ความเป็นพ่อเป็นแม่เห็นแก่ลูกทุกเวลาแม้เวลาที่ตัวเองอ่อนแอที่สุด

วันนี้ดิฉันได้ไปสอบสัมภาษณ์ที่อุดรธานีหลังจากสอบเสร็จได้มีโอกาสไปนั่งคุยกับญาติคนหนึ่ง  เล่าอะไรต่ออะไรให้กันฟังมากมายเพราะไม่ได้เจอกันเสียนาน

ครอบครัวนี้มีเพียง3 คน มีลูกสาวคนเดียวก็ไปอยู่ที่ต่างประเทศ ก็ไม่ไกลนัก แต่ไม่ค่อยได้มาเยี่ยมเยียนกันเลย

วันหนึ่ง สามีเธอไม่สบายมากได้ไปนอนที่โรงพยาบาล ความรู้สึกของคนป่วยนั้นห่อเหี่ยวเหลือเกิน  กลัวตาย และคิดถึงลูก แม่โทรบอกลูกสาวอยากให้มาเยี่ยมพ่อ  แต่พ่อก็บอกว่า ไม่เป็นไรไม่ต้องมาหรอกเพราะกลัวลูกลำบาก  เธอบอกว่าสามีเธอพูดแบบนั้นก็จริงแต่ตาก็คอยมองที่ประตู ทุกวัน

 

คำพูดที่ว่าตาคอยมองที่ประตูทุกวันมันทำให้ดิฉันรู้สึกสะเทือนใจมาก  รู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก เธอใช้คำพูดที่พูดแล้วทำให้นึกถึงภาพพ่อที่คอยลูกตลอดเวลา  จนแล้วจนรอดลูกก็ไม่ได้มาเยี่ยมพ่อหรอก มีเพียงโทรศัพท์ถึงกัน  ความเป็นพ่อเป็นแม่เห็นแก่ลูกทุกเวลาแม้เวลาที่ตัวเองอ่อนแอที่สุด  แต่ด้วยจิตใจที่เข้มแข็งพ่อก็อาการดีขึ้นและได้กลับบ้าน แต่ลูกจะรู้หรือไม่หนอ

บันทึกนี้บันทึกจากความรู้สึกหนึ่งที่อยากจะบอกว่าเวลาใครพูดกับเราให้ฟังอย่างลึกซึ้งว่าแท้ๆเขาคิดอะไร เขาอยากจะสื่ออะไรกับเรา เขาต้องการอะไร ยิ่งคนที่รักเราแล้วเราต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษนะคะ