เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549 มีโอกาสได้ไปจุดเทียนถวายพระพรเนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ณ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา และได้ชมมหรสพที่จัดแสดงมีทั้งหนังกลางแปลง โขนของวิทยาลัยนาฏศิลป์นครราชสีมา ลิเก งิ้ว และเพลงโคราช
ดิฉันเริ่มชื่นชมแสดงโขนของวิทยาลัยนาฏศิลป์นครราชสีมาก่อน ได้เห็นความสามารถของผู้แสดงที่แสดงได้ประทับใจผู้ชม ยังรู้สึกเสียดายว่าการแสดงสั้นไป เมื่อการแสดงจบก็เดินเรื่องมาถึงโรงมหรสพ "งิ้ว" ภาคภาษาไทย ซึ่งมีผู้ชมมากพอ ๆ กับการแสดงโขน และที่น่าแปลกผู้ชมส่วนใหญ่เป็นคนไทยแท้ ไม่มีเชื้อสายจีน ดิฉันได้สอบถามผู้ชม "ชอบดูงิ้วหรือคะ" ผู้ชมหลายคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "แปลกดี ฟังแล้วเข้าใจ เพราะเป็นภาคภาษาไทย" หลังจากที่ชมงิ้วได้สักพักหนึ่ง ดิฉันก็เดินเรื่อย ๆ มาจนถึงโรงลิเก ซึ่งมีผู้ชมมากกว่าโรงมหรสพอื่น ๆ เพราะการแสดงในแต่ละฉากรวดเร็วทันใจผู้ชม และที่สำคัญตัวแสดงแต่ละตัววัยรุ่นทั้งนั้น แสง เสียง ดนตรีเร้าใจ หากดิฉันมีอุปกรณ์สำหรับนั่งชมมาด้วยก็จะชมได้หลายฉากเช่นเดียวกับผู้ชมคนอื่น ๆ เมื่อเมื่อยดิฉันก็เดินเปลี่ยนบรรยากาศมาที่โรงมหรสพ "เพลงโคราช" แปลกใจและเศร้าใจมากที่มีผู้ชมไม่เกิน 10 คน เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนี้ทั้ง ๆ ที่เพลงโคราชเป็นศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของโคราชบ้านเรา
ขณะเดินทางกลับบ้านก็คิดมาตลอดทางว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้
ตำนานเพลงโคราช
หมอเพลงโคราชเล่าให้ฟังว่า ชาวโคราชได้เพลงโคราชมาจากอินเดีย โดยพระยาเข็มเพชรเป็นผุ้นำมาพร้อม ๆ กับลิเก และลำตัด โดยให้ลิเกอยู่กรุงเทพฯ ลำตัดอยู่ภาคกลาง และเพลงโคราชอยู่ที่นครราชสีมา เพลงโคราชระยะแรก ๆ เป็นแบบเพลงก้อม คนที่เรียนรู้เพลงโคราชจากพระยาเข็มเพชร ชื่อตาจัน บ้านสก อยู่ "ซุมบ้านสก" ติดสถานีชุมทางถนนจิระ
อยากรู้เนื่อร้องว่าร้องยังไงเพราะต้องการทำรายงาน
หนู pop
ขออภัยที่ตอบช้า จากการศึกษาเอกสารของดี โคราช ของศูนย์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา ได้ความว่า
รูปแบบของกลอนเพลงโคราช มีแบบที่ยืดหยุ่นได้บ้างตามลักษณะของเพลงพื้นบ้าน แต่มีกำหนดจังหวะสัมผัสสระและคำแน่นอนรัดกุม บางครั้งจะได้ยินข้อความสั้น บางครั้งก็ยา ทั้งนี้เพราะกลอนเพลงมีหลายรูปแบบ เช่น เพลงคู่สอง เพลงคู่สี่ เพลงคู่หก เพลงคู่แหด และเพลงคู่สิบสอง หมอเพลงรุ่นเก่ามักเล่นคู่หก เพราะกำลังเหมาะในด้านจังหวะและเนื้อความ ถ้าเล่นเพลงยาว ๆ เช่น เพลงคู่สิบสอง มักเล่นคำ เล่นสัมผัสทำให้ใจความไม่เด่น
เพลงก้อม หรือเพลงคู่สองเป็นเพลงสั้น ๆ ต่อมามีผู้ดัดแปลง เพิ่มถ้อยคำ เพิ่มจังหวะให้ยาวขึ้นเป็นเพลงคู่สี่ แต่ยังคงเรียกว่าเพลงก้อมอยู่ ต่อมาได้พัฒนาเป็นเพลงเข้าจังหวะรำเรียงเพลงคู่หก โดยเพิ่มจำนวนคำ จำนวนวรรค จากเพลงคู่สี่ แล้วจึงพัมนาเป็นเพลงคู่หกคู่แปด และคู่สิบ (หรือคู่สิบสอง) เพลงคู่หก คู่แปด จะมีหกหรือแปดจังหวะในแต่ละบท ส่วนเพลงคู่จะมีถึงสิบจังหวะ ดังนั้น จึงกระชั้นถี่ต้องใช้คำเป็นจำนวนมาก เพลงคู่สิบจึงใช้รำไม่ได้และหมอเพลงไม่นิยมใช้เพราะต้องคิดหาคำมาใช้จำนวนมาก
