่งนี้เป็นอย่างหนึ่งที่สะสม ในร่างกายเพราะผู้ขายทำให้อร่อย ไม่ใช่อาหารสุขภาพ พออายุมากขึ้นโรคก็มาอยู่ด้วย กินยากันเป็นคอนโด และก็มีอีกจำนวนมากที่เป็นโรคแล้วก็ยังกินอาหารเหมือนเดิมแต่ใช้ยาที่หมอให้มาคุมโรคคือถือว่ามียาแล้ว ไม่กลัว ก็งงๆนะคะ ไม่กลัวยากันเลย กินมากๆเดียวโรคไตก็ตามมาอีกได้
ขอบคุณมากๆๆคะ ได้ความรู้เกี่ยวกับอาหารต่อต้านมะเร็งแล้วยัง ได้ความรู้เกี่ยวกับลดความดัน ใช้ยาเขียวบดผสมกับโซดา ดื่มแทนน้ำ พึ่งรู้ แล้วจะลองปฏิบัติและแนะนำผู้อื่นด้วยคะ
สวัสดีค่ะคุณสุ
ผู้ป่วยมะเร็งที่หายหรือดีขึ้นจากสูตรของท่านพ่อเลี้ยงนำมารักษานั้น บางท่านได้ให้สัมภาษณ์ ออกอากาศด้วย และยินดีเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้เป็นมะเร้งต่ออีก ฟังแล้วก็ดีใจไปด้วยที่ที่ดีขึ้นหรือหาย ท่านพ่อเลี้ยงวรรณช่วยคนที่ไม่ป่วยเป็นมะเร็งอีกมากด้วยนะคะ บางคนทุกข์ใจก็โทรหาเพื่อปรึกษาท่านเปิดมือถือตลอดเวลา ใครมีสูตรอาหารที่ดีมีประโยชน์ ก็จะบอกกันในรายการวิทยุเลย ดีมากๆค่ะคนไทยเราส่วนใหญ่แล้วมีน้ำใจงามค่ะ