ช่วงระหว่างวันที่ 3 - 4 มีนาคม ที่ผ่านมา ผมต้องไปเป็นวิทยาการในการอบรมปัจฉิมนิเทศของผู้ที่ผ่านการประเมินเทียบระดับการศึกษา ของ กศน.อำเภอเมืองตราด เขาจัดที่ชาญชลรีสอร์ท อำเภอคลองใหญ่ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปประมาณ 70 กิโล
สถานที่จัดอบรมดีมากครับ อยู่ติดทะเล อาหารอร่อยมาก ผมห่างทะเลไปนานเลยตักตวงความสุขจนล้นอก ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 40 คน ผมก็ทำหน้าที่ของผมอย่างเต็มกำลังความสามารถ ในบรรดาผู้เข้ารับการอบรมมีอยู่คนหนึ่งน่าสนใจมาก ผมถือโอกาสคุยกับเขาเสมอและขออนุญาตนำชีวิตเขามาถ่ายทอดให้พวกเรารับรู้ และก็ได้รับอนุญาต ผมคิดว่าชีวิตของคนคนนี้ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึง พลังของความมุ่งหวังทางการศึกษา ได้เป็นอย่างดี
พี่สง่า ศิลาอาสน์ เล่าให้ฟังว่า ท่านเป็นคนคลองใหญ่โดยกำเนิด ปัจจุบันท่านอายุ 72 ปี สมัยเด็ก ๆ ท่านเป็นคนเรียนหนังสือเก่งมาก จบ ป. 4 ท่านอยากจะเรียนหนังสือต่อใจจะขาด แต่พ่อแม่บอกว่าฐานะเรายากจน ไม่มีปัญญาส่งเรียนได้ ครั้นท่านจะเดินทางเข้าตัวจังหวัดเพื่อมาอยู่วัดแล้วอาศัยข้าวก้นบาตรเรียน ก็ไม่รู้ว่าจะมาอย่างไร เพราะสมัยนั้นอำเภอคลองใหญ่ไม่มีถนน มีทางเดียวต้องโดยสารเรือเมล์ ซึ่งมีบริการสัปดาห์ละครั้ง และค่าโดยสารแพงมาก สุดท้ายท่านก็เป็นคนขาดโอกาสทางการศึกษาไปโดยปริยาย นอนร้องไห้อยู่สองเดือน
เมื่อสิ้นหวังทางการเรียน พี่สง่า หันเข้าไปใช้แรงงานเป็นกรรมกร หนักเบาเอาทุกอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจ คือ ท่านกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในอำเภอคลองใหญ่ว่า ถ้าท่านมีโอกาสในอนาคต ท่านจะส่งเสียให้ลูกทุกคนได้รับการศึกษาสูงสุด ด้วยความตั้งใจ พี่สง่าเจริญขึ้นเป็นลำดับ มีเรือหาปลา ทำธุรกิจเกี่ยวกับก่อสร้าง แต่ตลอดเวลาท่านไม่ลืมความตั้งใจของท่าน
ทุกวันนี้พี่สง่า มีกิจการร้านขายเครื่องก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอ มีเรือประมงไม่น้อยกว่า 3 - 4 ลำ ช่วยเหลืองานสาธารณกุศลอย่างสม่ำเสมอ ตรงนี้ยังไม่ใช่พลังของความมุ่งหวังทางการศึกษา แต่ผลของพลังอยู่ตรงที่ พี่สง่ามีลูก 6 คน ผู้หญิง 4 คน นอกนั้นเป็นผู้ชาย ผลของพลังอยู่ตรงที่ ลูกของพี่สง่า จบ ปริญญาเอก 4 คน และจบปริญญาโทอีก 2 คน ทำงานเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย 2 คน ทำธุกิจส่วนตัว 3 คน และเป็นแพทย์ 1 คน
พี่สง่าบอกผมว่า ต้องมีคนหนึ่งในครอบครัวที่จบแค่เพียงปริญญาตรี และจะเป็นคนจบปริญญาตรีที่อายุมากที่สุดของครอบครัว ไม่ต้องบอกพวกเราทั้งหลายว่าควรเป็นใคร แต่สิ่งที่ผมอยากให้เกิดคือพลังแห่งความมุ่งหวังทางการศึกษา จะทำให้ความหวังสุดท้ายของพี่สง่า เป็นจริง
ต้องบอกว่าคุณโยมลุงท่านนี้แปรวิกฤติให้เป็นโอกาสได้อย่างยอดเยี่ยมโดยแท้เชียว
เจริญพร
กราบนมัสการพระคุณเจ้า
ในความหมายของความมุ่งมั่นของพี่สง่า ผมคิดว่ามีความเก็บกดเป็นพลังแฝงอยู่ด้วย การสร้าอนาคตของลูกเพื่อทดแทนสิ่งที่ขาดไปของตัวเอง กลายเป็นแรงขับที่ทรงพลังอย่างยิ่ง แต่ไม่ทราบว่าเป็นสิ่งเดียวกับที่พระคุณเจ้าเรียกว่า แปรวิกฤติเป็นโอกาสหรือเปล่า กราบนมัสการมาด้วยความเคารพ