การปฏิบัติในฐานะ Care Management
วิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาของผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด เพื่อพัฒนาระบบการดูแล โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัด ปัจจุบันการให้ยาเคมีบำบัด เป็นระบบ Day chemotherapy ดังนั้นจะพัฒนาระบบการเตรียมความพร้อมผู้ป่วยที่ OPD เพื่อผู้ป่วยจะสามารถดูแลตัวเองและปรับตัวได้เมื่อมารับยาเคมีบำบัด
สร้างทีมการดูแลผู้ป่วยผู้ใหญ่เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรค เช่น ทีมการดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมอย่างต่อเนื่อง ชุมชนนักปฏิบัติ (Community of practice) เรื่อง ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด เราสามารถสร้างคลังความรู้ และได้รับรางวัลที่ 1 CoP คณะแพทยศาสตร์และ รางวัลชมเชย KKU Show& Share 2551 และชุมชนนักปฏิบัติ (Community of practice) เรื่อง การดูแลการให้ยาเคมีบำบัดทางหลอดเลือดดำ ได้รับรางวัล KM คณะแพทยศาสตร์ ในปี 2552
จัดระบบการดูแลผู้ป่วยผู้ใหญ่เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรค เช่น จัดระบบการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดแบบองค์รวมและการดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ นำ Complementary care เช่น Aromatherapy Music therapy สมุนไพร มาใช้ในการบำบัดคลื่นไส้ อาเจียน ลดปวด ลดวิตกกังวลและเพื่อผ่อนคลาย
สร้างระบบส่งต่อผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ จัดทำโครงการวางแผนการจำหน่ายและการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยการทำวิจัย R2R เรื่อง ผลของการใช้โปรแกรมการวางแผนการจำหน่ายต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัด ได้รับรางวัล R2R สวรส ประเภทตติยภูมิ ปี 2551 มีการเผยแพร่นวัตกรรม คือ วีซีดีและคู่มือ การให้ข้อมูลในการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัด ให้กับทุกหน่วยงานใน โรงพยาบาลศรีนครินทร์และ โรงพยาบาลต่างในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้นำไปใช้
ช่วยเหลือผู้ป่วยให้เข้าถึงระบบสุขภาพ และสามารถต่อรอง เพื่อพิทักษ์สิทธิประโยชน์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลผู้ป่วยที่ใช้บัตรประกันสุขภาพให้ได้รับยาเคมีบำบัดและยาอื่นๆตามแผนการรักษา รวมทั้งกลุ่มที่ใช้บัตรจ่ายตรงสามารถได้รับยาพิเศษเฉพาะราย ตามแผนการรักษาของแพทย์
สร้างระบบติดตามดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง มีการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ และมีการประสานกับผู้ป่วยทางโทรศัพท์ ทั้งการตามมารับการรักษา หรือการเลื่อนนัดกรณีไม่มีเตียง ผู้ป่วยจะได้ไม่เสียเวลา เสียเงินค่ารถ
จัดให้มีห้องรอ (Waiting room) โดยมีเป้าหมายเพื่อเตรียมเตียงให้ผู้ป่วยรอเข้าและออกจากโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังมีไว้สำหรับเตรียมความพร้อมก่อนเข้าให้ยาเคมีบำบัด คือ ให้คำแนะนำเรื่องสถานที่และกฎระเบียบต่างๆ ให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมและประเมินความรู้ผู้ป่วย Course แรกในแต่ละวันทั้งแบบเป็นกลุ่มและ Individual ตามหลัก D-METHOD ทำกลุ่ม Self Health Group และทำกลุ่มญาติ เพื่อเยียวยาให้ญาติมีความสุขขณะมาดูแลผู้ป่วยที่โรงพยาบาล
จัดให้มีห้องให้คำปรึกษาอย่างเป็นสัดส่วน มีสื่อการสอน มีหนังสือเพิ่มพลังใจ ไว้ให้ผู้ป่วยยืมอ่าน และห้องทำการบำบัดทางการพยาบาล เช่น การให้ฟังดนตรีบำบัด
สร้างฐานข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยผู้ใหญ่เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรคที่รับผิดชอบเพื่อใช้ประโยชน์ในการควบคุมคุณภาพ มีฐานข้อมูลในหอผู้ป่วยสำหรับติดตามดัชนีชี้วัด ผลลัพธ์การให้บริการผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด ทำให้รู้ปัญหาผู้ป่วย จะได้นำมาวางแผนการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดอย่างมีประสิทธิภาพ
ดูแลผู้ป่วย กลุ่มเฉพาะโรคที่มีปัญหาสุขภาพซับซ้อน (Direct Care)
