ต้องสร้างคุณธรรม จริยธรรมในบริการสุขภาพ ในระยะเปลี่ยนผ่านมี สรพ.เป็นจุดเปลี่ยน ทำให้เกิดความเคลื่อนไหว

ตอนที่ ๑

๔. ความเปลี่ยนแปลงของประชากร (Demographic change) ประชากรเพิ่มขึ้น มีผู้สูงอายุมากขึ้น พร้อมโรคต่างๆ เช่น Coronary heart disease, Stroke…นักวิทยาศาสตร์ที่ได้ Nobel Prize ปี ๒๐๐๙ คือ Elizabeth Blackburn, Jack Szotak และ Carol Greider พบ telomerase ที่ปลายโครโมโซม ... telomere จะสั้นลงทุกครั้งที่เซลล์แบ่งตัว เมื่อเซลล์เหลือตรงนี้น้อยก็จะตายหรือเรียกว่าเซลล์แก่ตัว (cell aging clock) เป็น programmed cell death ต่อมาพบว่ามี telomerase ซึ่งเป็น enzyme ที่ทำให้ telomere ไม่ต้องสั้นลง เซลล์ไม่จำเป็นต้องแก่และตายตามกาลเวลา เกิดอมรหรืออมตะ (Immortality)

เซลล์ที่ไม่ตาย แบ่งตัวไปได้เรื่อยๆ คือเซลล์มะเร็ง...ได้แนววิธีการรักษามะเร็ง...ถ้ามองกลับมาที่ aging, Biological aging เป็นธรรมชาติ ธรรมดา พรหมลิขิต จริงๆ ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก มีเรื่องของกฎแห่งกรรมอยู่ด้วย...มีการชะลอความแก่เกิดขึ้น มีมาตรการป้องกัน มียาชะลอความแก่ สิ่งที่ปรากฏคือ Anti-oxidants, hormones เช่น Thyroid, Testosterone, Estrogen…มีเรื่องผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ (Natural products) เป็นวิธีคิดจากสหรัฐอเมริกาที่ไม่ถือว่าเป็นยา ขายได้

สาร Anti-oxidants ก็มีข้ออ้างช่วยชะลอความแก่ ลดการเหี่ยวของผิวหนัง บำรุงสมอง ช่วยความจำ ศ.นพ.จรัสยกตัวอย่างไวน์แดงที่ว่ามีสาร Reservatrol ที่ต้องกินถึงครั้งละ ๑๒ ขวดถึงจะพอ ชาเขียว (มี Flavonoids EGCG) ต้องกินกันเป็นโอ่ง วิตามินอี Omega 3, 6, 9 (มี essential fatty acid) เราเสียค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์ใช่หรือไม่ มีโทษที่ไม่รู้ใช่หรือไม่

เป็นการค้าบนฐานของความอยาก (Desire-based trade) มีธุรกิจต่างๆ เกิดขึ้น เช่น ธุรกิจสุขภาพ อาหารสุขภาพ บริการสปา ธุรกิจออกกำลังกาย...มีความเย้ายวนให้ทำอย่างนั้น ทำแล้วก็เกิดการเสพติด สิ่งที่ต้องพิจารณาคือความสามารถในการควบคุมความอยากของเราเอง และเราต้องไม่สร้างเสริมความอยากของคนอื่น

ตัวอย่าง Alzheimer’s disease มีการใช้ยา Cholinesterase inhibitor (Donepezil) การ review เมื่อปี ๒๐๐๘ พบว่าประโยชน์ที่ได้มีเพียง only statistical significance ปัญหาเรื่อง MCI (Mild cognitive impairment) ก็เช่นกัน เป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ตอนนี้มี Anti-aging medicine มียา มี products ต่างๆ

๕. กระแสประชาธิปไตย สุขภาพดีเป็นสิทธิของประชาชน สิทธิในการเข้าถึงและได้รับบริการ คุณภาพบริการเป็นสิทธิ ประชาชนมีสิทธิที่จะรู้...

