อาจารย์ฉลองงง...ไม่มีน้ำยาาา...

 

 

ตอนเด็ก ๆ พอทำการบ้านส่งเสร็จ เราจะมีหน้าที่นวดให้ครูบ้าง ตรวจการบ้านแทนบ้าง เติมน้ำในแจกันบนโต๊ะครู วิ่งเอากับข้าวหรือเอาของไปเก็บที่บ้านครูบ้าง ฯลฯ

ไม่ว่าเราจะสนิทสนมกับคุณครูท่านนั้นมากน้อยแค่ไหน แต่หากถูกใช้ไหว้วาน เราจะรู้สึกเต็มใจ เต็มที่ สู้ตายทุกเรื่อง

หากเพื่อน ๆ รู้เข้า ก็จะยิ่งมาช่วยกันมะรุมมะตุ้มเข้าไปอีก เราเองจะหน้าบานเป็นจานข้าวแมว ภูมิใจและเป็นเกียรติ ที่เราเป็นคนได้รับคำสั่งจากคุณครูมาโดยตรงเชียวนะ  :-)

อาจเพราะเรามองครูว่าสูงส่ง ไม่มีการจับผิด จ้องพลาด ด้วยความลังเลสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น  นั่นครูเรานะ จะไปคิดจะไปมองท่านเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไร

ครั้นพอได้มาเป็นครู จึงได้เห็นจากอีกมุมหนึ่ง ด้วยภาระที่หนักอึ้ง หลายหน้า หลากบทบาท ทั้งสอน ทั้งรับผิดชอบกิจกรรม ทั้งภาระติดตามให้การดูแล ประสานงานประสานความเข้าใจทั้งผู้ปกครองและฝ่ายต่าง ๆ ทำให้ตารางชีวิตในแต่ละวันแน่นเอี้ยด เวลาทานข้าวแทบไม่มี ไปทางไหนเด็กก็ล้อมหน้าล้อมหลังจะเอาเรื่องนี้ จะเอาเรื่องนั้น เข้ามาทักทาย ชวนคุย พูดเล่น พูดหัว

(ขืนไม่ทักตอบ ไม่เล่นด้วย เจองอน!)

ด้วยความสนิทสนมและความผูกพันที่มีต่อกัน ครูจึงมีเด็กเป็นกำลังสำคัญ

(ถ้าไม่มีล่ะแย่เลย) 

ช่วยจัดเอกสาร พิมพ์งาน ช่วยงานกิจกรรม ครูทำอะไรหนูก็จะตามไปทำด้วย   ค่ำมืดดึกดื่นต่อแสตนด์เชียร์ ทำอุปกรณ์ ทาสี เย็บฉากผ้า ขนอุปกรณ์ วิ่งซื้อข้าวซื้อน้ำ ระดมข้าวของเครื่องใช้และเสบียงเท่าที่ต้องการมาให้

ความมีน้ำใจและทุ่มเทของเด็ก ๆ ทำให้ครูอย่างเราพลอยหายเหนื่อยและประทับใจกับความน่ารักน่าเอ็นดูของพวกเขา  ทำงานไปอย่างมีความสุขไปตลอดเวลา

พวกเขา อาจไม่รู้ ว่าตัวเองเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ครู มีแรงทุ่มเทกับภาระหน้าที่แห่งวิชาชีพนี้ได้ต่อไป

อย่างไรก็ตามการใช้ไหว้วานเด็กก็ต้องมีขีดจำกัด ยิ่งปัญหาเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของบางคนในวิชาชีพนี้ เป็นข่าวเป็นเรื่องให้ได้แบ่งปันกันไปอับอาย ครูก็ยิ่งต้องคำนึงถึงให้มากขึ้น

 

ครูปูคนหนึ่งล่ะ ที่มีชื่อเรื่องความสนิทสนมกับนักศึกษา จะใช้ไหว้วานอะไรใคร จะมีมือรับ มือรองอยู่เพียบ  ทั้งตัวนักศึกษาและเครือข่ายผู้ปกครองที่หลากหลายอาชีพ  หากเป็นเรื่องที่ครูปูร้องขอทั้งแม่ทั้งลูกทั้งบ้านจะตาลีตาเหลือกหามาให้ตามต้องการ

