เมตตาธรรมนั้น ค้ำจุนโลกา

  เมื่อคืนนี้ จู่ๆผู้เขียนก็มีความรู้สึก เหมือนตัวเองกำลังย้อนไปสู่ความรู้สึกในอดีต เมื่อครั้งที่เดินทาง ไปเป็นอาสาสมัครคนแรก ของคลินิกวัดไทยกุสินารา คิดถึงสถานที่ บรรยากาศ ความเจ็บไข้ของผู้คน ทั้งในพื้นที่ และนักท่องเที่ยว คิดถึงเพื่อนหมอคนหนึ่ง ที่ทำงานที่นั่น แม้หลังการหลับใหลของผู้เขียนแล้ว หมอก็ยังทำหน้าที่ มาตรวจ คนที่เจ็บไข้ในยามค่ำคืน ดึกดื่น ที่กว่าผู้เขียนจะรับรู้เรื่องราว ก็หลังจากตื่นนอน และได้พบปะ พระสงฆ์ แม่ชี และเจ้าหน้าที่ ที่บอกกล่าวเล่าเหตุการณ์กันของคืนที่ผ่านมา

  แม้จะเป็นเพียงบางคืน ที่หมอต้องมาดูแลคนไข้เช่นนี้ แต่ถ้านับรวมกัน ก็เป็นเกินพันหนึ่งทิวาราตรี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เกือบ 10 ปี คนไทย นักท่องเที่ยวหลายคน รอดพ้นวิกฤตของชีวิต ในการมาท่องเที่ยวครั้งนั้นๆ ก็เพราะมีหมอดีประจำคลินิกนี่เอง

  หรือช่วงนี้ ผู้เขียนกำลังทำสิ่งดีๆให้เพื่อนหมอที่อินเดียอยู่ก็ได้ เลยทำให้คิดถึง และทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา ขอให้คำพูดของผู้เขียน จงบอกเล่าเรื่องความเป็นไปของอินเดีย โดยเฉพาะที่กุสินาราคลินิกให้ได้ครบถ้วน  และเป็นเสียงที่ดังพอ ที่จะทำให้ผู้คนหยุดดู และมองเห็นสิ่งดีงาม ที่ก่อตัว ณ ที่นั้นมาเป็นเวลานานแล้ว และพร้อมจะให้ความช่วยเหลือ  อย่างเห็นอกเห็นใจกัน

  แล้ววันหนึ่ง ผู้เขียนจะได้กลับมาบอกเรื่องราวที่น่าใส่ใจ ของกุสินาราคลินิกอีกครั้ง

 และเพื่อหวังเชิดชูความดีงามของคน ที่ทำเพื่อชนชาติอื่น ด้วยใจเมตตาตลอดมา เขาอาจจะได้รับการดูแลเป็นชุดสุดท้าย เพราะเขาไม่ใช่คนไทย ไม่ใช่เป้าหมายของหลายคน ที่จะสงเคราะห์ช่วยเหลือในยาม ที่ได้รับทราบวิกฤตของกันและกัน

  บันทึกนี้เพียงต้องการบอกว่า จงก้าวข้ามให้พ้นข้อจำกัดแห่งการคิดจะเกื้อกูลกัน โดยมองเห็นความสำคัญ ในการปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์เป็นสำคัญ แล้วจะได้ซาบซึ้งว่า เมตตาธรรมนั้น ค้ำจุนโลกาแน่นอน

  นมัสเต้ กุสินารา