ตามรอยอาหาร
เรื่องของอาหารการกินเป็นเรื่องใกล้ตัวที่น่าสนุก และนำมาเรียนรู้ได้กับทุกวิชา ในมุมของวิชาสังคมศาสตร์ อาหารคือปัจจัย ๔ ที่แสดงถึงความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีต่อกันอย่างใกล้ชิด
อาหารกลางวันของโรงเรียนวันนั้นคือบะหมี่เกี๊ยวหมูแดง เนื่องจากคนไทยมีความสัมพันธ์กับคนจีนมานานจนกลายเป็นญาติสนิท เราจึงชินกับอาหารชนิดนี้ และชินกับการกินอาหารด้วยตะเกียบ
ตามรอยอาหาร คือ การตามหาว่าอาหารชนิดนี้มาจากไหน ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง มาถึงเมืองไทยได้อย่างไร
ชื่อของอาหารก็เป็นเค้าเงื่อนที่สำคัญในการชวนให้สืบสาวได้ว่า ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของอาหารแต่ละชนิดมาจากไหน
ลองมาดูที่ส่วนประกอบของอาหารชามนี้กัน บะหมี่ เกี๊ยว หมู ผักกวางตุ้ง นั้นมาจากประเทศจีนแน่นอน และนอกจากจะรู้ว่ามาจากประเทศจีนแล้ว ยังสามารถระบุพื้นที่ให้แคบลงไปได้อีกว่าน่าจะเป็นอาหารยอดฮิตของมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน ก็เพราะชื่อของผัก “กวางตุ้ง” ที่ใส่มาในชามนี้นั่นเอง
บนบะหมี่มีพริกไทยเม็ดเล็กๆ โรยอยู่ เมื่อฟังจากชื่อ “พริกไทย” มาจะมีถิ่นกำเนิดอยู่แถวเมืองไทย ซึ่งเมื่อสืบค้นต่อไปก็จะพบว่า
พริกไทยมีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมแถบอินเดีย-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย การที่ได้ชื่อว่า “พริกไทย” จึงนับว่าเหมาะสม เพราะเป็นพริกที่มีกำเนิดดั้งเดิมบนแผ่นดินไทย ส่วนพริกชนิดต่างๆ ที่คนไทยนิยมกันมากในปัจจุบัน เช่น พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า พริกหยวก พริกแห้ง (ใช้แกง) ฯลฯ นั้นเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ และเพิ่งมาถึงเมืองไทยไม่กี่ร้อยปีมานี้(ข้อมูลจากนิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ ๒๒๙)
ข้อสังเกตที่น่าสนใจเกี่ยวกับชาวจีนที่ติดตามมาก็อย่างเช่น ในภาษาไทยก็มีคำที่ยืมมาจากภาษาจีนอยู่มาก เช่น บรรดาคำที่มีเสียงจัตวาทั้งหลาย ก็มักจะเป็นคำจากภาษาจีนแต้จิ๋ว ซึ่งเป็นภาษาถิ่นของชาวจีนที่อาศัยอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลกวางตุ้ง
สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีก็ทรงมีพระราชบิดาเป็นจีนแต้จิ๋ว สายสัมพันธ์ระหว่างคนไทยกับคนจีนจึงแนบแน่นกันมาหลายชั่วอายุคน คนไทยจึงมีภาษาจีนที่เป็นคำยืมอยู่ในภาษาไทยที่ใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันมากมาย คนไทยจึงกินอาหารจีน เช่น บะหมีเกี๊ยว ด้วยตะเกียบกันอย่างคล่องแคล่ว และเมื่อดูจากสาแหรกครอบครัวก็จะเห็นว่าหลายครอบครัวมีบรรพบุรุษเป็นชาวจีน
อาหารจึงไม่ใช่แค่อาหาร แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ที่ทั้งสองวัฒนธรรมมีให้แก่กันและกันมายาวนาน
สวัสดีครับคุณครูใหม่
"อาหารจึงไม่ใช่แค่อาหาร แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ที่ทั้งสองวัฒนธรรมมีให้แก่กันและกันมายาวนาน"
ผมขออนุญาตเพิ่มนิดหนึ่งว่า"อาหารจึงไม่ใช่แค่อาหาร แต่เป็นเรื่องของการเรียนรู้เรื่องของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไปในตัวด้วย"
เสียดายถ้าผมไม่กลัวว่าจะเป็นการ"ลี้ภัยทางการศึกษา"อยากพาเจ้าพอดี ไอ้ตัวน้อยของผมไปเรียนที่เพลินพัฒนาจังเลย
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะคุณบินหลาดง
ขอบคุณที่แวะเข้ามาเติมเต็มค่ะ ขออภัยที่ตอบช้า เพราะเพิ่งกลับจากเดินดงค่ะ :)