การศึกษาเลือกได้ เรียนที่ไหนก็เก่งได้ ถ้าใฝ่รู้ใฝ่เรียน คนที่พากเพียรจึงจะสำเร็จ ตามที่ฝัน

 

 

ถนนทุกสายมุ่งสู่โรงเรียนยอดนิยม

   

          เมื่อสมัยเรียนมัธยมผู้เขียนใฝ่ฝันที่จะเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เทพศิรินทร์ สามเสนวิทยาลัย แต่ไม่อาจจะไปสอบได้เพราะพระที่อุปถัมภ์ท่านต้องการให้ไปสอบเรียนที่ต่อที่โรงเรียนโยธินบูรณะ ย่านเกียกกาย ปัจจุบันไม่ทราบว่าย้ายไปที่ใหม่หรือยัง ได้ข่าวว่าจะสร้างรัฐสภาใหม่ ไม่ได้เห็น 30 กว่าปีแล้ว สมัยนั้นโรงเรียนยอดนิยมก็สวนกุหลาบวิทยาลัยและ สตรีวิทย์ ในเขตกรุงเทพมหานคร
 
         ปัจจุบันในแต่ละจังหวัดจะมีโรงเรียนยอดนิยม ที่ผู้ปกครองต่างปรารถนาที่จะเห็นบุตรหลานสอบแข่งขันเข้าไปเรียนได้ ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติเป็นศรีกับวงศ์ตระกูล คุยได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าเราเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนเก่งเหนือคนอื่นๆ ผู้ปกครองกลุ่มนี้ต่างขุนลูกสู้ศึกเต็มอัตรา เรียนพิเศษ กวดวิชา หาข้อสอบมาติวเข้ม ช่วงนี้ผู้บริหารโรงเรียนยอดนิยมต่างหาทางออกจากพื้นที่ เพื่อหลีกเลี่ยงการับเด็กที่จะฝากที่มากกว่าปกติ คนที่สอบไม่ได้ก็อยากเรียนเพราะความเชื่อที่ว่าเรียนแล้วจะเก่งตามมา ผู้เขียนเองกลับมองว่าคนเก่งนั้นอยู่ที่ผู้เรียน หากเขาใฝ่ดี ใฝ่เรียนรู้ เป็นบุคคลที่มีหัวใจนักปราชญ์ สุ จิ ปุ ลิ (ฟัง คิด ถาม เขียน) หากเขาเรียนรู้จากการฟัง แล้วคิดตาม เกิดความสงสัยก็ซักถามครู ผู้รู้ ที่สำคัญการบันทึกจะช่วยให้จดจำยาวนาน ลูกของผู้เขียนได้เรียนในโรงเรียนยอดนิยมถึงสองคน แต่ไม่จบสักคน ทั้งนี้เป็นเพราะว่า คนโตเรียนเรียนถึงชั้น ม.2 แล้วสอบเทียบ กศน. ม.3 ได้ไปลองสอบต่อเทคนิคได้แผนกบัญชี จึงจบแค่ ม.2 ส่วนลูกชายคนกลางก็เช่นกัน จบ ม.2 ก็ไปเรียนต่อวิทยาลัยเกษตร สาขาประมง จนจบ ปวส. ส่วนลูกสาวคนเล็กสมัยนั้นเขาใช้วิธีการจับสลากเข้าเรียน ม.1 จับไม่ได้ก็ต้องเรียนมัธยมประจำตำบล เขาก็ไม่อิดออดว่าไม่อยากเรียน เมื่อเรียนแล้วเขากลับได้ทำงานมากกว่าโรงเรียนยอดนิยม เขาเก่งคอมพิวเตอร์มากกว่าคนเป็นครูบางคนเสียอีก ขณะเรียนก็มีเพื่อนโรงเรียนยอดนิยมมาสอบถามการบ้านเขาอยู่เนืองๆ
      
