การชักชาเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์

ก่อนหน้านี้บี๋ได้เขียนบันทึกเรื่องอาหารการกินไป 2 เรื่องแล้ว คือ ข้าวมันไก่ลูกบอลและไอซ์กะจัง แต่ยังไม่หมดเท่านี้นะคะ ยังมีอีกอย่างที่เวลาบี๋เดินทางไปสิงคโปร์หรือมาเลย์ทุกครั้งต้องทานทุกวัน ทั้งตอนเช้าและตอนดึก ถ้าไม่ได้เขียนถึงจะดูเหมือนว่ายังไปไม่ถึงมาเลย์เซียและสิงคโปร์ค่ะ เพราะมันเป็นอะไรที่อร่อยมากกกกกกกกก สิ่งที่ว่านั้นก็คือ...........ชาชัก ค่ะ

           

   

 

                                                                     

"Teh Tarik" หรือ "เตฮ์ ตาเระ"สำเนียงเสียงถิ่นมลายูที่เรียกขาน หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ชาชัก” เป็นกระบวนการชงชานมให้เกิดฟองโดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยี แต่มาจากสองแขนที่แข็งขัน สลับรับ-ส่งส่วนผสมในกระบอกชงให้ตรงจังหวะ ตามแรงโน้มถ่วงของโลกให้กลายเป็น “ชา” (เตฮ์) ที่ถูก “ชักกะเย่อ” (ตาเระ) ที่มีรสละมุนของฟองนมตามแบบฉบับการชงชาที่พบในคาบสมุทรมลายู ไม่ปรากฏว่าประเทศใดเป็นต้นแบบในการชง "ชาชัก" แต่พบว่ามีร้านชาชักอยู่ทั่วไปทั้งในมาเลเซีย อินโดนีเซีย  สิงคโปร์และภาคใต้ของไทยค่ะ

 

 

ส่วนผสม : มีส่วนผสมระหว่างชาสำเร็จรูปกับนมข้น และนมสด หรือนมแพะ ชงกับน้ำร้อนเดือด

วิธีการชง : เมื่อใส่ส่วนผสมน้ำชาเคี่ยว นมสด นมข้นหวาน ตามสัดส่วนลงในกระบอกชา ซึ่งมี 2 กระบอก ผู้ชงชาหรือชักชาจะถือกระบอกชาไว้ในมือทั้ง 2 ข้าง ๆ ละใบ จากนั้นจะเทชาจากมือบนสู่มือล่าง เป็นการเทชากลับไป- กลับมาระหว่างมือทั้งสองข้าง โดยให้มือที่ถือกระบอกชาด้านหนึ่งอยู่ระดับสูงเหนือศีรษะสุดปลายแขน

 

 

ค่อย ๆ เทชาลงมาเป็นสาย น้ำชาจะพลิ้วสวยงาม ทิ้งตัวดิ่งสู่กระบอกชาใบล่างที่คอยรองรับอยู่ ทำแบบนี้สลับไปมา 2-3 ครั้ง จนส่วนผสมทั้งหมดกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ก็จะได้ชาที่มีฟองอากาศ หอมกรุ่น รสชาตินุ่มกลมกล่อมยิ่งขึ้น

 

 

ส่วนกรรมวิธีในการชงชาชักนั้นเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ ยิ่งชักสูงยิ่งดี ซึ่งจะทำให้ส่วนผสมต่างๆเข้ากันได้ดี ชาที่ได้จะมีรสชาติกลมกล่อม

 

 

กรรมวิธีในการชงชาชักให้หอมกรุ่นเย้ายวนชวนชิมยึดหลักธรรมชาติตามกฎแรงโน้มถ่วง ของเหลวย่อมไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำเสมอ  ผู้ชงชาเองก็ต้องฝึกทักษะและเทคนิคพิเศษอย่างมาก

 

 

เพื่อที่จะทำให้ชานั้นมีรสชาติหอมหวานกลมกล่อม และเกิดฟองนมที่นุ่มละมุนลิ้นหลังการชง       

 

 

 

ไปอ่านเจอจากเว็บไซต์พบว่าชาชักก็มีตำนานกับเค้าเหมือนกันนะคะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความรักด้วยค่ะ ดังนั้นมาทำความรู้จักกับตำนานชาชักกันสักนิดนะคะ

 

 "ตำนานชาชัก"

ตำนาน "ชาชัก" เล่าขานกันว่า เกิดจากชายหนุ่มอิสลามชาวไทยที่เกิดอยู่ใกล้ตะเข็บชายแดน เขาใฝ่ฝันที่จะเป็นเจ้าของร้านน้ำชา อยากมีงานทำ จึงเดินทางข้ามไปหางานทำในประเทศมาเลเซีย ที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง ณ ที่นั้นเขาได้พบกับลูกสาวแสนสวยของเจ้าของร้านก็เกิดความรัก แต่ก็ถูกกีดกันโดยพ่อแม่ของสาวเจ้า พร้อมทั้งคำสบประมาทแถมท้ายว่า "รอให้ชักชาได้ไม่ขาดสาย และฟาดโรตีให้เหมือนผีเสื้อบิน เหมือนที่พ่อของหญิงคนรักทำได้เสียก่อนแล้วค่อยมาสู่ขอลูกสาว"

ด้วยแรงรักและความมุมานะ ที่อยากจะลบคำสบประสาท ทำให้เขาเพียรพยายามฝึกฝน การชักชาและฟาดโรตีด้วยความเพียรพยายามจนกระทั่งในที่สุด ความพยายามของเขาก็ทำให้เขาประสบความสำเร็จ จึงกลายเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่มีฝีมือในการชักชาได้สวยงามและไม่ขาดสาย ฟาดโรตีได้แผ่กว้างและบินว่อน เสมือนท่วงทำนองขยับปีก ของผีเสื้อที่สวยงาม

ในที่สุดเขาก็สามารถชนะใจพ่อแม่ของสาวคนรักและได้ครองคู่อยู่กับเธออย่างมีความสุข และชายหนุ่มได้สัญญากับสาวคนรักในคืนนั้นว่า "พี่จะรักเธอให้เหมือนกับสายน้ำชา ซึ่งจะไม่มีวันขาดสาย" นี่คือที่มาของเครื่องดื่มชักกะเย่อ...ตำนานสายใยแห่งความรักค่ะ

 

จะว่าไปแล้วชาชักก็คล้ายชาเย็นในบ้านเราเพียงแต่มีฟองนมเพิ่มเข้ามาเท่านั้นเอง บี๋เป็นคนหนึ่งที่ติดชาเย็นมากๆ ต้องทานเกือบทุกวันค่ะ  ที่หาดใหญ่และสงขลาก็มีชาชัก ชาเย็นอร่อยหลายเจ้าค่ะ สำหรับชาชักที่เมืองไทยเปรียบเทียบกับชาชักที่มาเลย์หรือสิงคโปร์บี๋ว่าแตกต่างกันเล็กน้อย ของเค้าจะรู้สึกรสชาติเบาๆ กว่าของเรา ไม่หวานมากและไม่เข้มข้นมาก หอม รสนุ่มนวล ทานแล้วรู้สึกสบายๆ ผ่อนคลายค่ะ โดยส่วนตัวบี๋ว่าอร่อยกว่าของเราค่ะ ปกติบี๋เป็นคนที่ชอบทานอะไรเย็นๆ แบบใส่น้ำแข็งเยอะๆ แต่เวลาทานชาชักจะชอบดื่มแบบร้อนมากกว่าแบบเย็นเพราะจะได้ลิ้มรส และสัมผัสความนุ่มละมุนลิ้นของฟองอากาศเนื่องด้วยว่าเวลายกแก้วดื่มปากของเราจะสัมผัสกับฟองอากาศตรงปากแก้วซึ่งทำให้รู้สึกผ่อนคลายก่อนที่จะได้ลิ้มรสของชาค่ะ ส่วนแบบเย็นจะเพิ่มน้ำแข็งซึ่งน้ำแข็งจะทำให้ฟองอากาศน้อยลงและไปเจือจางรสชาติ ทำให้เสียรสและอรรถรสในการดื่มค่ะ

 

ร้านชาชักในสิงคโปร์และมาเลย์มีขายทั่วไปตามริมถนนหาทานง่ายค่ะ โดยเฉพาะในช่วงตอนกลางคืนจะขายคู่กับโรตี ถ้าอากาศดีๆ ลมเย็นๆ ไม่รีบร้อนควรหาเวลาไปนั่งเล่นชิวๆ ริมถนน สั่งโรตีและชาชักอุ่นๆพร้อมกับรับประทานโรตี ซึ่งเข้ากันพอดีอย่างลงตัว อร่อยอย่าบอกใครเลย แค่นี้ก็ทำให้มีความสุขแล้วหล่ะค่ะ

 

 

 

±‡±±‡±±‡±±‡±±‡±±‡±±‡±±‡±±‡±±‡±±‡±±‡±

ขอขอบคุณ

www.pop.co.th

www.bangkokbiznews.com

http://photoclub.lanna2day.com