รู้จักกับ QR Code กันสักหน่อย

TheInk
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
รู้จักกับ QR Code กันสักหน่อย
เมื่อวันก่อนผมได้มีโอกาสอ่านบทความจากบล็อกเพื่อนสนิทคนหนึ่ง @Toppercool ซึ่งได้เขียนเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ QR Code ในเรื่องต่างๆ เช่น การทำ Personal Branding การตามหาเด็กหาย คนแก่หลงทาง และก่อนหน้านั้นในงานสัมมนาของสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยน้อง @thangman22 ก็ได้มีการพูดถึงการใช้ QR Code กับการบอกพิกัดที่ตั้งสำหรับ foursquare จึงทำให้รู้สึกว่าช่วงนี้ QR Code ได้กลายเป็นประเด็นที่คนไทยหลายคนให้ความสนใจกัน (อีกครั้ง)
จริงๆ แล้ว QR Code หรือ Quick Response Code นี้มีกำเนิดมานานนนนมากแล้วตั้งแต่ปี 1994 โดยบริษัทญี่ปุ่นชื่อ Denso-Wave (บริษัทลูกของ Toyota) ซึ่งทีแรกเขาตั้งใจจะพัฒนาระบบ tracking ที่สามารถอ่านได้อย่างรวดเร็วเพื่อนำไปใช้ในการตรวจสอบชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมยานยนต์ จาก barcode แท่งยาวๆ จึงได้กลายมาเป็น matrix code หรือ barcode 2 มิติ ที่สามารถประมวลผลได้เร็วขึ้น ความผิดพลาดในการอ่านน้อยลง ความจุมากขึ้น สามารถใช้เก็บตัวเลขได้สูงสุดถึง 7,089 ตัวอักษรเลยทีเดียว
ปัจจุบัน QR Code ถือเป็น matrix code ที่ได้รับความนิยมสูงสุดมาตรฐานหนึ่ง (สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก http://en.wikipedia.org/wiki/Barcode) มันเข้าไปอยู่ในโทรศัพท์มือถือแทบทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ที่ใช้กันในประเทศญี่ปุ่น สาเหตุของความนิยมนี้น่าจะมาจาก ความหลากหลายของการนำไปประยุกต์การใช้งานได้ หากเราได้มีโอกาสไปญี่ปุ่น เราจะสามารถพบเห็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้ QR Code ได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านธุรกิจหรือการใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป ตั้งแต่ตื่นนอน ไม่ว่าจะหยิบจับสินค้าใดๆ ขึ้นมา การไปขึ้นรถไฟฟ้า ป้ายโฆษณาต่างๆ ในนิตยสาร ในหนังสือ หรือแม้กระทั่งในนามบัตร การใช้งานก็ไม่ยากเพียงแค่ถ่ายรูป QR Code ที่เห็นนั้นผ่านโทรศัพท์มือถือ มันก็จะถูกถอดรหัสออกมาเป็นข้อความ เป็นรูปภาพ อีเมล หรือแม้กระทั่ง URL ที่โยงไปยังเว็บไซต์ผ่าน web browser บนโทรศัพท์นั่นเอง อย่างเช่น รูปที่เห็นอยู่นี้จะนำท่านไปสู่เว็บไซต์ http://www.eventpro.in.th ครับ
มันเหมือนเป็นประตูในการเชื่อมโยงโลกแห่งความเป็นจริงเข้าไปสู่โลกเสมือนในไซเบอร์สเปซ ด้วยความสะดวกสบายของ QR Code นี้ทำให้เราไม่ต้องคีย์ข้อมูลยาวๆ บนโทรศัพท์มือถืออีกต่อไป แค่ถ่ายรูป และนำไปประมวลผ่านซอฟต์แวร์ที่เป็น QR Code reader เท่านั้น เราก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ 3G ในบ้านเราได้เข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ชีวิตไร้สาย ไร้ขีดจำกัด ก็จะเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ เครื่องโทรศัพท์ต่างๆ ก็จะรองรับการใช้งานมากขึ้น (ในปัจจุบัน smart phone ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น BB, iPhone หรือ Android ก็สามารถหาโปรแกรม QR Code reader มาติดตั้งเพิ่มเติมได้ไม่ยาก) นอกจากนั้นผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือทุกรายก็จะมีบริการเสริมที่อำนวยความสะดวกมากขึ้น อย่าง True Move ก็ได้มีการเปิดตัวบริการนี้ไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
แต่ไม่ใช่แค่นั้นครับที่สุดยอดกว่านั้นคือ คนธรรมดาทั่วไปอย่างเราๆ ท่านๆ สามารถสร้าง QR Code ขึ้นมาได้เอง ด้วยโปรแกรมที่ให้บริการฟรีบนเว็บ ที่เรียกว่า QR Code Generator อย่างเช่นที่เว็บไซต์ http://qrcode.kaywa.com เราสามารถระบุได้ว่าต้องการ QR Code เพื่อแทน URL, ข้อความ, เบอร์โทรศัพท์ หรือ SMS และยังสามารถกำหนดขนาด QR Code ได้หลายขนาด แค่นั้นไม่พอ ยังสามารถนำตัว QR Code ที่สร้างขึ้นมานี้ไปแปะในเว็บไซต์หรือตามเว็บบอร์ดต่างๆ ด้วยการ Copy โค้ด HTML ไปใช้ได้เลยอีกด้วย น่าสนใจไหมครับ ใช้ก็ง่าย สร้างก็ไม่ยาก เพียงแค่ว่าเราจะนำมันไปประยุกต์ใช้ได้แจ่มแจ๋วแค่ไหน แล้วคุณหละคิดอย่างไร How do u think?
* บทความนี้ ลงในนิตยสาร D+Plus ฉบับเดือน มีนาคม 2553

