วันนี้มีีเรื่องอยากให้ท่านผู้อ่านช่วยลองตัิดสินให้ผมหน่อยว่า ผมผิดเยอะมัยเนี๊ยะ ฮิฮิ อย่างแรกก็ขอยอมรับก่อนว่า ผมนะผิดแน่ๆ ครับ เพียงแต่จะผิดมากผิดน้อยนั่นแหละประเด็นคำถาม เรื่องมันมีอยู่ว่า เช้าวันนี้ผมรีบมากครับจะไปประชุมที่ สำนักบริหารยุทธศาสตร์ฯ เขต 12 (สำนักงานผู้ตรวจฯ เดิม) ประชุมเก้าโมงเช้าครับ ไปถึงป้อมด้านหน้า รปภ.ถามว่า "มาทำอะไรครับ" ผมก็ตอบว่า "มาประชุมครับ" ก็โดนถามกลับอีกว่า "ประชุมอะไร?" เริ่มสงสัยแล้วครับว่าทำไมถามซักจัง เลยต่อไปว่า "ประชุมผู้นำครับ" คำตอบคือ "อ้อ ประชุมผู้นำการเปลี่ยนแปลงใช่มัยครับ ไปห้องประชุมชั้นสอง ตึกขวามือนะครับ ห้องกระจกนะครับ" ออ มีแถมด้วยครับว่า บอกว่าประชุมผู้นำตั้งแต่ต้นก็หมดเรื่องแล้ว ฮือ ผมโดนต่อว่าใช่มันเนี๊ยะ แต่คิดว่า คงเป็นการประสานมาจากผู้จัดมั๊งครับ ให้ รปภ.ถาม เพื่อจะแจ้งว่าเปลี่ยนห้องประชุม ก่อนที่เราจะไปห้องประชุมตามที่แจ้งในหนังสือเชิญ

ผมกำลังจะถอดรองเท้าเพื่อขึ้นไปชั้นสองครับ ก็มีเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดถามว่า "ประชุมผู้นำการเปลี่ยนแปลงใช่มัยครับ ชั้นสองเลยนะครับ" เออ ประสานงานกันดีจังที่นี่ แต่พอไปถึงห้องประชุมก็เป็น "งง" ครับ ในห้องไม่มีคนเลย เปิดแอร์รอไว้ เฮ้ย นี่มันเกือบจะเก้าโมงแล้ว คนจัดงานก็ไม่มารอลงทะเบียนเลยหรือ ฮือ (คิดในใจว่า แย่กว่าทีมงานผมอีก ฮา) 

(ผอ.สบย.ชี้แจงที่มาของโครงการ)

สักครู่ต่อมา พนักงานเสริฟกาแฟก็ยกอุปกรณ์กาแฟ ขนมมาจัดไว้หน้าห้องประชุมครับ ผมก็เลยถามให้แน่ใจอีกรอบว่า ประชุมผู้นำการเปลี่ยนแปลงใช่มัยครับ เก้าโมงหรือเปล่า? ฮือ สองคำถามรวด คำตอบคือ ใช่ค่ะ เก้าโมง ฮือ แล้วทำมัยยังไม่มีใครมาเลยละ เริ่มหงุดหงิดแล้วครับ แก้เซ็งเลยเปิดโน้ตบุ๊คนั่งทำงานไปพลางๆ ดีกว่า ฮาๆ ทำงานเพลินครับ เวลาผ่านไปเกือบๆ ชั่วโมง รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการโทรมาถามว่า อยู่ไหน ผมก็ตอบว่า อยู่เขต 12 ครับ เหรอ ทีมงานเขาโทรมาถามผมว่า ทำไมไม่เข้าประชุม ฮา ผมเลยต้องถามกลับแล้วก็ผมรอประชุมอยู่นี่ไงครับ ออ.แล้วตกลงเขาประชุมห้องไหน 

