การได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันวันละ ๑๐ ชั่วโมง ตั้งแต่ เช้าจรดเย็น เป็นเวลา ๒ วันนั้น เป็นเวลาที่ทั้งครูและศิษย์ต่างก็จะได้เห็นกันและกันอย่างลึกซึ้ง เกือบจะทุกแง่มุม ทั้ง ทักษะวิชาการ การนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประยุกต์ใช้ ทักษะการทำงาน และทักษะชีวิต
วันแรกเราตั้งต้นกันที่จุดกึ่งกลางสะพานพระปิ่นเกล้า เพื่อให้เด็กมองเห็นทั้งฝั่งธนบุรี และฝั่งพระนคร สังเกตการกัดเซาะของแม่น้ำ แล้วเดินไปที่ปากคลองโรงไหม ตัดผ่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดูแนวกำแพงวังหน้า สังเกตชีวิตทางเศรษฐกิจของชาวชุมชนท่าพระจันทร์ ชาวชุมชนท่าช้าง เดินเรื่อยไปจนถึงท่าราชวรดิษฐ์
จากนั้นจึงนั่งรถไปลงที่วัดโพธิ์ เพื่อทำความรู้จักกับมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ เมื่อนมัสการพระประธาน และชมความงามของโบสถ์แล้วก็มุ่งหน้าไปยังพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ หรือ Museum Siam
ที่พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้จะเป็นจุดเรียนรู้ที่ช่วยให้นักเรียนเกิดความเช้าใจในภาพรวมทั้งหมดได้ดี ตั้งแต่เรื่องภูมิศาสตร์ของดินแดนที่เรียกว่าสุวรรณภูมิ หลักฐานทางโบราณคดี การตั้งถิ่นฐาน การเกิดรัฐ เรื่อยมาจนกระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยาและรัตนโกสินทร์ และความเป็นไทยในปัจจุบันที่มีที่มาจากรากอันหลากหลาย
การนำเสนอด้วยมัลติมีเดีย และแนวคิดของการทำพิพิธภัณฑ์ให้ผู้ชมสามารถสัมผัสจับต้องได้ ทำให้เด็กในวัยประถมปลายสนุกที่จะเรียนรู้ไปกับเรื่องราวที่นำเสนอ ในขณะเดียวกันก็ไม่หลุดเป้าหมายสำคัญที่ครูผู้สอนวางไว้ให้เรียนรู้ เพราะต้องสังเกต ค้นคว้าเพื่อตอบโจทย์ของครูที่ให้ไว้ในสมุดภาคสนามอยู่เป็นระยะเช่นกัน
เมื่อก้าวพ้นออกมาจากพิพิธภัณฑ์ ผู้เรียนก็จะได้พบกับโจทย์การเรียนรู้ในภาคสนามที่ครูสร้างขึ้นเพื่อพาให้ผู้เรียนได้เจอกับความเป็นจริง ในสถานการณ์ต่างๆ เช่นความรู้เรื่องของพระปรมาภิไธยย่อ การอ่านแผนที่ ที่เคยจัดเป็นฐานการเรียนรู้ ก็จะกลายเป็นความรู้ที่ต้องนำมาใช้จริงในการทำงานจริงตามโจทย์ที่ได้รับมอบหมาย เช่น อาคารหลังนี้สร้างขึ้นในสมัยใด ขณะนี้ ณ ตำแหน่งใดในแผนที่ทิศเหนือของเราคืออะไร เป็นต้น
ทักษะการดูแลตัวเอง การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และทักษะการคิดคำนวณ เป็นทักษะที่เห็นได้ชัดว่าเด็กแต่ละคนมีความพร้อมเพียงใดในสถานการณ์จริง แต่ละคน / แต่ละกลุ่ม จะบริหารจัดการอย่างไรเมื่อครูมอบเงินค่าอาหารกลางวันให้ และเมื่อเหลือจ่ายในมื้อนั้นแล้ว ก็ยังสามารถนำไปสบทบเข้ากองทุนเงินอาหารว่างมื้อต่อไปได้ แต่หากใครจ่ายเกินงบที่มีอยู่ ก็จะต้องนำเงินของตัวเองมาจ่ายเพิ่มเอง กติกาเช่นนี้ช่วยให้ทุกคนเกิดความระมัดระวังในการใช้จ่าย และทำให้ครูได้เห็นทักษะในการบริหารจัดการที่ดีของนักเรียนบางคนด้วย