ในวันที่ชีวิตกำลังสัญจรเดินทางอีกครั้ง
ผมมีโอกาสได้ฟังเสียงหัวใจของตัวเองอย่างเงียบๆ
พร้อมๆ กับการนั่งนึกถึงเรื่องราวในรอบสัปดาห์ที่เพิ่งพราก-จากพ้นไป
โดยหลงเหลือเป็นตะกอนชีวิตที่หลากเรื่อง ซึ่งรอวันกลายเป็นผลึกชีวิตในตัวตนของผมเอง
นั่นคือ
- เมื่อหัวใจของเรายิ้ม...เราก็จะมองเห็นโลกยิ้มด้วยเช่นกัน
- ในองค์กรแห่งงาน หากทุกคนรู้สึกกับเพื่อนร่วมงานว่าเสมือนพี่น้อง ก็เท่ากับว่าเราต่างเป็นขุนพลของกันและกัน
- การทำงานแบบ "วันต่อวัน" เป็นคนละความหมายกับ "ทำวันนี้ให้ดีที่สุด"
- ใครบางคนไม่อาจละทิ้ง หรือโบกมือลาองค์กรได้ นั่นเพราะไม่ใช่ว่าเขา "ไม่มีที่ไป"
ตรงกันข้ามมันอาจหมายถึงว่า-เขาไม่อาจจาก "บ้าน" ไปไหนได้ต่างหาก - จงอย่าคิดว่าเราสามารถ "สร้างคน" ได้ แต่งให้คิดและตระหนักเสมอว่า เราเป็นเพียงผู้
"จุดประกาย" ให้คนมีพลังในการขับเคลื่อนชีวิตเท่านั้น - สิ่งหนึ่งของนักปกครองที่ต้องตระหนักอยู่ตลอดเวลาก็คือ "กล้าตัดสินใจ" และพร้อมที่จะ
"รับผิดชอบต่อการตัดสินใจ" นั้นๆ - ในโลกใบนี้ ไม่มีทางออกใดที่ถูกปิดตายไว้อย่างเป็นนิรันดร์
- ถามตัวเองบ้างหรือยัง ว่าในแต่ละวัน เคยฟังเพลง หรือร้องเพลงสักเพลงบ้างหรือไม่
(ถึงไม่จบเพลงก็เถอะ) - พิมพ์หนังสือผิด-ก็เป็นความบกพร่องของการทำงานด้วยเหมือนกัน
- เราล้วนเป็นคนทำงาน แต่จะมีสักกี่คนที่เรียนรู้และฉลาดพอที่จะบอกว่า "งานอันใดสำคัญและเร่งด่วนไปกว่ากัน"
- คุณเคยอ่านหนังสือเล่มโปรดของคนรักของคุณบ้างหรือยัง...
- คุณเคยฟังเพลงโปรดของคนรักของคุณบ้างหรือยัง...
- ไม่มีใครที่ปราศจากฝั่งฝันของชีวิต

หมายเหตุ..
ภาพจากมุมหนึ่งในหลวงพระบาง..
สวัสดีค่ะ น้องชายที่คิดถึง
สวัสดีครับท่านอาจารย์
สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน มาอ่านแล้วต้องขอบอกประโยคเดิม ลึก ซึ้ง โร เหมาะสมที่สุดค่ะ
... เหนื่อยเท่าไหร่ฉันรู้ เขารอฉันอยู่ ... คิดถึงคนที่เราต้องจากมาไกล แต่จะเหงา เดียวดาย ท้อแท้เพียงใด บอกใจต้องสู้ไป หนึ่งจุดหมายต้องทำให้ได้ (เพลง) เพื่อคนที่คิดถึง ;)
สวัสดีค่ะ ครูวิไลนะคะ
คุณเคยฟังเพลงโปรดของคนรักของคุณหรือยัง
ขนาดเพลงโปรดยังไม่รู้เลย (น่าตีจริงๆ) ขอบคุณค่ะ
จะลองถามดูก่อนนะคะ (ก็มันคนละแนว) อิๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
สวัสดีค่ะ อ.แผ่นดิน
ขอเก็บตะกอนไปคิดต่อนะคะ เพราะบ่อยครั้งไม่เคยได้ฟังเสียงหัวใจของเราเลย
ขอบคุณค่ะ
พี่คะ..
แป๋มชอบตรงนี้..