รู้ปั๊บก็รีบลุกไปประชุมอีกตึกหนึ่งทันที โอ้ สมาชิกประชุมพร้อมแล้ว ผมไปถึงก็เริ่มประชุมเลย ฮา สู้ดดดด เซ็ง

เนื่องจาก ผอ.การุณ ติดภาระกิจครับ อ.สาโรจน์ (ผมลืมนามสกุลท่านแล้วครับ) ก็เลยดำเินินการประชุมไปก่อน ประเด็นคือ ทาง สกย. ต้องการให้ทีมของมหาวิทยาลัยต่างๆ ในพื้นที่จัดทำหลักสูตรพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงระยะที่สองสำหรับผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม แต่ฟังรอบแล้ว ประเด็นอบรมมันเยอะมากครับ (เอามาจากการสำรวจผู้บริหาร รร.) ผมเลยเสนอว่า ต่างมหาวิทยาลัยต่างก็ทำหลักสูตรไปก็แล้วกัน จากนั้นก็ให้ทาง สกย. นำเสนอแล้วให้ผู้บริหารเขาเลือกเองว่าจะเรียนหลักสูตรไหนกับมหาวิทยาลัยไหน ที่เสนอแบบนั้นก็เพราะว่า เคยมีประสบการณ์ครับ แบ่งเป็นพื้นที่ แล้วสุดท้ายก็ลืมระบุ มอย.ไว้ในแบบฟอร์ม จนผู้เรียนเองต้องโทรถามว่า มอย.ทำไมไม่มีในใบสมัคร

(อ.สาโรช กับตัวแทน มนร.)

ส่วนตัว ผมมั่นใจครับว่า ถ้าให้ผู้บริหารเลือกเรียนเองจากหลักสูตรที่แต่ละสถาบันนำเสนอ มอย.ก็น่าจะเป็นตัวเลือกต้นๆ ที่เขาจะเลือก เพราะผมว่า หลักสูตรที่เราจะทำก็น่าสนใจแน่ๆ 

แต่ปรากฏ พอ ผอ.สกย.มาถึงที่ประชุม ปรากฏว่า โครงการนี้ไม่ใช่อย่างที่คุยกันครับ เลยต้องคุยใหม่อีกรอบหนึ่ง ได้ข้อสรุปว่า ทุกมหาวิทยาลัยทำหลักสูตรให้เหมือนกัน แต่แบ่งโควต้าผู้เข้าอบรมไปเท่าๆ กัน โดยผู้เข้าอบรมก็จะถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่มหลัก 

การประชุมนี้ ผมเกือบจะหลุดๆ บ่อยมากครับ เพราะตลอดช่วงประชุมมีสายสำคัญๆ โทรเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ประเด็นที่คุยผ่านโทรศัพท์รอบนี้มาจากผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งนั้นเลยครับ ความจริงผมโทรไปหาท่านแหละครับ แต่ท่านปิดเครื่อง พอเปิดเครื่องปั๊บท่านก็เลยโทรกลับมา

อันนี้แหละครับความผิดที่สองของผม และคิดว่าเป็นบทเรียนสำคัญมากสำหรับผมเลย แต่เรื่องนี้เล่าละเอียดไม่ได้ครับ เพราะมีกฏหมายบังคับไว้เนื่องจากเป็นเรื่องของการขอตำแหน่งวิชาการ ประเด็นมันอยู่ที่แบบประเมินผลงานวิชาการ ของ มอย.ครับ ฮือ ความจริงมันไม่ได้ซับซ้อนอะไรครับ ผมแค่ออกแบบให้มีตัวกรองความถูกต้องด้วยเท่านั้นเอง แต่ปรากฏว่า ผู้ทรงคุณวุฒิตอบมาแนวเดียวกันหมด จนกระทั่งผมเองงงมาก เลยต้องโทรไปถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น แฮะ เลยได้คำแนะนำแรกคือ แบบฟอร์มมันผิด ทำให้ผู้ประเมินงง เอาสักแบบหนึ่งสิ ไม่ใช่เอามาผสมกันอย่างนี้ ฮือ ผมผิดไปแล้ว

เสร็จประชุม ทานมื้อเที่ยงพร้อมกัน มีประเด็นที่ ผอ.การุณนำเสนอแนวคิดท่านหลายเรื่องครับ มีทั้งที่ผมเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยครับ เอาอย่างแรกนะครับ ท่านบอกว่า โดยนโยบายแล้ว รัฐต้องการให้เยาวชนในพื้นที่หลังจาก ม.ต้นแล้ว ได้เรียนสายอาชีพครึ่งๆ กับเรียนต่อให้จบม.6 แต่ในวงสนทนามองกันว่า รร.เอกชนสอนศาสนาอิสลามไม่ยอมปล่อยเด็กออกมาให้เรียนสายอาชีพ

(ตัวแทน มร.ยะลาและ มอ.ปัตตานี)

ผมมองต่างมุมครับ เลยเสนอไปว่า ก็สายอาชีพมันไม่มีวิชาศาสนาอยู่นี่ครับ ท่านก็แย้งว่า ตอนนี้มีแล้ว ประชาสัมพันธ์ก็แล้ว ผมเลยเสนออีกแนวหนึ่งว่า ถ้าให้ รร.เอกชนทำสายอาชีพสิ เด็กจะเรียนกันเยอะเลย หลายท่านก็แย้งว่า ถ้าให้ รร.เอกชนทำเองก็ไม่ประสบความสำเร็จแน่ๆ เพราะมันต้องลงทุนเยอะ ผมก็เลยฟันธงว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นนโยบายนี้ก็ไม่สำเร็จหรอกครับ เพราะยังงัยผู้ปกครองก็จะบอกว่า ถึงแม้ว่า เรียน รร.เอกชนฯ แล้วลูกยังไม่ฉลาดขึ้น แต่ผู้ปกครองก็ยังจะส่งไปเรียนครับ เพราะอย่างน้อยก็ได้เรียนศาสนา เรื่องได้เรียนศาสนาเป็นเรื่องสำคัญสุดของคนในพื้นที่นี้ครับ

อีกแนวคิดหนึ่งของ ผอ.การุณที่น่าสนใจมากครับ เกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ โดยท่านพยายามสร้างบทบาทให้กับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ เพียงแต่ประเด็นการประสานข้อมูลเป็นปัญหาสำคัญสำหรับมหาวิทยาลัยครับ เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยไม่ได้ขึ้นตรงต่อกัน ฮา

เสร็จจากการประชุมที่ สกย. ผมก็เปลี่ยนแผนครับ จากเดิมจะกลับไปประชุมทีมงานครับ แต่มีคิวแทรก ต้องไปรับเอกสารผลการประเมินตำแหน่งวิชาการที่ปัตตานี ท่านแจ้งมากว่าให้ไปรับช่วงไหนก็ได้ (กลางค่ำกลางคืนก็ได้) แต่ผมคิดว่าต้องรีบไปเอาครับ แฮะๆ แต่พอขับไปถึงปัตตานี ก็เวลาบ่ายสามโมงครับ เกิดเปลี่ยนใจแวะไปทำภาระกิจส่วนตัวที่สำนักงานที่ดินก่อนดีกว่า (พ่อโทรมาต่อว่าหลายรอบแล้วว่าเมื่อไรมึงจะไปทำสักที อันนี้ด้วยความบังเอิญครับที่หลักฐานทุกอย่างพร้อมเพรียงอยู่ในรถเรียบร้อยเลย อัลฮัมดุลิลลาห์) 

 

(ตอนเสริฟกาแฟ เลยได้พิเศษ ฮิฮิ)

