การจัดการความรู้ กับการเรียนรู้ของชุมชน : มองกิจกรรมประเมินโครงการจากแว่น Appreciative Inquiry

  Contact

  ประเด็นสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ เกิดการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุขอย่างยั่งยืน ต้องมีการจัดองค์กร หรือสถาบันขึ้นภายในชุมชน ที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกต่อการเรียนรู้แบบเน้นการเรียนรู้แนวราบ คือการเรียนรู้จากการปฏิบัติ   

การจัดการความรู้ กับการเรียนรู้ของชุมชน : มองกิจกรรมประเมินโครงการจากแว่น Appreciative Inquiry

         วันที่ ๑๙ มิย. ๔๙ ผมเข้าร่วมประชุม การนำเสนอผลการประเมินผลงานของโครงการ สรส. (เสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเปนสุข) ที่ สสส. ให้ทุนสนับสนุน และมอบให้ สกว. บริหารทุนสนับสนุน หัวหน้าโครงการ สรส. คือคุณทรงพล เจตนาวณิชย์ แต่จริงๆ แล้วโครงการในแต่ละภาคดำเนินการอย่างเป็นอิสระ แต่มีกลไกให้มีการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างภาคผ่านโครงการกลาง และคณะกรรมการอำนวยการที่มีผมเปนประธาน

         หัวหน้าโครงการประเมินคือ ผศ. นพ. ธนา นิลชัยโกวิทย์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ. รามาธิบดี

         การประเมินนี้มีความเป็นวิชาการและซับซ้อนมาก ผมมองว่า นอกจากได้ผลเชิงประเมินแล้ว ยังได้ผลเชิงการสร้างวาทกรรม หรือการพูดคุยซ้ำๆ เกี่ยวกับการจัดการความรู้ จนคำนี้ติดหูติดปากนักพัฒนาในชุมชน นับว่าโครงการ สรส. เป็นพันธมิตรของการขับเคลื่อน KM ในชุมชนที่เข้มแข็งยิ่ง

          ผลลัพธ์ที่คาดหมายจากโครงการ์ มี ๔ ด้าน

              ๑. การสร้างนักจัดการความรู้ท้องถิ่น ซึ่งบางภาคเรียกว่านักจัดกระบวนการเรียนรู้ ทางภาคเหนือเรียกว่าทีมทำและทีมนำ

              ๒. การสร้างชุดความรู้

              ๓. เครือข่ายการเรียนรู้ และการเรียนรู้

              ๔. สถาบันจัดการความรู้ในท้องถิ่น

           คณะประเมินโครงการได้ประเมินผลเป็นอย่างดีหากมองตามแนวที่ใช้กันทั่วไป    แต่ตอนนี้ผมคิดไม่เหมือนเดิมเสียแล้ว   ผมมองว่าการประเมินว่าโครงการได้ผลแค่ไหน กระบวนการทำงานของโครงการแข็งหรืออ่อนแค่ไหน คนที่เกี่ยวข้องพอจะรู้อยู่แล้ว    การประเมินโดยถามว่าได้ผลแค่ไหน เพราะอะไร จึงไม่ใช่ประเด็นหลักสำหรับผม   เวลานี้ผมกำลังคลั่ง Appreciative Inquiry ผมจึงอยากเห็นการประเมินหาความสำเร็จ ว่าหน่วยย่อย/กิจกรรมย่อยใด ที่ประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม สำเร็จในด้านไหนหรือมิติไหน คือผมมองว่า คณะผู้ประเมินน่าจะทำหน้าที่ Discovery ค้นหาความสำเร็จน้อยใหญ่ ซึ่งจะมีผลอำนวยความสะดวกต่อการ ลปรร. ระหว่าง node ของกิจกรรมเรียนรู้เพื่อชุมชนเปนสุข ต่อไป ผมแปลกใจนิดๆ ที่เมื่อผมเสนอแนวคิดนี้ต่อที่ประชุม ที่ประชุมแสดงท่าทีเห็นด้วย เวลานี้คนที่รู้จักผมเขามีแนวโน้มจะเห็นด้วยกับผมมากไปหรือเปล่า

          ผมสนใจการประเมินเพื่อให้เกรดผลงาน น้อยกว่าการประเมินเพื่อช่วยให้สามารถขับเคลื่อนเป้าหมายของโครงการ/กิจกรรมต่อไปอีก    คือผมสนใจการดำเนินการไปข้างหน้ามากกว่าการมองไปข้างหลัง มองผลการประเมินเพื่อการ ลปรร. ไปข้างหน้ามากกว่า

         ผมชอบข้อสรุปของ ลุงริน (สุรินทร์ กิจนิจชีว์) ว่า สสส. สำนัก ๓ มีข้อสรุปแน่นอนแล้ว ว่า ชุมชนจะเป็นสุขได้ ต้องสามารถจัดการตนเองได้ เรียนรู้เองได้ หริอจัดการความรู้ด้วยตนเองได้ โดยมี “คุณอำนวย” ไปช่วยส่งเสริม / อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ / แลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากการปฏิบัติ แต่ไม่ใช่ไปครอบงำ / ชี้นำ / ถ่ายทอดความรู้

        คุณทรงพลบอกว่า เวลานี้ประเด็นสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ เกิดการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุขอย่างยั่งยืน ต้องมีการจัดองค์กร หรือสถาบันขึ้นภายในชุมชน ที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกต่อการเรียนรู้แบบเน้นการเรียนรู้แนวราบ คือการเรียนรู้จากการปฏิบัติ (แต่ก็ไม่ปฏิเสธการเรียนรู้แนวดิ่ง คือการรับถ่ายทอดมาจากภายนอก) ลักษณะสำคัญที่จะทำให้องค์กรหรือสถาบันนั้นเป็น ของจริงและยั่งยืน ก็คือ 

             (๑) ต้องไม่เน้นโครงสร้าง (structure) แต่เน้นการปฏิบัติภารกิจ (function)

             (๒) องค์กรในท้องถิ่น เช่น อบต. เข้ามามีส่วนริเริ่มจัดตั้งและสนับสนุนทรัพยากร

วิจารณ์ พานิช

๒๐ มิย. ๔๙

Posted in Gotoknow GotoKnow By  In KMI Thailand

Post ID: 34723, Created: , Updated, 2012-02-11 15:10:34+07:00 +07 Asia/Bangkok, License: All Rights Reserved, Read: Click

Tags #คุณอำนวย#การประเมิน#สรส.#เสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข#การจัดการความรู้ท้องถิ่น#appreciative-inquiry#สถาบันจัดการความรู้ท้องถิ่น

Recent Posts 

Comments (0)