นั่งดูรายการเจาะประเด็นปัญหาการสอบ O-NET ของน้องๆนักเรียนปีนี้บวกกับการต้องตอบคำถามและฟังคำระบายของน้องนักเรียนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้แทบทุกวันหลังเสร็จสิ้นการสอบ กับ คำปลอบใจของผมแก่น้องๆที่บอกได้เลยว่าคนอื่นก็เหมือนเรา...อดทนและมอบหมายทุกอย่างที่ผ่านมากับพระเจ้า รอลุ้นกับคะแนนที่จะออกมา


     อดไม่ได้ครับกับการแสดงความคิดเห็นในประเด็นข้อสอบปีนี้ในฐานะผู้ติดตามการออกข้อสอบของทาง สทศ. และการพยายามดักทางข้อสอบให้แก่น้องๆในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เวลาเรียนหลายโรงเรียนมีน้อยกว่าพื้นที่อื่นๆด้วยปัจจัยรอบด้าน ตลอดจนการถ่ายทอดวิชาการที่บางครั้งดูแล้วยังลักลั่นในข้อมูลในบางวิชา

   

     การเปลี่ยนข้อสอบเพื่อให้เด็กคิดวิเคราะห์เป็นสิ่งที่ดี แต่ การปรับเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไปน่าจะดีกว่ากับการออกข้อสอบมาปีนี้บอกได้เลยน้องๆหงายหลังครับแทบทุกคน จะพอทนไหวก็มีอยู่บ้างที่วิชาภาษาไทยที่คนออกข้อสอบออกมาต้องการวัดความรู้และคิดวิเคราะห์ของเด็กจริงๆ ส่วนวิชาอื่นๆปรับเปลี่ยนแนวเร็วเกินไปกับหลัสูตรในหลายโรงเรียนที่แทบจะยังไปคนละทิศละทางกับการออกข้อสอบของ สทศ.  ยิ่งสามจังหวัดฯคงไม่ต้องพูดถึงในหลายๆวิชาที่เด็กเจอข้อสอบปีนี้ว่าเด็กจะทำได้หรือป่าว เพราะบอกได้เลยครับว่าเด็กต้องเดาอย่างเดียว เช่น ข้อสอบถามเรื่องบัลเลย์  ข้อสอบถามเรื่องดนตรีการขับร้อง  หรือแม้กระทั่งข้อสอบที่เกี่ยวกับการเดาใจในการเลือกฮันนีมูลของคู่รักชาวฝรั่ง ผมมองว่าเรื่องราวเหล่านี้มันไกลเกินไปกับตัวเด็ก ยิ่งเป็นเด็กในพื้นที่บอกเลยครับนับโรงเรียนได้ว่าเรียนเรื่องบัลเลย์กี่โรงเรียน ถ้าพูดถึงโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาด้วยแล้วมองว่าร้อยเปอร์เซ็นต์คงไม่มีโรงเรียนไหนสอน 

        เหตุผลของการออกข้อสอบหากบอกว่าเพียงเพื่อการคิดวิเคราะห์ และป้องกันการเดาของนักเรียน อันนี้ฟังแล้วเป็นเหตุผลที่ดีครับ แต่...การออกข้อสอบมาในลักษณะหลายๆข้อที่น้องๆจำมามันบอกได้เลยว่าต้องเดาอย่างเดียว  จริงอยู่ที่ สทศ. บอกว่าจะปรับเปลี่ยนแนวแต่การปรับเปลี่ยนก็น่าจะบอกให้ชัดเจนมากกว่านี้อย่างน้อยๆก็ให้น้องๆได้เห็นแนวข้อสอบหรือตัวอย่างในการออกข้อสอบที่ควรจะเป็นเพื่อการทำความเข้าใจ สุดท้ายการเปิดเผยการออกข้อสอบในตัวอย่างก็ออกมาให้เห็นในเว็บ สทศ. แต่ไปๆมาๆก็มีเพียงไม่กี่วิชา เห็นที่จะมีก็เพียงภาษาอังกฤษ และสังคม

          โทรศัพท์หลั่งไหลเข้ามาในคู่สายของผม พยายามสงบสติปลอบใจไปทีละรายไป เพราะน้องๆแต่ละคนดูเสมือนหมดหวังกับความตั้งใจที่มี การเปิดพื้นที่ของนักเรียนในพื้นที่สามจังหวัดแห่งนี้ผมว่าหน่วยงานที่ทำอย่างจริงๆจังกับการผลักดันทางการศึกษาให้แก่น้องๆมีน้อยมากครับที่ตอบโจทย์การศึกษาในพื้นที่ได้

            ผมมองว่าหากเราแก้ไขปัญหาการศึกษาที่ค่อยๆปรับเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป มันน่าจะดีกว่าการบอกว่าปรับเปลี่ยนแล้วมันเปลี่ยนไปเลยแบบไม่ค่อยจะควรเป็น สุดท้ายการออกข้อสอบวัดเด็กเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย มันจะเป็นการวัดเด็กจริงๆหรือป่าว  การใช้หลักสูตรแกนกลางในการเรียนกับการออกข้อสอบจะสวนทางกันหรือไม่  กำลังใจของน้อง พอแม่ผู้ปกครองจะมองไปทิศทางใด ผมว่าบางครั้งเรื่องของความรู้สึกก็สำคัญนะครับ หากเราคิดจะพัฒนากันอย่างจริงจัง

 


ยิ่งอ่านข้อมูลนี้ของ ดร.วรภัทร  ภู่เจริญ  ผมว่ายิ่งน่าคิดครับและคงจะมีใครหลายคนมองและคิดเห็นเหมือนท่าน http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A8916528/A8916528.html#33 "ทำไมคุณทำให้เด็กอย่างหนูร้องไห้ได้..."

      ขอให้กำลังใจกับทุกฝ่ายที่ต้องการขับเคลื่อนการศึกษาอย่างจริงจัง  แต่ก็อยากให้ทบทวนกระบวนการที่ผ่านมา  สิ่งที่ผ่านมาเก็บเป็นบทเรียน

         บอกได้คำเดียวข้อสอบปีนี้มีอะไรให้น่าคิดอีกมากครับกับน้องๆที่สอบ O-NET ปีนี้เอาเป็นว่าขอให้กำลังใจน้องๆทุกคนด้วยแล้วกันครับ รอลุ้นกับผลที่ออกมาครับ...

          ด้วยความหวังและดุอาอฺ (การขอพรจากพระเจ้า) สู้ๆครับ