MMM@NIDA: ตัวชี้วัด เพิ่มประสิทธิภาพงาน หรือเพิ่มภาระ ?!!


นตถิ ปัญญา สมา อาภา แสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญาไม่มี

เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ผมเจอพี่สาวที่รู้จักมักคุ้นกันมานานตั้งแต่เมื่อบรรจุรับราชการใหม่ๆ  ปัจจุบันยังทำงานกับหน่วยงานด้านส่งเสริมสุขภาพในระดับพื้นที่เหมือนเดิม  หน้าตาก็ดูเปลี่ยนแปลง ร่วงโรยไปตามวัยเป็นธรรมดา  แต่เรื่องที่พี่สาวเล่าให้ฟังเป็นปัญหาในเรื่องของงานที่เต็มไปด้วยระบบการเก็บรวบรวมตัวเลข  เพื่อส่งรายงาน รายวัน-รายสัปดาห์-รายเดือน-รายไตรมาส-รายงวด-รายปี ตามตัวชี้วัด (Key Performance Indicators: KPI)  ซึ่งบังเอิญตรงกับปัญหาที่ผมและเพื่อนร่วมงานหลายคนกำลังเจออยู่เหมือนกัน (นึกภาพออกไหมครับว่าการพูดคุยจะออกรส เร้าอารมณ์มากแค่ไหน..อิอิ)

 

พี่สาวบอกว่าวิถีชีวิตการทำงานเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม  ภาพเจ้าหน้าที่ออกพื้นที่ไปนั่งกินข้าว-ตำหมาก-ไต่ถามทุกข์สุขกับชาวบ้าน หายไป  เพราะเวลาที่ใช้ส่วนใหญ่หมดไปกับการนั่งสรุปรายงานเพื่อสรุปส่งให้ทันกำหนด เช่นเดียวกับผมและเพื่อนๆ ที่พากันนั่งส่งเสริมการทำนาบนแผ่นกระดาษ จนหน้าเขียวหน้าดำอยู่ทุกวันนี้

 

ปัญหาที่เจอกันอยู่วันนี้ เกิดจากเครื่องมือ?

 

งานแบบนี้ไม่อยู่ในตัวชี้วัด!!

เมื่อสมัยที่ผมเรียนอยู่วิทยาลัยเกษตรกรรมฯ อาจารย์มีเกณฑ์การให้/หักคะแนนส่วนหนึ่งจากการเฝ้าสังเกตการใช้เครื่องมือทางการเกษตรของนักศึกษา โดยดูว่าใช้เครื่องมือตรงตามหน้าที่และงานที่ต้องการหรือเปล่า  หากนักศึกษาใช้มีดขุดดินแทนที่จะใช้จอบ  ก็จะถูกตัดคะแนน หรือหากพบว่าใช้ด้ามจอบตอกตะปูแทนที่จะเดินไปหยิบฆ้อน  ก็จะถูกตัดคะแนนเช่นกัน  ถือว่าใช้เครื่องมือผิดประเภท  หรือเรียกได้ว่าใช้เครื่องมือไม่ตรงกับสมรรถนะของเครื่องมือชิ้นนั้นๆ  เพราะว่าเครื่องมือแต่ละชนิด มีความเหมาะสมกับการนำไปใช้ประโยชน์แตกต่างกัน

 

มีด      – เหมาะกับงานตัด 

จอบ    - เหมาะกับงานขุด

ฆ้อน   - เหมาะกับงานตอก

 

เช่นเดียวกัน 

 

เครื่องมือการจัดการบางชนิดก็เหมาะกับงานบางอย่าง เช่น Balanced Score Card (BSC) เหมาะกับการนำมาใช้ศึกษา/วิเคราะห์งานที่เป็นอยู่ การประเมินศักยภาพ  การกำหนดสิ่งที่มุ่งหวัง  การกำหนดวิธีการ และการวางแผนการทำงานรวมถึงการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่วิเคราะห์ไว้เพื่อการบรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด  ซึ่งก็คือ การวางแนวทางการบริหารและมุ่งเน้นต่อการวางแผนกลยุทธ์ในระยะยาว นั่นเอง  แต่หลายองค์กรกลับนำมาเพื่อเป็นเครื่องมือทางการประเมินผลงาน  ทำให้ผิดธรรมชาติของเครื่องมือ

