โยมมีศรัทธาเลื่อมใส ต่อแต่นี้ไปนิมนต์พระคุณเจ้ามาฉันภัตตาหารทุกวัน ๆ ที่เรือนของโยมนี้เถิด..

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ช่วงเวลาขณะนี้ที่เมืองหาดใหญ่รู้สึกถึงกระแสลมพัดแรง ๆ คงเป็นเพราะอิทธิพลพายุกระมัง  ช่วงนี้มาเล่าต่อจากตอนที่แล้วคือว่า  เถโรปิ  ทุติยัมปิ ทิวะสัง...ในวันรุ่งขึ้นพระคุณเจ้าก็จัดแจงแต่งตัวออกไปบิณฑบาตโดยมุ่งตรงไปยังบ้านพราหมณ์นั้น 

 นั่นแน่...มาแล้ว ๆ เจ้ากู...นายพราหมณ์รีบออกไปประจันหน้าแล้วถามว่า...เจ้ากูเมื่อวานนี้ท่านไม่ได้วัตถุสิ่งของใด ๆ ไปจากบ้านนี้ ทำไมจึงบอกว่าได้ละ...เมื่อข้าไม่ได้ให้อะไร  เออ...ทำไมจึงพูดโกหกละ...

เมื่อพระโรหณะได้ฟังดังนั้นจึงตอบไปว่า...พราหมณ์เอ๋ย  อัตตมาพยามยามมาบิณฑบาตที่ประตูบ้านนี้ก็ได้เวลาถึง 7 ปีสิ้นไปแล้ว  จะเป็นข้าวก้อนหนึ่งก็ไม่มีไม่ได้เลย  ท่านเห็นอัตตมาแล้วมึนตึงขึงโกรธ 

 แต่เมื่อวานนี้ท่านมาพูดกับอัตตมาว่า...อติจฉถะ...อัตตมาได้ถ้อยคำของท่านแต่เท่านี้  อัตตมาก็ดีใจ  เวลาใครถามจึงบอกไปว่าได้อย่างนี้ละ...อัตตมาไม่ได้พูดโกหก...นะพราหมณ์.

เป็นคำโดนใจพราหมณ์เต็มเปาเลยละ  โอ...สมณะนี้ได้แต่คำคำเดียวยังมีกริยางดงาม...เรานี้ชั่งโง่เสียจริง...สำนึกผิดบาปกรรมที่ทำกับพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา...พอคิดได้ดังนี้แล้วจึงเรียกภรรยาให้เอาข้าวอาหารมาใส่ลงในบาตรทัพพีหนึ่ง...แล้วยกมือ..สาธุว่า...

โยมมีศรัทธาเลื่อมใส ต่อแต่นี้ไปนิมนต์พระคุณเจ้ามาฉันภัตตาหารทุกวัน ๆ ที่เรือนของโยมนี้เถิด...

พระคุณเจ้าจะทำอย่างไรละนี่...ก็รับนิมนต์โดยดุษณีภาพไงละ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

แสดงว่าระหว่างพระคุณเจ้ากับกุมารนาคเสนอยู่ไม่ไกลกันแล้วนะนี่...อิ อิ อิ.