O ยอมรับแล้วใช่ไหม..หัวใจนั้น-ว่าผูกพัน, อาวรณ์..เกินซ่อนไหวทุกการเต้นสั่นรัว..ของหัวใจเหมือนมือใครบางคนคอยด้นดึงO โลกไม่ได้ล่มลง..ที่ตรงหน้ากับเพียงว่าหัวใจ-แอบใฝ่ถึงเก็บไว้เถิด..เงื่อนงำ-ไว้คำนึง-ในอกซึ่งอาลัย..เริ่มไหวตัวO แว่วยินไหมนัยคำ..กรอง-ร่ำร้อยหมายผ่านความล่องลอยเฝ้าคอยยั่วเพียงเพื่อ”บางคน”นั้นจะสั่นรัว-หลังรับความ, ถ้วนทั่ว-ทั้งหัวใจO เพลงสังคีตหวีดแว่ว..จะแล้วหรือ-เมื่อคอยยื้อยุดขวัญ..เฝ้าสั่นไหวโอ-หนอดาวกระพริบ..ที่ลิบไกล-เหมือนร่วมล้ออาลัยที่ใจคนO สายลมค่ำพรมแล้ว..เพียงแผ่ว-ผ่านแผ่ว-เพียงหวานหอมปวง..คล้ายร่วงหล่น-ลงเกลือกกลั้วอาลัย..พาไหววนกับดิ้นรนแฝงเร้น..ความเป็น – มีO ฤๅ – ลมค่ำพรมผ่านอยู่นานเนิ่นเพื่อหยอกเอินรูปลักษณ์แห่งศักดิ์ศรีฤๅ – จังหวะหัวใจ..อาจไหววีฝากเรื่อยรี้ลมร่ำ..รู้-คร่ำครวญO สังคีตออดอ้อนเสียง..นั้นเพียงเพื่อ-คอยอุ่นเอื้ออาวรณ์ให้ย้อนหวนความ..คำ..หมายรุมเร้าคอยเย้ายวน-ความซ่อนเร้นทุกส่วนให้ปรวนแปรO หวังโดยแรงนิรมิต, ดวงจิตนั้น-รู้-รำพันร้อยเรียง..ใช่เพียงแค่-คารม-อันสั่นพลิ้วเช่นริ้วแพรเพื่อเย้าแหย่ยั่วความเอาตามใจO หมายว่าความละห้อยเห็น..ที่เป็นอยู่จากแรงชู้อาวรณ์..แสนอ่อนไหวจักเผยออกให้รู้..ว่าผู้ใดแฝงเร้นไว้แนบกาล..นับนานมาO สดับเถิด - คีตะกานท์..เสียงหวานแว่ว-แทนเสียงแผ่วจากใจผู้ใฝ่หายิ่งกว่าขลุ่ยครวญเสียง..นั้น-เสียงอา-รมณ์ – ผู้ยังปรารถนาในอาวรณ์O ใช่ไหมว่า..สังคีตประณีตรส-ราวเบิกบทอารมณ์..เคยข่ม-ซ่อนขลุ่ยโหยเสียงโลมรุกไปทุกตอนหวังช่วยถอนถ่ายรื้อความถือตัวO ใช่ไหมว่าลมร่ำ..แห่งค่ำนี้-คล้ายวาดวี..วก-วน..กลางหม่นหลัวโลมลูบความแฝงเร้นให้เต้นรัวโดยหยอกยั่วอกคนอยู่อลเวงO คล้ายว่าบางงดงาม..เฝ้าลาม..รุกโดยสอดซุก-รูปจริต..ให้พิศเพ่งผ่านรูปเงาเร้ารัว..ไม่กลัวเกรง-การรุดเร่งอกใจ..คอยไขว่คว้าO เหน็ดเหนื่อยสักเพียงไหน..ดวงใจนั่นกับผูกพันเฝ้าคอยละห้อยหาอาวรณ์ใครหนอช่วงในดวงตาพร้อมเหว่ว้าเหมือนช่วง..ที่ดวงใจO ยอมรับเถิดอาวรณ์..ที่ซ่อนเร้น-คง-บีบเค้นเกินการณ์จะต้านไหวจงรับรู้เพียงว่า..ความอาลัย-เกิดแล้วไซร้ - ดับยากลำบากนัก !