 หรือตัวชี้วัดผลงานที่เรียกว่า KPI   เหมาะสมกับการนำมาวัดความก้าวหน้าของการบรรลุปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จ หรือผลสัมฤทธิ์ขององค์กร  โดยสามารถแสดงผลของการวัดหรือการประเมินผลการดำเนินงานในรูปข้อมูลเชิงปริมาณเพื่อสะท้อนประสิทธิภาพ  แต่ปัญหาที่พบคือ ตัวเลขที่ปรากฎไม่สามารถแสดงถึงความสามารถ/ประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่แท้จริงของคน/องค์กรและไม่สามารถเชื่อมโยงให้เห็นว่าตัวชี้วัดกับคุณภาพของผลงานเดินไปด้วยกันอย่างน่าเชื่อถือ?

 

ประเด็นปัญหาที่ต้องขบคิดก็คือ จะใช้หลักเหตุผลและปัจจัยอะไรในการตัดสินใจเลือกเครื่องมือมาใช้อย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดการยอมรับ

 

ในชั่วโมง MMM อาจารย์ท่านหนึ่งพูดได้โดนใจเหลือเกินว่า ท่านค่อนข้างไม่เห็นด้วยกับการประเมินผลงานถึงระดับผู้ปฏิบัติงาน ควรประเมินเพียงระดับหัวหน้าหน่วยงาน/หัวหน้าแผนกก็พอ เนื่องจากงานของหัวหน้าก็ทำให้เห็นถึงผลงานของผู้ปฏิบัติงานขององค์กรอยู่แล้ว  ซึ่งสอดคล้องกับนายแพทย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ กล่าวว่า*

 

       “...คนทำงานในองค์กรเหล่านี้ ใช้เวลาของชีวิตจำนวนมากสิ้นเปลืองไปกับการกรอกแบบฟอร์มที่ตนเองก็ไม่รู้ว่ามีความหมายอะไร  หรือที่เลวร้ายกว่านั้นก็คือกรอกข้อมูลที่ตนเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าไม่ใช่ความจริง หาสารประโยชน์อะไรแทบไม่ได้ เพราะเป็นแค่สิ่งที่เสกสรรปั้นแต่งขึ้นให้มีตัวเลขพอแค่ได้กรอกรายงาน ส่วนมากก็จะกรอกกันไป ก่นด่าคนออกแบบฟอร์มไปด้วยความเกลียดและโกรธแค้น  แต่เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงานก็ต้องกรอก  ทำไปทำมาคนที่ได้ดีในระบบงานไม่ใช่คนที่เก่งเรื่องงาน แต่กลายเป็นคนที่เก่งเรื่องการกรอกตัวชี้วัด...”

 

สรุปว่าตัวเลขต่างๆ ที่ได้มาเกิดจากการเผาเทียนเล่นไฟ  เล่นไปเล่นมา กลับกลายเป็นว่าตัวชี้วัดและเครื่องมือการจัดการทั้งหลายที่เรานำมาใช้กัน  เป็นสิ่งที่สร้างภาระและสร้างความเบื่อหน่ายให้กับบุคลากรในหน่วยงานมากกว่าจะนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์และการพัฒนาประสิทธิภาพของงาน

 

จะเรียกคืนความศรัทธาและความเชื่อมั่นให้กับเครื่องมือการจัดการที่ได้ชื่อว่าน่าเชื่อถือและได้รับความนิยม**  มานานได้อย่างไร  หรือจะปล่อยให้เครื่องมือต่างๆ เหล่านั้นล้มหายตายจากไปพร้อมๆ กับการลาออกจากราชการด้วยความทนไม่ไหว (และ/หรือปรับตัวไม่ได้) ของพี่สาวที่ผมคุยด้วย...คนนั้น (น่าเครียดเนาะ)

:)

 

 

 

 


* นายแพทย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ บทความ “องค์กรปรนัย ตัวชี้วัด และวิสัยทัศน์แบบสมานฉันท์” นิตยสาร WAY ฉบับที่ 31 โรงพิมพ์อักษรสัมพันธ์ (1987) หน้า 18-19

** รศ.ดร.ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์ ได้วิจัยเรื่องการใช้เครื่องมือการจัดการในองค์การภาครัฐ พบว่า เครื่องมือการจัดการที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน  5 อันดับแรก ได้แก่ Strategic Planning,91.0% Outsourcing,77.8%  KM,76.0%  e-Procurement, 74.0% และ BSC, 73.4%