๖. เทคโนโลยีการคมนาคม สื่อสาร สารสนเทศ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือความรู้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผูกขาดโดยนักวิชาชีพ เปลี่ยนไปเป็นความรู้เป็นสมบัติสาธารณะ ประชาชนค้นความรู้ได้จากอินเตอร์เน็ต ประชาชนมีความรู้มากขึ้น ประชาชนมีพลังมากขึ้น นำไปสู่การเสื่อมศรัทธา ไม่ไว้วางใจ ระแวง การสื่อสารล้มเหลว

๗. ทุนนิยม (Capitalism) มีการแข่งขัน การตลาด profit maximization, advertisement, promotion… ธุรกิจสุขภาพ อุตสาหกรรมสุขภาพ ทุนนิยมทำให้เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความก้าวหน้า จัดการความเสี่ยง เพิ่มคุณภาพ แต่แพทย์พาณิชย์ไปร่วมทำให้ราคาแพง ไม่ไว้วางใจ ปัญหาเรื่องจรรยาบรรณ

ยกตัวอย่างยาฉีดมะเร็งเต้านมเข็มละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท คนที่ควรได้ ถ้าไม่มีเงิน ทำอย่างไร คนที่ไม่ควรได้ สักแต่ให้ไป ร้ายแค่ไหน...ทั้งหมดนี้เกิดจากเทคโนโลยีราคาแพงและระบบของเรา เรารู้เท่าทันหรือไม่ ไวต่อปัญหาหรือไม่...ยังมีคนอื่นมาเกี่ยวอีกคือนักบริหาร นักธุรกิจ จึงต้องมีการสื่อสารใหม่ระหว่างเรากับคนไข้ (New communication required) ไม่อย่างนั้นขัดแย้ง ร้องเรียน ฟ้องร้อง ต้องชดใช้ค่าเสียหาย

Defensive medicine ป้องกันการถูกฟ้องร้อง เลยตรวจเยอะ ให้ยาเยอะ นำไปสู่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เป็นไปได้ทางเทคนิค ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น...เป็นความอยากที่กระตุ้นด้วยกระบวนการเชิงพาณิชย์...เดี๋ยวนี้มี Advertorial ท่านอยากรู้ว่ามีมะเร็งซ่อนอยู่ที่ใดหรือไม่...ใช้ความกลัวเป็นพื้นฐาน วิชาการบอกว่าไม่จำเป็น

๘. ธุรกิจสุขภาพข้ามชาติ ยกตัวอย่างกรณีปวดเข่า สาเหตุมีต่างๆ บริหารร่างกายให้กล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรง ทางเลือกคืออะไร เช่น ลดน้ำหนัก จะใช้ยาหรือไม่ ยามีเยอะแยะ (คุณภาพ ประโยชน์ ราคา ต่างกัน) แสดงภาพการโฆษณาของบริษัทยาชะลออาการข้อเสื่อม เป็นวิธีการที่การค้าและการแพทย์ไปอยู่ใกล้ชิดกัน มีรายงานวิจัยที่บอกว่ายามีผลนิดเดียว พวกเราต้องไม่เป็นเครื่องมือหลอกชาวบ้าน การศึกษารายงานเดียวไม่พอ ต้องกว้างขวางกว่านั้น

๙. ระบบบริหารจัดการสมัยใหม่ (Managerialism) ถ้าขาดทุน = ไม่ยั่งยืน ควรประหยัดด้วยปัญญาและน้ำใจ จ่ายหากจำเป็นแม้แพง ไม่จ่ายถ้าไม่จำเป็นหรือไม่คุ้มค่า

ศ.นพ.จรัส แสดงภาพการโฆษณาที่แสดงว่าสังคมมีโรคระบาดของความฟุ้งเฟ้อ เช่น บ้านจัดสรรราคา ๕๐ ล้านกว่า...รถราคาแพง...ค่านิยมของความโก้หรู ความเหลื่อมล้ำ การเอาเปรียบ...ต้องสร้างคุณธรรม จริยธรรมในบริการสุขภาพ ในระยะเปลี่ยนผ่านมี สรพ.เป็นจุดเปลี่ยน ทำให้เกิดความเคลื่อนไหว

เราต้องปรับอีกเยอะ สำคัญสุดคือปรับในใจเราเอง

วัลลา ตันตโยทัย