ครูอิงฟังเพลงเพื่อชีวิตอย่างจริง ๆ จัง ๆ คือฟังไปคิดไปด้วย ไม่ใช่ฟัง
แบบผ่านไปที หรือเพียงกระทบหู น่าจะประมาณปี 2526 ตอนนั้นเรียน
มหาวิทยาลัยปี 2 ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังเรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นไปต่าง ๆ ของ
สังคม โดยเฉพาะเรื่องของงานเขียน ชื่อที่ฝังใจเห็นจะเป็น "จิตร ภูมิศักดิ์"
"สุรชัย จันทิมาธร" และนักเขียนดัง ๆ หลายท่าน ซึ่งสมัยนั้นยังมีข้อจำกัดอยู่
มากในเรื่องของการเผยแพร่งานเขียน งานเขียนที่ทรงคุณค่าหลาย ๆ ผลงาน
ได้ถูกขับขานออกมาในรูปของเสียงเพลง
และก็ด้วยเหตุบังเอิญที่ครั้งหนึ่ง ครูอิงติดตามเพื่อนไปเที่ยวที่
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และด้วยความโชคดีมาก ๆ ที่ได้
ไปสัมผัสกับการแสดงสดของพี่หงา แบบใกล้ชิด เนื่องจากว่า ณ เวลานั้น เพลง
เพื่อชีวิตยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก นอกจากนักศึกษาซึ่งก็ไม่กี่คน ทำให้ครูอิง
ได้รู้จักเพลง "เดือนเพ็ญ" "เปิบข้าว" และอื่น ๆ อีกหลาย ๆ เพลง และ
บรรยากาศที่จดจำมิรู้ลืมก็เห็นจะเป็น บรรยากาศการได้ขยับแข้งขยับขาร่ายรำ
กับเพลง "ค่ำลง" ค่ำลง....ค่ำลง...เอิง...เอย สนุกมากค่ะ มันรู้สึกถึงกลิ่นไอ
แห่งท้องทุ่ง กลิ่นกองฟาง
ถ้ากล่าวถึง เพลงเพื่อชีวิต ในระดับเรา ๆ ไม่น่าจะมีใครที่จะไม่รู้จักวง
“คาราวาน” ต้นตำนานวงดนตรีแนวนี้ และถ้าพูดถึงวง “คาราวาน” ก็ต้องพูดถึง
บทเพลงเพื่อชีวิต บทเพลงอมตะตลอดกาล ที่ถือได้ว่าเป็นปฐมบทแห่งบทเพลง
เพื่อการต่อสู้ เรียกร้อง เพลงที่ถือได้ว่าเป็นเพลงชาติของประเทศเพื่อชีวิต นั้นก็
คือเพลง “คนกับควาย”





























**เนื้อเพลง คนกับควาย- ‘ฅาราวาน’
คนก็คนทำนาประสาคน
คนกับควายทำนาประสาควาย
คนกับควายความหมายมันลึกล้ำ
ลึกล้ำทำนามาเนิ่นนาน
แข็งขันการงานมาเนิ่นนาน
สำราญเรื่อยมาพอสุขใจ
คนก็คนทำนาประสาคน คนกับควายทำนาประสาควาย
คนกับควายความหมายมันลึกล้ำ ลึกล้ำทำนามาเนิ่นนาน
แข็งขันการงานมาเนิ่นนาน สำราญเรื่อยมาพอสุขใจ
ไปเถิดไปพวกเราไปเถิดไป ไปเถิดไปแบกไถไปทำนา
ยากจนหม่นหมองมานานนัก นานนักน้ำตามันตกใน
ยากแค้นลำเค็ญในหัวใจ ร้อนรุ่มเพียงใดไม่หวั่นเกรง
เป็นบทเพลงเสียงเพลง แห่งความตาย ความเป็นคนสลายลงไปพลัน
กฎุมภีกินแรงแบ่งชนชั้น ชนชั้นชาวนาจึงต่ำลง
เหยียดหยามชาวนาว่าป่าดง สำคัญมั่นคงคือความตาย
ไปเถิดไปพวกเราไปเถิดไป ไปเถิดไปแบกไถไปทำนา
ยากจนหม่นหมองมานานนัก นานนักน้ำตามันตกใน
ยากแค้นลำเค็ญในหัวใจ ร้อนรุ่มเพียงใดไม่หวั่นเกรง
เป็นบทเพลงเสียงเพลง แห่งความตาย ความเป็นคนสลายลงไปพลัน
กฎุมภีกินแรงแบ่งชนชั้น ชนชั้นชาวนาจึงต่ำลง
เหยียดหยามชาวนาว่าป่าดง สำคัญมั่นคงคือความตาย..













