และแล้ววันที่เรากลัวก็เดินทางมาถึง...วันที่ต้องผจญภัยความกลัวหน้าห้องผ่าตัด และห้อง ICU
  • นานแล้วที่ไม่ได้เข้ามาในบ้าน gotoknow แห่งนี้
  • บันทึกฉบับนี้เขียนที่กรุงเทพฯ หอบเอาคอมฯ ลงมาที่กรุงเทพฯด้วย
  • เพราะต้องเดินทางไปกลับกรุงเทพฯ - เมืองเลย ทุกสัปดาห์ ตั้งแต่ ต้นเดือน ก.พ.
  • หมอนัดตรวจเกือบทุกวันจันทร์
  • หลังจากคุณหมอจากจังหวัดเลยส่งตัวสามีมารักษามะเร็งที่สมอง ที่โรงพยาบาลรามาฯ กรุงเทพฯ 
  • สัปดาห์แรกก็นำใบส่งตัวมาทำบัตร
  • สัปดาห์ที่ 2 ก็ไปแสกนสมองซึ่งต้องทำ 5 รายการ แต่ทำได้แค่ 3 รายการที่ รพ.พญาไท  2 เพราะเครื่องที่รามาฯ ใช้การไม่ได้
  • สัปดาห์ที่ 3 ฟังผลแสกน 3 รายการ
  • สัปดาห์ที่ 4 หมอนัดแสกนรอบ 2  รายการ
  • เดือนมีนาคม เลยได้คิวผ่าตัดนักเข้านอนโรงพยาบาลในวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคมและนัดผ่าตัดในวันที่  10 มีนาคม 2553
  • คุณหมอดูไสลด์และฟลิ์มเอ็กซเรย์เก่าก่อนผ่า และหลังผ่า คุณหมอให้คำแนะนำว่ามีวิธีรักษาอยู 2 แบบคือ
  • 1.  ผ่าตัดก้อนเนื้อออกเพื่อเป็นการยับยั้งเซลล์มะเร็งไม่ให้เจริญเติบโต  ก่อนจะเข้าครีโม หรือฉายแสง แต่อาจมีผลข้างเคียงของการผ่า เช่น ได้ยินแต่พูดไม่ได้  ซีกซ้ายอาจขยับไม่ได้ หรือ สมองความจำเลอะเลือน หรืออาจโชคดีไม่เป็นไรเลยก็มี
  • 2.  เข้าครีโม หรือฉายแสงเลย แต่เซลล์มะเร็งอาจเติบโตเร็วจนใส่ยาอาจจะช้ากว่าเซลล์ก็เป็นได้ และอาจกลายเป้นระยะสุดท้าย ซึ่งหมายถึงหมดทางรักษา
  • สรุปว่า เสี่ยงทั้ง2 วิธีก็เสี่ยงไม่น้อย  ดิฉันจึง ถามว่า หากใส่ยาไปก่อนถ้าไม่ดีค่อยผ่าไหม ? แต่สามีของดิฉันบอกว่าถึงตอนนั้นอาจจะหมดแรงก่อนผ่าตัด กลัวจะฟื้นตัวยากก็เลย ให้เขาตัดสินใจ.....เขาตัดสินใจเลือกวิธีที่ 1

  • และแล้ววันแห่งความกลัวก็มาถึง เดิมทียังไม่คิดอะไรมากมาย แต่พอหมอโทรแจ้งวันนัดที่ชัดเจน กลับมีความรู้สึกกังวล นอนไม่ค่อยหลับ และแอบคิดอะไรมากมาย
  • แต่ก็ยังพยายามดึงสติกลับมาให้ยอมรับความจริงและทำใจยอมรับให้ได้
  • วันหนึ่งกลางดึก ข่มตายังไงก็ไม่หลับ จึงลองนับลมหายใจเข้าออกเพื่อให้ลดความกังวลลง แต่ทำได้แป๊บเดียว สมาธิก็เตลิดไปอีก ตั้งสติอยู่ 3 ครั้ง
  • เอาล่ะนะเป็นกัน  ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์และความดีได้นำพาเราผ่านพ้นวิกฤติด้วย