ประเมินภาวะสุขภาพและความต้องการการบริการของผู้ป่วยมะเร็งที่รับยาเคมีบำบัดได้ครอบคลุมทั้งด้าน ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและจิตวิญญาณ ทั้งในระยะก่อนและหลังให้ยาเคมีบำบัดและมีการติดตามประเมินความต้องการผู้ป่วยมะเร็งที่รับยาเคมีบำบัด โดยใช้แบบประเมินที่เหมาะสมและมีคุณภาพ อย่างต่อเนื่อง เช่นแบบประเมินความรู้ในการดูแลตนเอง แบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเอง แบบประเมินคุณภาพชีวิต แบบประเมินตามแนวปฏิบัติการพยาบาล เรื่อง การป้องกันช่องปากอักเสบ Hypersenstivity Extravasation แบบประเมินอาการข้างเคียงของยาเคมีบำบัด ฯลฯ
วินิจฉัยปัญหาผู้ป่วย โดยใช้ข้อมูล หลักฐานเชิงประจักษ์ ความรู้ทางพยาธิสรีระ ความรู้ทฤษฎีการพยาบาลและทฤษฎีอื่นๆ ตลอดจนประสบการณ์ทางคลินิก สามารถระบุปัญหาที่ซับซ้อนของผู้ป่วยมะเร็งได้ โดยวิเคราะห์ปัญหาผู้ป่วยให้ครอบคลุมทั้งด้าน ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและจิตวิญญาณ ทั้งในระยะก่อนและหลังให้ยาเคมีบำบัด กำหนดเป้าหมายและเน้นการดูแลเพื่อแก้ปัญหาซับซ้อนให้ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดได้โดยใช้ Advanced skill & Knowledge เช่น การให้คำปรึกษา การสร้างพลังอำนาจให้แก่ผู้ป่วย
ให้การบำบัดทางการพยาบาลในกลุ่มอาการหรือปัญหาทางคลินิกที่ซับซ้อนโดยใช้ความรู้ ทฤษฎี และหลักฐานเชิงประจักษ์ ใช้เหตุผลทางคลินิกและจริยธรรมในการตัดสินเกี่ยวกับการให้การพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหาซับซ้อนแบบองค์รวม มีการสร้างแนวปฏิบัติเรื่อง การให้ข้อมูลเตรียมความพร้อม การลดปวดโดยใช้ดนตรีบำบัด การป้องกันช่องปากอักเสบ การพยาบาลเพื่อลดความเหนื่อยล้า การลดคลื่นไส้ อาเจียนโดยใช้วิธีกดจุดและการใช้ NSS หล่อหลอดเลือดดำ เป็นต้น มีระบบการดูแลผู้ป่วยให้ได้รับยาเคมีบำบัดตามแผนการรักษาและป้องกันอาการข้างเคียงของยาเคมีบำบัด โดยใช้การบำบัดทางการพยาบาล โดยนำ Complementary care for quality of life มาใช้บำบัดในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด
ประเมิน เฝ้าระวัง ประสานงาน และจัดการเกี่ยวกับภาวะสุขภาพของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและสามารถตัดสินใจในคลินิกได้ ประเมินผลลัพธ์ที่เกิดจากการดูแล โดยติดตามผลลัพธ์การให้บริการผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด ติดตามความก้าวหน้าของโรคและการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดอย่างต่อเนื่อง ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ติดตามผลลัพธ์ทางการพยาบาล จากการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด โดยการติดตามดัชนีชี้วัด การให้บริการผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด
จัดการกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นหรือภาวะวิกฤติฉุกเฉินของผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ
คาดการณ์ปัญหาที่ซับซ้อนจากอาการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย และวางแผนป้องกันแก้ไขได้อย่างถูกต้องและทันเหตุการณ์ เช่น Extravasation Hypersenstivity Tumor lysis syndrome เป็นต้น
ช่วยเหลือผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉินหรือเร่งด่วนให้ได้รับความปลอดภัย โดยให้การดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด กลุ่ม High risk & Volume& Cost ในช่วงแรก เพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการดูแลจะได้รับผลลัพธ์ตามที่คาดไว้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ pathway ปกติได้ และประเมินปัญหาผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดกลุ่ม High risk & Volume& Cost อย่างลึกซึ้ง มีแบบประเมินความปวด ประเมินความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเอง รวมทั้งแบบประเมินคุณภาพชีวิต แบบประเมินความสงบของจิตใจ แบบประเมินตามโครงการบำบัดด้วยกลิ่นและสมุนไพรบำบัด เป็นต้น
ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดที่มีปัญหาสุขภาพซับซ้อน โดยพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด แนวใหม่
การประสานงาน (Collaboration)
ประสานความร่วมมือกับพยาบาล แพทย์ บุคลากรในทีมสหสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อการวางแผนและให้การดูแล ตลอดจนประเมินผลการดูแลผู้ป่วยและครอบครัวที่มีปัญหาซับซ้อนหรือวิกฤติฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ทีมการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย
ประสานความร่วมมือกับครอบครัวของผู้ป่วย พยาบาลชุมชน และแหล่งประโยชน์ในชุมชน ในการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดูแลผู้ป่วยเมื่อกลับไปอยู่บ้าน เช่น อยู่ในทีมดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัด ร่วมให้ความรู้สำหรับประชาชนเพื่อป้องกันมะเร็งเต้านม วางแผนการจำหน่ายและดูแลต่อเนื่องสู่ชุมชน โดยการส่งต่อการดูแลถึง PCU โดยใช้ใบส่งต่อและสมุดบันทึกการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด
สร้างระบบ Partnership กับสหสาขาวิชาชีพ ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด
เสริมสร้างพลังอำนาจ (empowering) การสอน (educating) การฝึก (coaching) การเป็นพี่เลี้ยงในการปฏิบัติ (mentoring)
ฝึกทักษะและพัฒนาศักยภาพของผู้ป่วยและครอบครัวในการเผชิญปัญหา ความรู้สึกไม่แน่นอน ความเศร้าโศก สูญเสีย และความรู้สึกหมดหนทางช่วยเหลือ ได้ครอบคลุมทุกวิถีของความเจ็บป่วย
มีการเตรียมความพร้อมก่อนรับยาเคมีบำบัด และ เตรียมความพร้อมผู้ป่วยและครอบครัวในระยะสุดท้าย
มีการนำผู้ป่วยเข้ากลุ่มวิปัสสนาเยียวยารักษาใจ เข้ากลุ่มมิตรภาพบำบัด
การเตรียมผู้ป่วยให้สามารถเผชิญกับปัญหา โดยการแนะนำการใช้สมาธิเบื้องต้น เพื่อลดความวิตกกังวลก่อนรับยาเคมีบำบัด
ฝึกทักษะและพัฒนาศักยภาพของผู้ป่วยและครอบครัวในการดูแลตนเองโดยใช้ความรู้ทฤษฎี และหลักฐานเชิงประจักษ์ เป็นหลักในการพัฒนาความสามารถของผู้ป่วยและครอบครัว
สอน ชี้แนะ และเป็นพี่เลี้ยงพยาบาลและนักศึกษาพยาบาลให้มีความสามารถในการดูแลผู้ป่วย
ให้คำปรึกษาทางคลินิกในการดูแลผู้ป่วยหรือผู้ใช้บริการกลุ่มเป้าหมายตนเองเชี่ยวชาญ (Consultation)
เป็นที่ปรึกษาในการจัดการปัญหาสุขภาพผู้ป่วยเฉพาะรายที่มีปัญหาซับซ้อน
เป็นที่ปรึกษาในการจัดระบบการดูแลผู้ป่วยเฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรค และเป็นแหล่งข้อมูลในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดที่มีความแปรปรวนจากแผนการดูแล
เป็นที่ปรึกษาในการตัดสินใจประเด็นจริยธรรมที่เกิดจากการปฏิบัติการพยาบาล
เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent)
ประเมินผล เพื่อพัฒนาผลลัพธ์ของการบริการที่มีคุณภาพและคุ้มค่าอย่างต่อเนื่อง เช่น ประเมินผลการใช้โปรแกรมการวางแผนการจำหน่าย ประเมินผลการให้บริการผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดตาม Care Map
นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาการปฏิบัติการพยาบาลโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด โดยให้พยาบาลมีส่วนร่วมในการใช้
พัฒนานวัตกรรมและระบบการดูแลเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องทั้งในสถานพยาบาล และร่วมกับเครือข่ายในระดับปฐมภูมิ จัดทำวิดิทัศน์ เรื่องการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด แผ่นซีดีเพลง ดนตรีบำบัด คู่มือการให้ข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด
จัดทำโครงการต่างๆ เพื่อการประกันคุณภาพการดูแลมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด
หน้าที่ทางด้านจริยธรรมและการตัดสินใจเชิงจริยธรรม (Ethical reasoning and ethical decision making)
ใช้ความรู้ ทฤษฎีและหลักจริยธรรม สิทธิผู้ป่วย สิทธิของพยาบาล และหลักการตัดสินใจเชิงจริยธรรมในการปฏิบัติงาน โดยการแสวงหาช่องทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้บริการเฉพาะรายในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด
บริหารจัดการด้านการปฏิบัติการพยาบาลโดยเน้นการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย โดยการประเมินความเสี่ยง ประโยชน์ของแต่ละทางเลือกในการแก้ปัญหาในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด
พิทักษ์สิทธิผู้ป่วย (advocate) เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการปฏิบัติการพยาบาลอย่างมีจริยธรรม เป็นธรรม และปลอดภัย โดยรักษาสมดุลระหว่างระบบ งบประมาณและเป้าหมายของในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด
ร่วมในกระบวนการตัดสินใจเชิงจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการดูแลในระดับหน่วยงานและหรือระดับองค์กร
มีส่วนร่วมในการควบคุมมาตรฐานและผลลัพธ์ด้านจริยธรรมทางการพยาบาล
การใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Practice)
ติดตาม รวบรวม ผลการวิจัยหรือหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการพยาบาลและที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด
ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ที่เป็นปัจจุบันในการพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาล เช่น พัฒนาแนวปฏิบัติและใช้แนวปฏิบัติในการปฏิบัติงานเช่น Research Utilization Project:การใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ในการพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาล เรื่อง การใช้สารละลายน้ำเกลือหล่อหลอดเลือดดำเพื่อป้องกันลิ่มเลือดอุดตันปลายเข็มฉีดยาชนิดล็อค Mucositis Fatigue ฯลฯ
เผยแพร่แนวปฏิบัติการพยาบาลที่มาจากหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ปฏิบัติหรือผู้เชี่ยวชาญในสาขาการพยาบาลเดียวกัน เป็นวิทยากร เรื่องการสร้างแนวปฏิบัติการพยาบาลทั้งในและนอกโรงพยาบาล
นำหลักการจัดการความรู้มาใช้ร่วมกับกระบวนการพัฒนาคุณภาพตามหลักฐานเชิงประจักษ์ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของผู้มีประสบการณ์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติ มีการจัดตั้งชุมชนนักปฏิบัติ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องการบริหารยาเคมีบำบัด
วิเคราะห์และประเมินผลที่ได้รับจากการปฏิบัติตามหลักฐานเชิงประจักษ์และเผยแพร่หลักฐานการปฏิบัติที่เป็นเลิศเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง มีการติดตามผลลัพธ์การดูแลตนเองของผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด หลังจากได้รับข้อมูลเตรียมความพร้อมก่อนรับยาเคมีบำบัด
การจัดการและประเมินผลลัพธ์ (Outcome management and evaluation)
กำหนดผลลัพธ์และตัดชี้วัดผลลัพธ์ทางการพยาบาล มีการประเมินคุณภาพชีวิตและพฤติกรรมการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดอย่างต่อเนื่อง
ดำเนินการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลตัวชี้วัดทางการพยาบาล สำหรับกลุ่มเป้าหมายในหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง มีดัชนีชี้วัด ทั้งด้านบริหาร บริการและผลลัพธ์ทางคลินิก โดยติดตามมาตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน
วิเคราะห์ผลเปรียบเทียบผลลัพธ์ของการพยาบาลอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงประเมินผล มีการทำวิจัยประเมินผลลัพธ์การให้บริการผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด ปี 2551
นำผลการวิเคราะห์ผลลัพธ์มาเป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการพยาบาลอย่างต่อเนื่อง นำผลลัพธ์ที่ได้มาปรับปรุง การรับใหม่ การจำหน่าย การลดขั้นตอนการให้บริการผู้ป่วย รวมทั้งจัดระบบการให้บริการแบบ One stop service
จัดทำฐานข้อมูลด้านผลลัพธ์ทางการพยาบาลในผู้ป่วยผู้ใหญ่เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรคในหน่วยงานเพื่อใช้ติดตามและเปรียบเทียบผลการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
เผยแพร่วิธีการปฏิบัติและผลลัพธ์การปฏิบัติที่เป็นเลิศเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ปฏิบัติและผู้เชี่ยวชาญ โดยผ่านชุมชนนักปฏิบัติและ Web blog GotoKnow
เป็นที่ปรึกษาในการทำวิจัย เรื่อง การป้องกันอุบัติการณ์พลัดตกหกล้ม การป้องกันการเกิดอุบัติการณ์ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด
ร่วมทำวิจัย การติดตามพฤติกรรมการดูแลตนเองและคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่ได้รับยาเคมีบำบัด
บริหารโครงการต่างๆ เช่น Lean& Seamless เรื่อง การลดขั้นตอนผู้ป่วยที่มารับบริการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด โดยมีโครงการจัดทำ Waiting room& One stop service การคิดเงินกลับบ้านและนำยากลับบ้านมาให้ผู้ป่วย โครงการลดค่าใช้จ่าย (Utilization project) เช่น การพัฒนาระบบบันทึกน้ำเข้าและออก (Intake - Output) โครงการคืนยาให้กับโรงพยาบาล จากการเตรียมยาแบบรวมศูนย์ ทำให้ยาบางงอย่างเหลือใช้ โครงการติดตามประเมินผลการบริหารยาเคมีบำบัดทางหลอดเลือดดำ เป็นต้น