เมื่อวันก่อนผมได้มีโอกาสอ่านบทความจากบล็อกเพื่อนสนิทคนหนึ่ง @Toppercool ซึ่งได้เขียนเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ QR Code ในเรื่องต่างๆ เช่น การทำ Personal Branding การตามหาเด็กหาย คนแก่หลงทาง มีโออิชิที่โฆษณา Barcode สุดล้ำ และก่อนหน้านั้นในงานสัมมนาของสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยน้อง @thangman22 ก็ได้มีการพูดถึงการใช้ QR Code กับการบอกพิกัดที่ตั้งสำหรับ foursquare จึงทำให้รู้สึกว่าช่วงนี้ QR Code ได้กลายเป็นประเด็นที่คนไทยหลายคนให้ความสนใจกัน (อีกครั้ง)


จริงๆ แล้ว QR Code หรือ Quick Response Code นี้มีกำเนิดมานานนนนมากแล้วตั้งแต่ปี 1994 โดยบริษัทญี่ปุ่นชื่อ Denso-Wave (บริษัทลูกของ Toyota) ซึ่งทีแรกเขาตั้งใจจะพัฒนาระบบ tracking ที่สามารถอ่านได้อย่างรวดเร็วเพื่อนำไปใช้ในการตรวจสอบชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมยานยนต์ จาก barcode แท่งยาวๆ จึงได้กลายมาเป็น matrix code หรือ barcode 2 มิติ ที่สามารถประมวลผลได้เร็วขึ้น ความผิดพลาดในการอ่านน้อยลง ความจุมากขึ้น สามารถใช้เก็บตัวเลขได้สูงสุดถึง 7,089 ตัวอักษรเลยทีเดียว