 

หมายเลขบันทึก: 340451เขียนเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2010 17:47 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 22:30 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (28)

สวัสดีครับ เกษตรยะลา

เดินตามพี่ยาวลงสำรวจแปลงนาแล้วครับ
ตอนนี้ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว นารอบที่2 ถึงไหนแล้ว

ผมกำลังเร่งปั่นตัวเลขส่งให้ทันกำหนด ก่อนที่ระบบบันทึกข้อมูลจะปิดในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าครับ

ถ้าตัวชี้วัดไม่ผ่าน เงินเดือนก็ไม่ขึ้นกันพอดี นิ!!

สวัสดีครับพี่ครูอ้อย แซ่เฮ

งานครูค่อนข้างยุ่งกับการประเมิน/ตัวชี้วัดมากกว่าผมอีกใช่ไหมครับ
เห็นคนข้างๆ ผมเค้าหัวฟูบ่อยๆ (อิอิ)

ขอบคุณครับ

  • โลกเปลี่ยนแปลง  ทุกอย่างวัดกันที่ตัวเลข
    มากกว่าคุณค่าภายใน..
  • ขอบพระคุณข้อคิดดี ๆ ที่แลกเปลี่ยนค่ะ

  • สวัสดีครับ
  • สุดท้ายคนเราก็ต้องเอาตัวรอดกระโดดไปทำตัวชี้วัดเสียให้สิ้นเรื่อง
  • งานจริงๆ มักไม่ค่อยสนใจ แต่ขอให้ผ่าน.....
  • เพราะได้คะแนน
  • อิอิ...ขอบคุณครับ

สวัสดี ครับ

ได้คิดตาม และเข้าใจตัวชี้วัดจากบันทึกนี้ มากขึ้น

ขอบคุณ นะครับ

ด้วยความระลึกถึง

สวัสดีครับธรรมทิพย์

"ทุกอย่างวัดกันที่ตัวเลข" และความเร็ว  ช่วงนี้เลยต้องปั่นตัวเลขกันตัวเป็นเกลียว

แต่ไม่วายกังวลว่าจะเป็นตัวเลขฟองสบู่ครับ ภายนอกดูสวยงาม แต่เนื้อในไม่มีอะไรเลย

ขอบคุณครับ  :)

สวัสดีครับพี่สิงห์ป่าสัก

เรื่องตัวชี้วัดของปีนี้ จริงๆ  แล้วได้ทำความเข้าใจและถกเถียงกันมาค่อนข้างนานหลายเดือน แต่เพิ่งรู้รายละเอียดกันไม่กี่วันก่อนหน้านี้

วัดผลงานเพียงไม่กี่ตัว แต่ความเป็นจริงคือหน้างานเยอะกว่านั้น

รีบร้อนกระโดดลงไปเล่นแบบตั้งตัวกันไม่ติด ไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร

วันศุกร์นี้ต้องส่งงานแล้วครับ....คิดแล้ววังเวงจัง..อิอิ

สวัสดีครับแสงแห่งความดี

ด้านหนึ่งของตัวชี้วัดคือ เป็นการให้คะแนนตามผลงานทำงานและการพัฒนางาน
แต่อีกด้านที่ไม่ควรละเลย คือ คะแนนที่ได้มาครอบคลุมและมีความน่าเชื่อถือ??
ยังไม่นับรวมถึงการให้รางวัล/การให้คุณให้โทษเหมาะสม ? ฯลฯ

ตัวชี้วัดส่วนใหญ่ เกิดและเติบโตจากต่างประเทศ แต่ไปไม่รอดเมื่อมาอยู่ในไทย คงจะปรับตัวไม่ได้กับคนไทย

ขอบคุณครับ  :)

  • สวัสดีค่ะ
  • สบายดีนะค่ะพี่
  • สู้ ๆ พี่ชาย  ขอเอาใจช่วยให้เสร็จไวไว
  • ตัวชี้วัด ทำเสร็จแล้วค่ะในส่วนที่เค้าสั่งให้ทำก่อน 2 ตัว คือข้อตกลง  กับตัวชี้วัดเกณฑ์การให้คะแนน ฯ แต่แบบ ปป.2 ปป.3 อะไรนี่ยังไม่ได้ทำค่ะ เพราะเค้ายังไม่สั่งให้ทำ อิอิ
  • ช่วงนี้กำลังเตรียมรับมือโครงการไทยเข้มแข็งค่ะพี่...งบเยอะจริง ๆ บางงานเร่งด่วนด้วยนะ
  • ฝากความคิดถึง...ถึงครูพี่กั๊ตด้วยนะค่ะ
  • รักษาสุขภาพด้วยค่ะ

 

สวัสดีค่ะ สบายดีนะคะ อิ อิ ตัวชี้วัด ... ตัว ...

ตัวชี้วัดระบาดไปทั่วทุกหัวระแหง เลยนะคะเนี่ย

เราคนทำงานภาคสนามมาก่อน พอมาเจอตัวชี้วัดนี่

แค่เห็นเอกสารแล้ว ยังมึนงง และปวดหัวเลยค่ะ;)

เอ ทำอะไรได้ไหมหนา นอกจากส่งรายงานเจ้าของทุน

 

เอาเป็นกรณีศึกษา ทำเป็น case รายงานวันสุดท้ายของการอบรมดิ

จะได้ใช้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในห้องด้วยไงคับ

อาจารย์ที่มานั่งฟังอาจให้ความแนะนำ ความคิดเห็นดี ๆ นะคับ

สวัสดีครับน้องสาว

เรื่องตัวชี้วัด นำปัญหาใหม่ๆ ให้นอนคิดได้ทุกวัน
ตัวชี้วัดบางตัว ไม่สามารถนำไปวัดได้กับทุกคน เพราะไม่มีงานให้วัด (อิอิ) ยกตัวอย่างเรื่องการจัดการปัญหาการระบาดของเพลี้ยในมันสำปะหลัง หลายตำบลไม่มีต้นมันฯ ก็ไม่มีเพลี้ยมาระบาดก็เลยไม่รู้จะเอาอะไรมาประเมิน นิ!!

กำลังเร่งงาน "ไทยเข้มแข็ง" เหมือนกันครับ

สวัสดีครับ

P

เจ้านาย ต้องการตัวเลข ลูกน้องก็ต้องเร่งปั่นตัวเลข เพื่อส่งให้ทันเส้นตาย
เรากำลังอยู่ในยุคข้อมูลข่าวสาร แต่ไม่สนใจเรื่องที่มาของข้อมูลครับ

เอาให้ทันใจไว่ก่อน

 :)

 

สวัสดีครับคุณสุ su mmm

อาจารย์บอกว่าเครื่องมือวัดฯ ส่วนใหญ่เกิดจากที่หนึ่ง ไปโตอีกที่หนึ่ง

แต่สุดท้ายต้องมาตายที่ไทยแลนด์ เพราะพี่ไทยเอามาแปลงรูปเปลี่ยนร่าง ซะจนไม่เหลือเค้าของเดิมเลย

เรื่องรายงานคงต้องปรึกษาเพื่อนๆ ในกลุ่มอีกทีครับ

ขอบคุณครับ (การเมืองร้อนๆ แบบนี้ อบรมวันที่ 14 ที่จะถึง จะมีปัญหาเรื่องการเดินทางหรือเปล่าน๊า)

เป็นอย่างไรบ้างครับ เรียนหนักไหมครับ กลัววันที่ 14 พี่จะเดินทางไม่ได้ (ฮา)

สวัสดีครับ อ.ขจิต ฝอยทอง

  • อบรมหลักสูตร MMM ระยะสั้นครับ
  • เดินทางวันที่ 13 ถึงอยุธยาเมืองเก่าเวลาบ่ายแก่ๆ กลัวว่าจะเข้า กทม. ไม่ได้เหมือนกัน เพราะบังเอิญตรงกับเวลานัดหมายฯ พอดี๊พอดี

เครียด!!..นอนดึก..อิอิ

 

Subject: ด่วน!!!!!!!!!!!!!! แจ้ง งด การอบรม ในวันที่ 14 มีนาคมนี้คับ

นมัสการ

เรียน ผู้เข้าอบรมทุกท่าน

ทางคณะ เพิ่งจะประชุม งดการเรียนการสอน ทุกอย่างของคณะ

ในวันที่ 14 มีนาคม นี้นะคับทุกท่าน

ขอแจ้งมาให้ทราบ ตามนี้นะคับป๋ม

ถ้ายังไง สุรบกวนช่วย ๆ กระจายข่าวให้สุด้วยนะคับ

เฉพาะของที่คณะ รปศ. งด ทุกอย่างจ้า

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และกรรมการรุ่น ทุกท่าน รบกวนช่วยกระจายข่าวให้ด้วยนะคับ