รูปแบบของเพลงโคราชมีหมอเพลงตั้งชื่อแตกต่างกันไป ไม่เรียกชื่อว่าเพลงคู่แต่เรียกชื่อ เช่นของพ่อน้อย วงศ์คง บอกว่าเพลงโคราชมี 4 ชื่อคือ
1. ลิ้นทะเล 2. ระลอกคลื่นกระทบฝัง
3. ราชสีห์ชักรถ 4. พยัคฆ์ข้ามห้วย
ลีลาของกลอนก็เป็นไปตามลักษณะชื่อ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต่างคนต่างคิดประดิษฐ์ขึ้น ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นวิวัฒนาการของเพลงโคราชในด้านรุปแบบ
ประเภทของเพลงโคราช
การแบ่งประเภทของเพลงโคราชนั้น แบ่งได้หลายวิธี พอแยกกล่าวได้ ดังนี้
1. แบ่งตามโอกาสที่จะเล่น จะได้ 2 ประเภท
1.1 เพลงอาชีพ ได้แก่เพลงโคราชที่เล่นเป็นอาชีพ มีการว่าจ้างเป็นเงินตามราคาที่กำหนด เพลงประเภทนี้จะเล่นในงานฉลองหรือสมโภชต่าง ๆ เช่นงานศพ บวชนาค ทอดกฐิน งานประจำปี หรือเล่นแก้บน ผู้ประกอบอาชีพเพลงโคราชนี้เรียกว่า "หมอเพลง" การเล่นจะเล่นเป็นแบบพิธีการ มีเวที การแต่งกายตามแบบของหมอเพลงและมีการยกครู เป็นต้น
1.2 เพลงชาวบ้าน เพลงประเภทนี้เป็นเพลงของชาวบ้านที่ร้องเล่นกันในยามว่างงานเพื่อความสนุกสนาน เช่นในงานลงแขก ไถนา หรือเกี่ยวข้าว หรือพบปะพูดคุยกันในวงสุรา ชาวบ้านที่ว่าเพลงได้จะว่าเพลงโต้ตอบกันเพื่อความสนุกสนาน ไม่มีพิธีรีตอง ไม่ต้องสร้างเวทีหรือ "โรงเพลง" และไม่มีการแต่งกายแบบหมอเพลงอาชีพ
2. แบ่งตามวิวัฒนาการของเพลงโคราช ตั้งแต่ยุคแรกมาจนถึงยุคปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่เพลงสั้น ๆ มาจนถึงเพลงยาว ๆ ที่ใช้เล่นกันในปัจจุบันนี้แบ่งได้เป็น 5 ประเภท คือ
2.1 เพลงขัดอัน เป็นเพลงสั้น ๆ มีสัมผัสอยู่แห่งเดียว คือระหว่างวรรคที่ 1 กับวรรคที่ 2 เท่านั้น ส่วนวรรคที่ 3 และ 4 ไม่มีสัมผัส (สัมผัสที่ใช้เป็นสัมผัสสระ) เฃ่น
2.1.1 เอ้อเอ่อ...สะรุสะระ อีแม่กะทะขั่ว
เมิ้ดบุญผัวแล้ว เหมือนไข่ไก่ร่างรัง
2.1.2 เอ้อเอ่อ...สะรุสะระ อีแม่กะทะขั่วหมี่
รุ้ว่ากินไม่เมิ้ด มึงจิขั่วมากทำไม
(ในข้อ 2.1.2 นี้จะเห็นได้ว่ามีการเล่นอักษรเพิ่มเข้ามาแต่ยังไม่บังคับ ลักษณะนี้จะกลายเป็นสัมผัสบังคับในสมัยหลัง)
หนู pop ฟังต่อนะคะ
2.2 เพลงก้อม เป็นเพลงสั้น ๆ เช่นเดียวกับเพลงขัดอัน แต่เพิ่มสัมผัสในระหว่างวรรคที่ 3 และ 4 ซึ่งไม่มีในเพลงขัดอัน เช่น
ทำกะต้องกะแต้ง อยู่เหมือนกะแต๋งคอกะติก
ขอให่พี่ซักหน่วย จะเอาไปฝากถ่วยน่ามพริก
2.3 เพลงหลัก เป็นเพลงที่เพิ่มจำนวนวรรคจาก 4 วรรคเป็นเพลง 2 ประเภทต้นมาเป็น 6 วรรค เพลงประเภทนี้จะเห็นว่าการเริ่มใช้สัมผัสประเภทอักษรเด่นชัดขึ้น เช่น
อันคนเราทุกวัน เปรียบกันกะโคม
พอคนโห่ควันโหม ก็ลอยบนเวหา
พอเมิ้ดควันโคมคืน ก็ต๊กลงพื้นสุธา.. ใหญ่
เกษาว่าผม แก่แล้วปานผี
เมื่อผมดำงามดี ก็กลับมาหายดำ
ไม่เป็นผลดีดอกผม จะไม่นิยมมัน ทำ...ไม