ปัจจุบัน QR Code ถือเป็น matrix code ที่ได้รับความนิยมสูงสุดมาตรฐานหนึ่ง (สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก http://en.wikipedia.org/wiki/Barcode) มันเข้าไปอยู่ในโทรศัพท์มือถือแทบทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ที่ใช้กันในประเทศญี่ปุ่น สาเหตุของความนิยมนี้น่าจะมาจาก ความหลากหลายของการนำไปประยุกต์การใช้งานได้ หากเราได้มีโอกาสไปญี่ปุ่น เราจะสามารถพบเห็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้ QR Code ได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านธุรกิจหรือการใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป ตั้งแต่ตื่นนอน ไม่ว่าจะหยิบจับสินค้าใดๆ ขึ้นมา การไปขึ้นรถไฟฟ้า ป้ายโฆษณาต่างๆ ในนิตยสาร ในหนังสือ หรือแม้กระทั่งในนามบัตร การใช้งานก็ไม่ยากเพียงแค่ถ่ายรูป QR Code ที่เห็นนั้นผ่านโทรศัพท์มือถือ มันก็จะถูกถอดรหัสออกมาเป็นข้อความ เป็นรูปภาพ อีเมล หรือแม้กระทั่ง URL ที่โยงไปยังเว็บไซต์ผ่าน web browser บนโทรศัพท์นั่นเอง อย่างเช่น รูปที่เห็นอยู่นี้จะนำท่านไปสู่เว็บไซต์ http://www.eventpro.in.th ครับ

eventpro.in.th qr code

มันเหมือนเป็นประตูในการเชื่อมโยงโลกแห่งความเป็นจริงเข้าไปสู่โลกเสมือนในไซเบอร์สเปซ ด้วยความสะดวกสบายของ QR Code นี้ทำให้เราไม่ต้องคีย์ข้อมูลยาวๆ บนโทรศัพท์มือถืออีกต่อไป แค่ถ่ายรูป และนำไปประมวลผ่านซอฟต์แวร์ที่เป็น QR Code reader เท่านั้น เราก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ 3G ในบ้านเราได้เข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ชีวิตไร้สาย ไร้ขีดจำกัด ก็จะเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ เครื่องโทรศัพท์ต่างๆ ก็จะรองรับการใช้งานมากขึ้น (ในปัจจุบัน smart phone ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น BB, iPhone หรือ Android ก็สามารถหาโปรแกรม QR Code reader มาติดตั้งเพิ่มเติมได้ไม่ยาก) นอกจากนั้นผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือทุกรายก็จะมีบริการเสริมที่อำนวยความสะดวกมากขึ้น อย่าง True Move ก็ได้มีการเปิดตัวบริการนี้ไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา


แต่ไม่ใช่แค่นั้นครับที่สุดยอดกว่านั้นคือ คนธรรมดาทั่วไปอย่างเราๆ ท่านๆ สามารถสร้าง QR Code ขึ้นมาได้เอง ด้วยโปรแกรมที่ให้บริการฟรีบนเว็บ ที่เรียกว่า QR Code Generator อย่างเช่นที่เว็บไซต์ http://qrcode.kaywa.com เราสามารถระบุได้ว่าต้องการ QR Code เพื่อแทน URL, ข้อความ, เบอร์โทรศัพท์ หรือ SMS และยังสามารถกำหนดขนาด QR Code ได้หลายขนาด แค่นั้นไม่พอ ยังสามารถนำตัว QR Code ที่สร้างขึ้นมานี้ไปแปะในเว็บไซต์หรือตามเว็บบอร์ดต่างๆ ด้วยการ Copy โค้ด HTML ไปใช้ได้เลยอีกด้วย น่าสนใจไหมครับ ใช้ก็ง่าย สร้างก็ไม่ยาก เพียงแค่ว่าเราจะนำมันไปประยุกต์ใช้ได้แจ่มแจ๋วแค่ไหน แล้วคุณหละคิดอย่างไร How do u think?


* บทความนี้ ลงในนิตยสาร D+Plus ฉบับเดือน มีนาคม 2553

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน How do u think?



ความเห็น (0)