เด๋ว สุจะโทรแจ้ง อีกทีนะคับป๋ม

ขอบคุณคับ

สุ

ขอโทษนะคับ คุณพิทักษ์ ที่แจ้งข่าวทางนี้ เพราะส่ง อีเมลไปแล้ว ไม่แน่ใจว่า ท่านได้รับหรือยัง

โทรไป ท่านก้อไม่รับสาย ก้อเลยขอส่งข่าวทางนี้ อีกทางนะคับ

ขออภัยๆๆ คุณ su mmm

ต้องยืมคำของ อ. naree suwan ว่ามัวแต่เลี้ยงลูกลิง/เล่นกะลิงอยู่นอกบ้าน ก็เลยมะได้รับโทรศัพท์

รับทราบข่าวครับ  :)

 

หวัดดีค่ะพี่ชาย

  • นั่นสินะพี่...งานบางงานจะวัดกับอะไร
  • ยิ่งโครงการไทยเข้มแข็ง...กำลังจะทำให้คนทำงานอ่อนแอหรือป่าวนี่...
  • เพราะช่างเร่งด่วนเสียเหลือเกิน...
  • แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้คนไทยตีกันเอง...จะกลายเป็นเข้มแข็งได้อย่างไรมิทราบ อิอิ

 

 

 

สวัสดีครับ  อ้อยควั้น_ชายแดนใต้

 

สาระของโครงการไทยเข้มแข็งน่าสนใจดี แต่การเร่งรัดการทำงานในพื้นที่มากเกินพอดี ทำให้ผู้ปฎิบัติงานกดดันแล้วมีความผิดพลาดค่อนข้างมาก ถ้าทำงานตามกรอบเวลาคงดีกว่านี้ครับ

ช่วงนี้คะแนนจากการประเมินตัวชี้วัดออกมาแล้ว
ก็ยังนั่ง งงๆ กันว่า คะแนนที่ได้ มันมายังไง?

สบายดีนะครับ :)

เอ้อ อยากรู้จังว่าคนเป็นนายเขาใช้ตัวชี้วัดตัวไหนมาเพิ่มโบนัสให้ตัวเองจากห้าแสนเป็นล้านนึง

แถมขึ้นโบนัสให้ลูกสมุนใกล้ชิดไม่กี่คนจาก หมื่นกว่า เป็น ห้าแสน

ส่วนคนระดับปฎิบัติงานอีก สามสี่ร้อยคนได้สองพันกว่าเท่าเดิม

โหยโบนัสเพิ่มเป็นเท่าตัวแบบกินถึงชาติหน้าได้แบบนี้ใช้สูตรไหนคิดเนี่ย

สวัสดีครับ อ.อ็อดnaree suwan

โอ้โฮ โบนัสเยอะขนาดนั้น มิน่าเล่า คนอยากเป็นนายกันตัวสั่น

เพื่อนผมที่อยู่ต่างหน่วยงานก็ได้โบนัสปีละหลายหมื่น (ทั้งที่ตำแหน่งเตี้ยกว่า..ฮา) เพราะสามารถชงเองกินเองได้ ถ้ามีเงินเหลือพอที่จะจ่าย

แต่ผมก็ยังได้สองพันกว่าเท่าเดิม (เอ้า..ฮา)

  • สวัสดีครับท่านพิทักษ์
  • เห็นด้วยครับ
  • ตั้งใจมาแวะเยี่ยม
  • ขอให้มีความสุขกับงานนะครับ
  • ขอบคุณครับ

สวัสดีครับหัวหน้าเขียวมรกต

รวบรวมรายงานตามตัวชี้วัดเสร็จแล้วรึยังครับ
..
หลังจากคะแนนตัวชี้วัดออก คนรอบข้างผมกลายเป็นไก่หงอยไปหลายคน แถมบ่นกะปอดกะแปดว่าไม่ได้ดั่งใจฯ..

 

อยู่ที่ความมีสำนึกรับผิดชอบของคนมากกว่า หากเข้าใจการนำ KPI มาใช้


พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี