"คมนาคม" เดินหน้าเปิดประมูลซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 2 พันค้น มูลค่า 2.3 หมื่นล้านบาท ด้วยระบบ " อี- ออกชั่น" คาดเริ่มได้ต้นเดือน ก.ค.นี้ เตรียมโละรถ ขสมก.ขึ้นสนิมกว่า 1.4 พันคัน             พล.อ.ชัยนันท์ เจริญศิริ รักษาการ รมช.คมนาคม เปิดเผยความคืบหน้าการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศ ยูโรทู   จำนวน   2,000 คัน ว่า หลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมาอนุมัติใน หลักการให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศยูโรทูนั้น ขสมก.จะกำหนดเงื่อนไขและสเปกของรถโดยสารเอ็นจีวีแล้วเสร็จในสัปดาห์นี้   และคาดว่าจะสามารถเปิดประมูลจัดซื้อได้ในต้นเดือน   . ค. 549 โดยใช้รูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ออกชั่น)                 สำหรับคณะกรรมการการจัดซื้อจัดจ้างมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   เช่น กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง และจะจัดตั้งบุคคลภายนอกร่วมเป็นกรรมการและเชิญสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์ระหว่างการพิจารณาจัดซื้อ             ส่วนวงเงินการจัดซื้อในครั้งนี้ประมาณ   23,000  ล้านบาท   โดยจะกู้เงินจากสถาบันการเงิน คาดว่าจะใช้ เวลาคุ้มทุนภายใน 3 ปี สำหรับการชำระหนี้สถาบันการเงินจะใช้เวลาประมาณ 5 ปี             นอกจากนี้   ขสมก.จะปรับเปลี่ยนรถเก่าจำนวน   1,450  คัน   เป็นเครื่องเอ็นจีวีใหม่ทั้งหมดเพื่อประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่าย             ปัจจุบันรถโดยสารที่ ขสมก.จัดซื้อมีหลายยี่ห้อ   เช่น   อีซูซุ   เบนซ์ และแดวู ดังนั้นเห็นว่าหากค่ายรถยนต์ ใดที่สามารถเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นเอ็นจีวีได้ให้ทำการเปลี่ยนทันที   แต่ถ้าเปลี่ยนไม่ได้จำเป็นต้องหาเอกชนรายอื่นเข้ามาดำเนินการ   และขณะนี้มีบริษัทเอกชนจากประเทศจีนได้ทดลองนำรถเก่าของ ขสมก.ไปเปลี่ยนเครื่องยนต์เอ็นจีวี จำนวน 2 คัน             ทั้งนี้   ภายหลังจากการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์   ถ้ารถโดยสารวิ่งได้ปกติ ไม่มีปัญหาทางเครื่องยนต์   จะให้บริษัทเอกชนจากจีนเป็นผู้ดำเนินการ   คาดว่าใช้เวลาการเปลี่ยนเครื่องยนต์ทั้งหมดประมาณ 1 ปี            " ถ้าสามารถเปลี่ยนรถโดยสารจากเครื่องยนต์ดีเซลเป็นเอ็นจีวี   จะช่วยประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงได้ ประมาณ 971 ล้านบาทต่อปี และค่าโดยสารจะไม่ปรับเพิ่มขึ้น เพราะก๊าซเอ็นจีวีถูกกว่าน้ำมันดีเซล" พล.อ.ชัยนันท์กล่าว ไทยโพสต์, สยามรัฐ  12  มิ.ย.  49