สิ่งที่ผมจะทำคือ จะไปยื่นขอเปลี่ยนจาก สน.3 ไปเป็นโฉนดครับ ที่ต้องเสียเวลามากๆ คือ การหาว่า สน.3 ผมมันอยู่ตรงไหนในแผนที่ใหญ่ๆ หาไม่เจอครับ เพราะแผนที่ที่เขาให้มาหามันไม่มีสัญลักษณ์อะไรเลยนอกจากเส้นแบ่งพื้นที่ ถามเขาว่า ตรงไหนมหาวิทยาลัย ตรงไหนมัสยิด เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า อันนี้มันบอกไม่ได้หรอก แต่เขาเองพอจำได้ว่าบ้านกำำนันอยู่แปลงไหน ฮา ชาวบ้านที่มาทำเหมือนผม แนะนำว่า ถ้าจะมาทำต้องไปขอหลักฐานของคนข้างๆ ด้วยจะทำให้หาง่ายขึ้น อัลฮัมดุลิลลาห์ครับ ดีที่ผมจำหมายเลขโฉลดบ้านผมได้ ซึ่งมันไม่ไกลจากที่ดินที่ซื้อครับ สุดท้ายจึงหาเจอ

ต้องบอกว่า ผมชอบอัทธยาศัยของเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจริงๆ ครับ ทั้งที่ อ.ยะรัง และที่ปัตตานี ไม่มีแบบอารมณ์หัวเสียใส่คนมาใช้บริการเลย ยกนิ้วเรื่องการบริการให้เลยครับ

เสร็จจากเรื่องที่ดินก็สี่โมงครับ ไปพบผู้ทรงคุณวุฒิเป็นรายการสุดท้ายครับ ความจริงแค่จะไปรับเอกสารครับ แต่สุดท้ายใช้เวลาชั่วโมงกว่าครับสำหรับการพูดคุย โอ่ ได้ความรู้เยอะ แต่ความเครียดก็เพิ่มครับ ผมรักท่านจริงๆ  ท่านบอกว่า แบบฟอร์มมันไม่ได้ผิดอะไร ใครๆ ก็ใช้แบบนี้แหละ ไม่ต้องไปแก้ไขอะไรหรอก ฮือ ผมเห็นปัญหาชัดจริงๆ ครับ แต่ท่านก็ยังบอกว่ามันไม่ใช่ปัญหา ยุ่งละสิ (ผม)

(ดูป้ายนี้แล้วน่าเป็นห่วงครับ การทำรางวัดงานค้างข้ามปีเลย) 

ประสบการณ์สองสามวันนี้นำกลับไปเน้นย้ำเกี่ยวกับการวิจัยได้เรื่องหนึ่งครับคือ เครื่องมือการวิจัยจะต้องมีการทดลองใช้ก่อน ต้องมีการลองเก็บข้อมูลและทดลองนำมาแปลค่าก่อน ไม่เช่นนั้น พอเอาไปใช้เลยหลังออกแบบเสร็จ ก็อาจจะเจอปัญหาแบบที่ผมเจอรอบนี้แหละครับ ฮือ ข้าน้อยผิดเต็มประตูเลย

กลับมาถึงบ้านก็หกโมงพอดิบพอดี แต่แทนที่จะได้ยืดเส้นยืดสายหน่อย ภรรยาก็บอกว่า กับข้าวหมดตู้เย็นแล้ว ไม่มีอะไรจะเอามาทำกับข้าวมื้อเย็นแล้ว ฮา ต้องพาคุณแม่บ้านไปจ่ายตลาดครับ อุดมการณ์ของเธอครับ ของสดต้องซื้อที่ตลาดสด ร้านในหมู่บ้านไม่สด ไม่น่าซื้อ ฮิฮิ เคยเสนอว่า บางทีมันก็จำเป็น เธอก็ตอบว่า งั้นเวลากับข้าวไม่อร่อยไม่ต้องบ่นนะ ฮา งานนี้เลยต้องยอมทุกทีไป