"จงอย่าคิดว่าเราสามารถ "สร้างคน" ได้ แต่งให้คิดและตระหนักเสมอว่า เราเป็นเพียงผู้"จุดประกาย" ให้คนมีพลังในการขับเคลื่อนชีวิตเท่านั้น"
เพราะนี่เป็นภาระหน้าที่อันสำคัญยิ่งของครู..
ขออนุญาตนำมาจารึกไว้ในใจ และจะนำไปปฏิบัติอย่างเต็มที่ค่ะ.... *^_^*
มาเก็บตะกอน อีกครั้งครา ด้วยความระลึกถึง และปรารถนาดี มีความสุขกับการงานนะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
แผ่นดิน
* หากเราหยุดฟังเสียงของหัวใจ ....แล้วให้เวลากับตัวเอง หันมาพิจารณาสิ่งต่างๆ รอบตัว ที่ผ่านมาแล้วผ่านไป มีเรื่องราวหลากหลาย ทั้งสุข ทุกข์ ล้วนเป็นบททดสอบ และครูของชีวิต ที่ยิ่งใหญ่มากค่ะ นั่นคือ ทั้ง 13 ข้อ ของอาจารย์
* ทั้ง 13 ข้อ ที่ตกเป็นตะกอนความคิด นี้ ถ้านำไปสู่การปฏิบัติ คุณจะพบว่า
“ความลับของโลกอยู่แค่เอื้อม คือ ความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่อื่นเลย แต่อยู่ภายในกายในใจเรานี่เอง..”
* ใช้ชีวิตทุกอย่างก้าวด้วยความรอบคอบ
* ปลุกปลอบความแกร่งกล้าให้เกิดขึ้นในจิตใจ
* ให้และรับอย่างมีดุลยภาพ
* ลดความรุ่มร้อนกระวนกระวายด้วยความอดทน
* ไม่ตกเป็นทาส ไม่แสวงหาอำนาจเหนือใครๆ
แต่.. ที่ครูใจดีทำผิดพลาดบ่อยมากๆ และแก้ไม่หายคือ
ขอบคุณตะกอนชีวิต...
ด้วยความระลึกถึงค่ะ
แวะมาเยี่ยมด้วยความระลึกถึงครับ
ขอบพระคุณสำหรับข้อคิดชีวิตครับ...
สวัสดีค่ะ
ชอบคำนี้ค่ะ เมื่อหัวใจยี้ม ก็จะเห็นโลกยี้ม
มีภาพมาฝากค่ะ มุมหนึ่งในลาว จำได้ไหมค่ะ ที่ไหนเอ่ย
ขอบคุณบันทึกดีๆค่ะ
มาช่วยกันนะคะ http://gotoknow.org/blog/nongnarts/343546
สวัสดีค่ะ แวะมาเยี่ยมนะคะ
เข้ามาอ่านข้อคิดดี ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ
เข้ามาสวัสดีคนที่มีงานยุ่งๆ ค่ะ
ไม่ได้มาเยี่ยมอาจารย์นานมาก คิดว่า คงเขียนบันทึกเรื่องใหม่ๆ หลายเรื่องแล้ว ยังนึกเสียดายว่า โห... เราคงต้องตามกลับไปอ่านย้อนหลังอีกแล้วแล้ว...
ข้อคิดที่ตกตะกอนของอาจารย์ ยังเป็นข้อคิดที่เป็นประโยชน์เสมอค่ะ
ให้กำลังใจคนทำงานนะคะ... เอาใจช่วยทุกกิจกรรมที่อาจารย์ทำ โครงการจักรยานไปถึงไหนแล้วค่ะ
ระลึกถึงค่ะ
หวัดดีค่ะ อ.แผ่นดิน
ไม่ได้แวะมาเสียหลายวัน สบายดีนะค่ะ...อ่านตะกอนชีวิตแล้วสุดจะบรรยาย เป็นอะไรที่กินใจมากค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อคิดดี ๆ ค่ะ
อาจารย์คะ พอลล่า มาส่งความคิดถึงค่ะ
เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ
อยากบอกว่าอาจารย์เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้พอลล่าค่ะ
เมื่อหัวใจของเรายิ้ม...เราก็จะมองเห็นโลกยิ้มด้วยเช่นกัน
แต่เมื่อหัวใจเราร้องไห้ เราจะร้องไห้คนเดียว...แป่ว ๆ ..ต่อให้ค่ะ
เพราะฉะนั่น ...ยิ้ม ๆ ๆ
มีความสุขทุกวันนะคะ
ขอบคุณมากมายค่ะ....^_^