
อีกไม่กี่วันผมก็จะอพยพกลับบ้านที่ไชยาแล้วครับ เพราะขนสัมภารกไปกองเป็นภูเขาไว้แล้ว หนึ่งในหลายงานที่อยากทำคือทำบ้านและบริเวณโดยรอบประมาณ 1 ไร่ให้เป็น ศูนย์การเรียนรู้ เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้อะไรก็ได้ที่จะทำให้ชีวิตมีความปกติสุขทั้งฝ่ายกายและจิตวิญญาณ .. ในใจก็ได้บรรจุเรื่อง “เหรียง” ไว้เป็นวิชาแรกๆแล้วครับ
ตอนเด็กๆผมเคยมีหน้าที่สับเม็ดเหรียงเพื่อเตรียมเพาะ
โดยใช้เครื่องมือง่ายๆที่พ่อทำให้ คือใช้ไม้ไผ่ขนาดประมาณ 1 นิ้ว
ยาวราว 1 ฟุต ตรงกลางเจาะรูกลมๆขนาดพอให้หัวเม็ดเหรียงโผล่ออกไปได้
ตอกไม้ดังกล่าวลงบนดินนั่งป้อนเม็ดเหรียงเข้าช่องดังกล่าวและใช้มีดคอยสับปลายเม็ดที่ยื่นออกไปทางด้านตรงกันข้าม
ทำงานได้เร็วและปลอดภัยดีมาก
จำได้ว่าไม่เคยมีอุบัติเหตุมีดบาดเพราะการทำงานนี้แม้แต่ครั้งเดียว
ตอนนี้ได้ความรู้เพิ่มเติมจากการพูดคุยกับท่านครูบาสุทธินันท์และดร.แสวง
เกิดแนวทางใหม่ๆให้ได้ลองอีกหลายอย่าง เช่นการขัด
การต้มเม็ดเหรียงก่อนเพาะ ผมได้ตั้งโจทย์เพื่อการลองของไว้แล้ว 2-3
ข้อครับ
- เพาะเม็ดเหรียงให้ได้ผลเร็วที่สุดต้องทำอย่างไร
- ต้นกล้าเหรียงที่มีกิ่งเป็นสะตอทำได้หรือไม่ และทำอย่างไร
- ทำต้นเหรียงใหญ่ให้ออกฝักเป็นสะตอ ทำได้หรือไม่ ทำอย่างไร
- เมนูอาหารจากลูกเหรียงที่แปลกใหม่จากที่ทำๆกันอยู่ได้แก่อะไรบ้าง
- ฯลฯ
ข่าวคืบหน้าจะนำมาบอกกล่าวเพิ่มเติมเมื่อถึงเวลาครับ
สวัสดีค่ะ
ของโปรดเลย ชอบกินมาก กำลังชวนพี่ชิวไปสุราษฎร์ฯ ครับ
สวัสดีครับ
เพิ่งเคยได้ยินชื่อ นี้ครับ
เคยได้ทานแต่สะตอ ขอบคุณครับ
อาจารย์พินิจที่เคารพ
**เมื่อก่อนหนูเคยทำแบบอาจารย์เหมือนกันคะคือใช้ไม้ไผ่ผ่าครึ่งแล้วเจาะรู
**แต่เดี๋ยวนี้ใช้ที่ตัดเล็บอันใหญ่คะสะดวกและรวดเร็วกว่าเยอะและปลอดภัยด้วย
**กว่าจะได้เหรียงมากินกันยากและหลายขั้นตอนเหรียงจึงมีราคาแพงและอร่อยมากคะชอบคะ
-ต้องบุกป่าฝ่าดง เพื่อไปหาเหรียงมาเพาะ
-แกงหน่อเหรียงกับหมู เห็นแล้วหิวข้าวเลย
-เดี๋ยวนี้หายากแล้วนะครับต้นเหรียง