แต่ในเมื่อเป็นหัวหน้าเขา ไอ้เรื่องจะไปนั่งเล่าวีรกรรมผลงานความดีงาม ความทุ่มเทในอดีตที่เป็นผลของความร่วมมือที่ได้รับในปัจจุบัน ก็เกรงจะเป็นเรื่องโม้โอ้อวดไปเีสีย  เผลอ ๆ ถ้าไม่เข้าใจจะนึกว่าเราใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่มิชอบ รับสินบาทคาดสินบนล่ะ ซ-ว-ย เลย :(

หัวข้อการวางตัว การรักษาระยะห่างระหว่างครูกับเด็กจึงมักเป็นวาระในที่ประุชุมที่ต้องแจ้ง เตือนกันเป็นระยะ ๆ ยิ่งในช่วงปิดเทอมไม่มีการเรียนการสอนก็จะมีเด็กที่ไม่อยากอยู่บ้านเฉย ๆ หรือมาแก้ผลกิจกรรม มาลงเรียนซ่อมแบบไม่เต็มเวลา เวลาที่เหลือก็จะมาขลุกอยู่กับพวกครูบาอาจารย์เสียเป็นส่วนใหญ่

 

ครูไปกินข้าวก็ขอเดินรวมกลุ่มกับเขาไปด้วย เขาหุงข้าวทำกับข้าวมากินรวมกันก็มาขอแจม รบกวนพ่อแม่ทำกับข้าวมาเผื่อ มาแบ่งปันกันอย่างสนุกสนานวุ่นวาย  

และมักลงท้ายที่เด็กต้องเป็นคนล้างจาน ?

ประเด็นนี้เคยพูดในที่ประชุมก่อนปิดเทอมไว้แล้ว แต่ทำอย่างไรได้ เด็กเขาสนุกสนานที่จะขลุกอยู่กับคุณครูเขานี่  จึงทำได้เพียงติงให้อาจารย์ระวังความรู้สึกของผู้ปกครองบางคน เดี๋ยวจะหาว่าเราใช้แรงงานลูกเขา อะไรไปนู่น (มีนะคะไม่ใช่ไม่มี)

แต่ปิดเทอมนี้ คุณครูคงเข็ดกับการใช้เด็กล้างจานกันแล้วล่ะค่ะ

เหตุเกิดในวันประชุมผู้ปกครองที่ผ่านมา อาจารย์สิบกว่าท่านนั่งกินข้าวกันเป็นกลุ่มใหญ่กับศิษย์รักก้นกุฎิหลายคน  กินเสร็จอาจารย์ฉลองผู้ที่เป็นเวรล้างจานประจำวันพอดี  ก็ออกปากสั่งเด็ก ๆ ให้ขนจานชามไปล้าง

“อาจารย์วางน้ำยาไว้ให้แล้วนะ”

เด็กผู้หญิง 2 คนก็รวบจานทั้งหมดแล้วลุกเดินไป  คุณครูที่เหลือก็ยังนั่งคุยกันต่อในโรงอาหารซึ่งเต็มไปด้วยผู้ปกครองและนักศึกษาที่กำลังกินข้าวเที่ยง หลังจากเสร็จกิจกรรมประชุมผู้ปกครองมาหมาด ๆ

อยู่ดี ๆ ทุกคนก็อึ้งไปชั่วครู่!

แล้วตามด้วยเสียงหัวเราะครืนนนน…ใหญ่ กันทั้งโรงอาหาร

เด็กผู้หญิงสองคนนั่นคงหาน้ำยาล้างจานไม่เจอ หรือเจอแต่น้ำยาอาจจะหมด  ประกอบกับมือที่เปียกน้ำแล้วคงไม่อยากเดินมาไกลจากซิงค์ล้างจานนัก

จึงโผล่หน้ามาตะโกนตรงหน้าโรงอาหาร พร้อมกันทีเดียวสองคน  เสียงดังก้องกังวาน คงกะให้อาจารย์ฉลองซึ่งนั่งอยู่ท้ายโรงอาหารได้ยินชัด ๆ


อาจารย์ฉลองงงงงงงงง..ไม่มีน้ำยาาาาาาาาา..

 

อาจารย์ฉลองแกหายวับเข้าใต้โต๊ะตัวนั้น ทันใด พร้อมทั้งขมุบขมิบปากอย่างหัวเสียว่า

ก็ว่าวางไว้ตรงนั้นนะ ทำไมไม่มี หรือว่าน้ำยาเราหมด หมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่หว่า?”