การที่ได้แลกเปลี่ยนในบันทึก กฎทองของจอมประหยัด สู่นโยบาย CLEAN&GREEN  บล็อกของ โรงเรียนพ่อแม่  มีเรื่องจากประสบการณ์มาแลกเปลี่ยน  เพื่ออ่านกันเล่น ๆ แบบเบาสมอง 

         รายแรกตอนที่เป็นครูบรรจุใหม่  มีคุณครูสตรีท่านหนึ่งวัยใกล้เคียงกันกับฉัน เธอเป็นหญิงหนืดมากในเรื่องต่อไปนี้ 

๑.  ขึ้นรถไฟไปกลับไม่ต้องซื้อตั๋ว  หากการ์ดรถมาตรวจ เธอจะพยายามเข้าห้องน้ำ  หรือทำท่าหลับ  หรือหลบไปอยู่อีกคนละห้องโดยสาร

๒.  ขึ้นรถยนต์  เธอยอมเสียเงินก้อนหนึ่งให้กับใครไม่ทราบ  เพื่อให้ได้ตั๋วโดยสารปลอมว่าเธอเป็นพนักงานบริษัทขนส่ง  จะได้ไม่ต้องเสียเงินค่าโดยสาร ไปไหน ๆ ได้อย่างสบาย

๓.  อาหารประจำวันคือบะหมี่สำเร็จรูปวันละ ๓ มื้อ อาหารอื่น ๆ และขนมนมเนยถือโอกาสทานกับเพื่อน ๆ 

๔. เครื่องใช้ประจำวันนำมาจากบ้าน  แบ่งผงซักฟอก ตัดก้อนสบู่ บีบยาสีฟันใส่ถุงพลาสติค  ทุกอย่างเป็นของพี่สาวซื้อทั้งนั้น

๕. แต่ละวันให้นักเรียนเดินเก็บซองบะหมี่และฝาเครื่องดื่มชูกำลัง  กลางคืนก็คัดเลือกเช็ดล้าง เพื่อนำไปส่งชิงโชค พวกเราแอบดูว่าเธอทำอะไร  ปรากฏว่ามีซองเปล่ากองเป็นพะเนินเต็มห้องนอน

๖. เพื่อน ๆที่ซื้อของมาแจกจ่ายแบ่งปัน  จะเป็นที่ดูถูกดูหมิ่นจากเธอว่า "ต่อไปในอนาคตจะกลายเป็นคนจน"

๗. วันเสาร์ อาทิตย์หรือโรงเรียนวันที่โรงเรียนปิดเธอจะไปปั่นไอศกรีมและน้ำแข็งไส  ริมฟุตบาธ

๘.  หากเงินเดือนที่ออกมาแต่ละเดือนเธอจะส่งให้คนกู้ยืมและส่งดอกเบี้ยรายวัน  มีพี่สาวของเธอเป็นคนเก็บดอกเบี้ย และอีกจำนวนหนึ่งก็เล่นแชร์

๙. เธอรู้สึกว่ามีความสุขมากที่ได้คุยเรื่องมีเงินมากหรือ เรื่องความร่ำรวยรวย

๑๐. เสื้อผ้าที่สวมใส่ขอของเพื่อน ๆ ที่คับหรือหลวมมาก เธอนำไปแก้ไข  โดยไม่รังเกียจรังงอน

๑๑. มีอีกมากมาย ฯลฯ  และปัจจุบันฉันก็พอทราบความเป็นมาว่าใครรวย ใครจนหรือใครน่าจะมีความสุขและมีความพอเพียงแห่งตนในการดำรงชีวิต

          รายที่สอง  ตอนที่ฉันขายกาแฟ  มีเด็ก ๆ มาเล่นแถวร้านกาแฟ  เพราะร่มรื่น  และมีร้านอาหาร ร้านก๋วยเตี๋ยวติด ๆ กัน  วันหนึ่งมีเด็กหญิงอายุประมาณ ๑๐ ขวบมาเล่นด้วยกัน ๓ คน อีก ๒ คนเป็นพี่น้องกัน 

         เวลากลางวัน  คุณพ่อของเด็กหญิง ๒ คนออกมาตามลูกสาว และจูงลูกสาวทั้ง ๒ คนไปทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านใกล้ ๆ ปล่อยให้เด็กที่เป็นเพื่อนและเล่นด้วยกันมองตามหลัง  ความรู้สึกตอนนั้นฉันอยากจะร้องไห้เหลือเกิน  ไม่อาจทนดูเด็กน้อยคนนั้นได้  ตั้งใจว่าจะรอให้สามคนพ่อลูกทานแล้วจึงจะให้ตังค์เด็กคนนี้ไปทานก๋วยเตี๋ยวบ้าง  

       เมื่อสามคนพ่อลูกทานเสร็จก็พากันเดินกลับบ้าน  เด็กหญิงคนที่นั่งรอก็ถูกเรียกให้กลับบ้านพร้อมกัน  ฉันจึงซึมต่อ  เพราะหมดโอกาสที่จะให้เด็กทานก๋วยเตี๋ยว และคิดจนถึงวันนี้ ปัจจุบันฉันยังเห็นเด็ก ๓ คนเสมอ  โดยเพราะเด็กหญิงคนหลังเห็นที่ไรภาพนั้นก็บาดใจฉันทุกที 

         รายนี้ไม่อาจสรุปได้ว่าเป็นชายหนึดหรือไม่  อย่าให้บอกถึงฐานะตำแหน่งหน้าที่การงานของคุณพ่อจอมประหยัดรายนี้กับก๋วยเตี๋ยวเพียง ๑ ชามเลยนะคะ

       ฉันยังมีเรื่องการประหยัดแบบนี้อีกหลายกรณี  บันทึกนี้อาจจะยาวเกินไปสำหรับท่านผู้อ่าน จึงขอเล่าเพียงสองเรื่อง  ขอขอบพระคุณทุกท่านที่กรุณาอ่านจบค่ะ