       พูดถึงโรงเรียนยอดนิยมไหงออกนอกเรื่องไปถึงเรื่องครอบครัว ที่จริงเด็กในรอบนอกเมืองผู้ปกครองต่างต้องการที่จะเห็นลูกเรียนหนังสือเก่ง คนที่มีฐานะดีๆ หน่อย จึงนิยมเอาลูกไปเรียนในเมือง การคมนาคมสะดวก มีรถรับส่งถึงที่เช้ามารับเย็นมาส่ง ค่าใช้จ่ายสูงไม่สำคัญเพราะการศึกษาคือการลงทุน จะเห็นว่าโรงเรียนประถมใกล้เมืองส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก เด็กต่ำกว่า 120 คนลงมา กลยุทธ์ล่าอาณานิคมของโรงเรียนในเมืองเริ่มแล้ว ยิ่งนโนบายเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ 15 ปี เรียนฟรีระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนเอกชนต่างเฮฮา เพราะมีแต่ได้ เงินอุดหนุนรายหัวก็ได้ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็เรียกเก็บได้อีก ถึงเวลานี้ก็ต้องบอกว่าโรงเรียนที่สอนตามกรอบหลักสูตรรอดยาก ต้องสอนตามความต้องการของลูกค้าคือผู้ปกครอง ก้าวสูอินเตอร์ ครูเอกชนเขาขับเคลื่อนได้ เพราะเป็นลักษณะลูกจ้าง นายจ้าง ไม่ทำตามก็ปลดง่ายจะตาย ส่วนผู้ที่สอนโรงเรียนรัฐมีความมั่นคงเด็กจะมากน้อยก็สอนไปตามอัตภาพ มีเด็กสามคนก็สอนไปตามปกติ เคยสอนอย่างไรก็สอนอย่างนั้น แทนที่สอนเด็กสามคนจะต้องเก่งกว่าเด็กหลายสิบคนก็ไม่อาจจะทำได้ เพราะคนที่อยู่กับเรานั้นเหลือเลือกแล้วจึงจำใจเรียนกับเรา
        โรงเรียนยอดนิยมซึ่งเป็นที่หมายปองของผู้ปกครองนั้น จะเน้นเป็นพิเศษโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา จึงอัดแน่นไปด้วยเด็กไม่ต่ำกว่าห้องละ 55 คน ซึ่งปกติห้องละ 40 คน บางปีขยายห้องเรียน แต่ครูกลับไม่เพิ่มขึ้น กรณีรับย้ายครูจะมีครูจากโรงเรียนประถมขอย้ายเข้า เพราะย้ายจากโรงเรียนเกินเกณฑ์ไปโรงเรียนขาดเกณฑ์ เมื่อเรียนไปสักระยะหนึ่งคนที่เรียนอ่อนและเรียนไม่ไหว ก็จะเริ่มถอยออกไปตอนอยู่ ม.2 ม.3 ไปอยู่ตามโรงเรียนชั้นรองลงไป แต่ก็วนเวียนอยู่ในเมืองนั่นแหละ กลับบ้านนอกไม่ได้เสียชั้นเชิง ส่วนโรงเรียนขยายโอกาสจะเป็นแหล่งสุดท้ายที่เด็กและผู้ปกครองต้องให้เรียนเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ ผู้เขียนเคยถามครูโรงเรียนยอดนิยมเขากลับบอกว่า เด็กเขามากมีทั้งคนเก่งและคนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ก็มี ปัญหาคือเวลาตรวจงานนั้นแต่ละครั้งหนักหนาสาหัส ผู้ปกครองเด็กก็มีการศึกษา ตรวจผิดเป็นเรื่องเลย การเรียนการสอนก็ไม่แตกต่างโรงเรียนอื่นๆ สิ่งที่โรงเรียนได้เปรียบที่อื่นก็ตรงเลือกเด็กเก่งได้มากที่สุด แล้วนำกลุ่มนี้มาสร้างเพื่อล่าชื่อเสียงให้สังคมรับรู้ เด็กเก่งและใฝ่ดีจะมีแนวทางการเรียนรู้ที่พิเศษคือเป็นยอดนักอ่าน ประกอบกับผู้ปกครองก็มีความพร้อมในการสนับสนุน การเรียนพิเศษ กวดวิชาจึงเป็นเสมือนวิถีชีวิตของเขา
         ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนและผู้ปกครองที่สามารถฝ่าด่านอรหันต์เข้าไปเรียนได้ นั่นหมายถึงชีวิตคุณได้เปลี่ยนไปสู่ความคาดหวังของผู้ปกครอง ว่าคุณคือความหวังของทั้งมวล ที่จะสร้างความสำเร็จในด้านการศึกษา อย่าได้หวนกลับมาโรงเรียนชั้นรองหรือโหล่ๆ ให้เสียความรู้สึกอีกเลย เพราะหากท่านเรียนรู้อย่างอ่อนล้าเสียท่าการเรียนรู้แบบแพ้คัดออก แล้วท่านจะหาทางออกโดยการเลือกทำในสิ่งที่ถนัดและทำแล้วมีความสุข เช่น เดินสู่ร้านเกม ที่สนุกเร้าใจ ท้าทายความสำเร็จ ส่วนโรงเรียนทั่วไปก็อย่าได้ท้อถอย จงปั้นดินให้เป็นดาว นำพาเด็กก้าวสู่ฝัน นั่นคือคุณค่าความเป็นครู ดังบทกลอนที่ว่า

                           ครูก็คือคุณครูผู้สั่งสอน

                        คอยปลูกป้อนความรู้ให้ดูขลัง

                        เสกเป่าศิษย์สูงส่งจนโด่งดัง

                        งามกว่าบั้งสีทองสองบ่าครู