วันนี้มีโอกาสไปเลี้ยงอาหารที่สถานสงเคราะห์พิษณุโลก โดยเตรียมการไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคือไปติดต่อขอข้อมูลและระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการนำอาหารไปจัดเลี้ยงและการสมัครใจไปรับใช้อาสาช่วยเหลือ  ทำให้ทราบว่าที่สถานสงเคราะห์แห่งนี้รับดูคนไร้ที่พึ่งจาก ๑๘ จังหวัดภาคเหนือ  มีจำนวน ๔๖๑ คน  ส่วนมากเป็นผู้ที่สติไม่สมประกอบและคนชรา 

         เมื่อวานฉันได้ชวนคุณน้องเพื่อนบ้านทำน้ำยาขนมจีน  มีน้องนัทและน้องพัดเพื่อนของน้องนัดเป็นลูกมือ ระยะนี้เพื่อนบ้านไม่อยู่หลายครอบครัวติดธุระเรื่องการสอบเข้าเรียนต่อของลูก ๆ  เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำว่าต้องนำอาหารไปถึงสถานสงเคราะห์ไม่เกินเวลา ๑๐.๓๐ น.

        อาหารที่นำไปวันนี้มีขนมจีนน้ำยา ลอดช่องน้ำกะทิและแตงโม ครอบครัวของครูนิน สามีและคุณพ่อ น้องแมวมนัสนันท์  คุณน้อง น้องนัท น้องพัด รวมทั้งฉัน  ได้ช่วยกันนำอาหารไปถึงที่นั่นตามกำหนดเวลา  ก่อนที่จะเข้าไปบริเวณต้องปฏิบัติตามระเบียบคือแจ้งชื่อที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์และรายละเอียดราคาอาหารที่นำไป  เพื่อรับการติดต่อขอบคุณจากหน่วยงาน เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่าบางรายนำอาหารกลับเพราะยุ่งยากกับการเขียนรายละเอียด ซึ่งเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่ยุ่งยากเลย 

         เจ้าภาพจัดเลี้ยงอาหารในวันนี้มี ๓ ราย  คือเป็นเจ้าของวันเกิดในวันนี้ ๑ รายและอีก ๒ รายเกิดวันที่ ๒๒ และวันที่  ๒๓ มีนาคมติด ๆ กัน  เนื่องจากวันเกิดตรงกับวันทำงานจึงมาจัดเลี้ยงในวันนี้แทนเป็นการล่วงหน้า 

         พวกเราไม่กลัวเหมือนกลุ่มอื่น ๆ จึงมีโอกาสได้ทักทายถามไถ่และให้กำลังใจกับผู้ที่เราไปเลี้ยงอาหาร  ทำให้ทราบว่าส่วนมากเกินกว่าร้อยละ ๙๐ ถูกทอดทิ้ง ไร้ญาติ และมีอาการไม่สมประกอบ  มีทั้งช่วยตัวเองได้และช่วยตัวเองไม่ได้ บางคนก็เปรียบเสมือนคนพิการ ทุกคนได้รับการดูแล บำบัดทางร่างกายและจิตใจเป็นอย่างดีอยู่ภายใต้กฏระเบียบของสิทธิมนุษยชน 

        หากแม้นว่ามีคนใดคนหนึ่งเสียชีวิตลง  เจ้าหน้าที่พยาบาลจะต้องมีการชันสูตรร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โรงพยาบาลและนักกฏหมาย  รอญาติมารับศพภายใน ๓ วัน  หากเกินกำหนดเจ้าหน้าที่จะต้องช่วยกันสมทบทุนตามกำลังศรัทธานิมนต์พระมาสวดเพื่อบรรจะศพฝังไว้ที่สุสานเขาฟ้า  เพื่อรอญาติมาติดตาม และไม่มีสิทธิ์เผาศพนั้นได้เลย 

         การใช้ทรัพยากรของที่นี่คือใช้ทุกอย่างเป็นประโยชน์ทั้งหมด  ขี้เถ้าแกลบนำมาทำปุ๋ยใส่แปลงผัก  เสื้อผ้า เศษวัสดุที่ใช้ไม่ได้นำไปเป็นเชื้อเพลิง  มีการฝึกอาชีพปลูกผักขายให้กับโรงครัววันละ ๓๐ กิโลกรัม  ฝึกนวดแผนไทย ฝึกเสริมสวย ฝึกขายกาแฟ เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมูและแยกขยะ

        ผู้ที่มาอยู่ในสถานสงเคราะห์แห่งนี้แบ่งเป็น ๓ กลุ่มคือชายสูงอายุ ชายวัยหนุ่มและกลุ่มผู้หญิง  สำหรับผู้หญิงมีจำนวนมากถูกโกนศีรษะเนื่องจากดูแลความสะอาดของตนเองไม่เป็น เสื้อผ้าจะถูกซักรวมกันและใส่รวมกัน  ส่วนผู้ที่ช่วยเหลือตนเองได้จะมีทรงผมเป็นปกติและมีเสื้อผ้าส่วนตัว 

         สิ่งที่ทุกคนต้องการมากที่สุด  จากการที่ได้ทักทายและสนทนาด้วยทุกคนต้องการเรื่องเดียวกันคือ "ความรักและกำลังใจ" ทุกคนจะเรียกเจ้าหน้าที่ชายว่าพ่อและเรียกเจ้าหน้าที่หญิงว่าแม่ ที่ประทับใจก็คือกิริยามารยาทที่ถูกฝึกมาแล้วนั่นเอง 

        วันนี้เป็นการเริ่มต้นและจะมีครั้งต่อไป  เพราะรวมกลุ่มกันได้ ๙ คนแล้ว  ตั้งใจว่าจะไปเลี้ยงอาหารที่นั่นอีกเดือนละ ๑ ครั้ง  โดยบริจาคตามศรัทธาคนละเท่าไรก็ได้   คนที่นั่นร้องขอน้ำหวานและไอศกรีม  อาจมีบันทึกเช่นเดียวกันนี้อีก ๓ บันทึกของครูแมว ครูนินและน้องนัท

        ขอมอบความสุขที่ได้รับให้กับผู้อ่านทุกท่าน  ด้วยจิตคารวะค่ะ

บรรยากาศภายในสถานสงเคราะห์

ผู้ชายคนนี้จะรดน้ำผักตลอดวันตลอดคืน

เรือนพักนอนชาย เรือนพักนอนหญิง (คนละแห่ง)

ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยทางกายและจิตใจ

บางคนซึม บางคนยิ้มแย้มและคุย(ไม่)รู้เรื่อง

อยากนั่ง อยากนอน ตรงไหนก็ได้

บางคนเล่าเรื่องได้ทำให้เราสนุกสนานด้วย

รู้จักแสดงความรัก

บอกความต้องการของตนเองและสาเหตุการมาอยู่ที่นี่ได้

สิ่งที่ชอบคือน้ำหวานและไอศกรีม

 บางคนจับช้อนไม่ได้ต้องใช้มือ

ยามว่างจะดูโทรทัศน์และมีการเอื้ออาทรต่อกัน

บีบนวด และช่วยหยิบจับสิ่งของ