จะกลับบ้านเหรอค่ะ?? เสียงทักทาย พร้อมกับรอยยิ้มพราย ของแม่ค้าใกล้ที่พักเช้านี้ เป็นครั้งแรกที่ผมได้รับคำทักทายจากแม่ค้าคนนี้ ปกติก็เดินผ่านตลอด จำได้ว่าไม่เคยแม้แต่จะมองหน้ากันเลย...
ผมนั่งทานข้าว ...และจ่ายเงินค่าข้าว เธอก็โพล่งคำถามนี้กับผม
หากเป็นที่หมู่บ้านในชนบทของผม ผมเองก็ไม่แปลกใจกับปรากฏการณ์แบบนี้ แต่ที่เมืองหลวง ความสัมพันธ์ของผู้คนที่ใกล้กันดูเหมือนจะมีพื้นที่ที่เป็นส่วนตัวกันไปหมดแทบไม่มีพื้นพอให้กับคนแปลกหน้าสักเท่าไหร่...
แม่ค้าน้ำปั่นคนที่อยู่หน้าธนาคาร เธอคอยยิ้มให้ผมเสมอ เวลาผมเดินผ่าน...ในวันหนึ่งเธอก็ทักทายและชวนคุยหลายเรื่อง
แม่ค้าไก่ย่างปากซอยก็เหมือนกัน...ผมถือว่าเป็นลูกค้าประจำของเธอคนหนึ่ง แต่ก่อนที่จะซื้อ เธอต้องขอร้องให้ผมพูดภาษาเหนือทุกครั้งไป..
สังคมที่เป็นจริงในเมืองหลวง...แท้จริงผู้คนไม่ได้ไกลกัน แต่ความหลากหลายและการหวงแหนพื้นที่ส่วนตัวของผู้คน ทำให้เราถูกแยกออกจากกันไปเรื่อยๆ ความไว้วางใจที่ยังไม่มีพลังพอ ยังทำให้คนใกล้กันเป็นคนแปลกหน้าเสมอ...
เมื่อไหร่ก็ตาม เราเปิดรับมิตรภาพจากคนรอบข้าง ด้วยบุคลิกภาพเปิดของเรา ทำให้ เขา และเธอ กล้าพอที่จะเดินเข้ามาทักทายและทำความรู้จัก
ทำผมเชื่อว่า พลังจากข้างใน ส่งพลังออกมาให้คนรอบข้างรับรู้เสมอ ...
และอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมเชื่อ “การรู้จักกัน” ถือว่าเป็นการ “อยู่รอด” อีกรูปแบบหนึ่งของผู้คนในสังคมพหุลักษณ์
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
รับซาลาเปา ขนมจีบเพิ่มมั๊ยค่ะ...อิ อิ
ขอบคุณค่ะ...เชิญมารับบริการใหม่นะคะ...^_^
สีตะวัน ;)

พี่จะชอบไปเดินตลาดสดที่หมู่บ้าน ถ้าไปช่วงเช้าเสาร์อาทิตย์ ก็จะได้คุยกับแม่ค้า ทักทายเพื่อนๆ คนรู้จักกันที่ตลาด ช่วยเซียร์เวลาซื้อเสื้อผ้า ใส่สวยไหม เหมาะหรือเปล่า หรือได้คุยกันเรื่องสุขภาพ การออกกำลังกาย มีความสุขไปอีกแบบ
พี่ ประกาย~natachoei ที่~natadee
ครับ
หากเป็นบ้านชนบทเรา ก็จะรู้จักกันตั้งเเต่หัวยันท้ายตลาดเลย...เเต่เมืองหลวง คนที่อยู่ใกล้เราที่สุด เรายังไม่รู้จักเขาเลย..
ทำให้เรารู้สึกว่า...ทุกอย่าง ไม่มั่นคง เอาเสียเลย :)
ผมเลยคิดว่า "การรู้จักกัน เป็นความพยายามในการอยู่รอดของผู้คน"
สวัสดีค่ะอาจารย์
สวัสดีค่ะ
"คนปาย เค้าไปอยู่เมืองหลวง ... คนเมืองหลวง เค้ามาอยู่เชียงใหม่"
จำไม่ได้ว่า ผมเคยพิสูจน์พลังภายในที่ส่งออกมาหรือยัง ?
แต่ผมมักคุยกับคนอื่นด้วยความง่ายและเป็นตัวเองยิ่ง
จริตตรงกันหรือไม่ กำแพงอันบางเบาจะควรปิดกั้นแค่ไหนดี
เป็นเรื่องที่ต้องใคร่ครวญกันมากขึ้น
ยิ่งหากเป็นผู้ที่มักจะไม่ค่อยมีปากมีเสียง หากเป็นผู้ถูกกระทำมาก่อน
กำแพงความไว้ใจย่อมเกิดได้ยากกว่าคนที่ไม่เคยถูกกระทำมาก่อน
การพูดคุยด้วยหัวใจ เป็นสิ่งที่ผมชื่นชมมากที่สุด
ซึมเข้าไปสู่กระบวนการสอนนักศึกษาของผมเอง
ใครมีหน้ากากมาก ๆ ไม่พูดความจริง จะเจอผมเม้งแน่ คะแนนก็จะแย่ตาม
ใครเปิดใจ พูดแต่ความจริง คะแนนก็จะดีตาม เรียกว่า คะแนนของคนดี
ครูก็พูดออกมาแนวนี้แหละครับ ท่านเอก จตุพร ;)...
พี่แก้วจะคุยหรือไม่คุยเป็นไปตามสถานการณ์
จะคล้ายอาจารย์
ถ้าจริตตรงกันก็จะคุยได้
เอก.. สบายดีนะ
สวัสดีครับ
ยิ้มให้กัน สร้างสัมพันได้ทั้งโลก ครับ
มาอ่าน ไม่เม้นท์ เพราะ...
ชอบภาพ..ฝีมือ ๆ ๆ ๆ
การรู้จักกันเป็นการอยู่รอดที่สวยงาม
บ่อยครั้งที่การเดินทางแม้เพียงคนเดียว...ก็ได้คนรู้จักมาบ้างคนสองคน
พอให้วันเวลามีความหมายมากกว่าดมงยามที่หมุนเวียนผ่านไป
....
ชอบบทความนี้มากค่ะขอบคุณนะคะสำหรับบทความดีๆ ช่วงที่ผ่านมาห่างหายจากวงการ gotoknow ไปซะนาน ตอนนี้กลับมาแล้วค่ะกลับมาอ่านบทความดีๆ จากพี่เอกอีกครั้ง ตอนนี้พี่เอกเรียน ป.เอกอยู่ใช่ไม๊คะ ^_^
เห็นด้วยกับคุณ แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช ค่ะ น้องก็คล้ายๆ กันถ้าจริตตรงกันก็คุยได้ เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