2.4 เพลงสมัยปัจจุบัน คือเพลงที่ใช้ร้องเล่นกันในปัจจุบัน มีขนาดยาวกว่าสมัยก่อน ๆ แต่ถ้าร้องจะร้องช้า บางทีจังหวะไม่สม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับผู้ร้อง ร้องช้าหรือไว ไม่สม่ำเสมอเช่น
โอ้โอ่....ประเทศของไทยเราถึงคราวแคบ มันต้องมีคนแอบดอกนาพี่เอย....คนแฝงเพลงโคราชสมัยเจริญจ้างเป็นเงินมาก็แพง เองจะว่ากันยังไง จะถูกใจคนฟังขอให้หนุ่มนำหน้าพอ เหนื่อยมาจะนำนอน ถ้าเข่าใจครรไลจร ให้ชี่นิ่วนำทาง ชี้นิ่วนำนางเดินยังนำหน่า อุปมาเหมือนยังพระ...เดินนำเณร (ตบมือ)
สมัยวิวัฒน์พัฒนา เขาก้าวหน่ามิใช่น่อย
มาฉันจะเดินซ่อนรอย ขอแต่ให้พี่ชายนำ
ถ้ายังไม่จรจะนำไปถึงจู๊ด ฉันคงไม่หยุดพยายาม
จะนำน้องเข่าไปเขาใหญ่ หรือดงพญา..เย็น
หนู pop
ถ้าต้องการศึกษารายละเอียดมากกว่านี้ให้ศึกษาจาก "ของดีเมืองโคราช เล่ม 4 สาขาการกีฬาและนันทนาการ" ของศูนย์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์วิไล
ดิฉันเคยไปแก้บนเพลงโคราชถึง 2 วง
ที่ลานย่าโม เพลงโคราชเป็นเพลงที่ฟังแล้วไพเราะมาก และเป็นเอกลักษณ์ของเมืองโคราชอีกด้วย ขอบคุณค่ะที่ให้ข้อมูล อ่นแล้วเข้าใจดีขึ้นเยอะเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะครูตุ้ม
ยินดีที่ครูต้มสนใจในเพลงโคราช ครูตุ้มรู้ไหมว่ามีโรงเรียนที่ให้ความสนใจในเพลงโคราชและนักเรียนสามารถร้องเพลงโคราชได้ แถมมีรายได้ระหว่างเรียนด้วย
โรงเรียนบึงพญาปราบ ของ สพท.นม.1 ไงคะ
โอกาสเหมาะ ๆ จะนำรายละเอียดมาเล่าให้ฟัง
สวัสดีครับ อ.วิไล
ขอบคุณที่กรุณาเข้าไปอ่านบล็อกของผม ผมก็เลยมาเยี่ยมบล็อกของอาจารย์ ได้อ่านข้อเขียนที่ดีมีสาระของอาจารย์ ได้ความรู้ดีมากๆเลยครับ
จะติดตามมาอ่านบล็อกของอาจารย์บ่อยๆ สวัสดีครับ
ขอบคุณ "หนุ่มร้อยปี" ที่เข้ามาเยี่ยมเยียน blog วัฒนธรรมโคราช
สวัสดีค่ะอาจารย์วิไล เคยไปเยี่ยมญาติที่โคราช มีลูกหลานเรียนที สุขานารีอยู่ชั้น ป.1 ดิฉันให้ลองอ่านหนังภาษาไทย เรื่องรถไฟ เด็กนักเรียนที่นั่น จะอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่นดีมากค่ะ เขาอ่านได้ถูกต้อง แต่การออกเสียงสำเนียงเป็นภาษาโคราช ดีมากคะ วัฒนธรรมภาษาเข้มแข็งมากค่ะ ดิฉันชอบฟัง ถ้าจอมพระ อ่านเป็นภาษาท้องถิ่น(ส่วย, กูย)
คงจะแปลกดีนะคะ ยกตัวอย่างเช่น ตามารถไฟ อ่านเป็นภาษากูย นุพืด เจารถไพ
ฉันไปเลี้ยงควาย ( ไฮ จี เตรียะ) พูดแล้วจะลองทำดู แล้วจะมาเล่าให้ฟังใหมนะคะ อ้อขออภัยที่ไม่ได้เข้ามาอ่าน เพราะว่า มัวไปอบรม โรงเรียนวิถีพุทธตั้งสิบวันค่ะ
สวัสดีค่ะครูตุ้ม
ขออภัยที่ไม่ได้เข้ามาตอบสักที เพราะว่าติดอบรมอะไรหลายอย่าง ดีใจที่ครูตุ้มแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนอีก อยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องของครูตุ้มบ้างแต่ทำอย่างไรจะได้อ่านคะ
ดิฉันมีน้องชายสอนอยู่ราชภัฏสุรินทร์คนหนึ่งกลับมาบ้านก็จะสอนภาษาท้องถิ่นเหมือนกันแต่ยากค่ะ หัดเท่าไรก็ไม่ได้เรื่องเลย ช่วงนี้งานมากไหนจะเรื่องการขับเคลื่อนการคิดสู่ห้องเรียน การจัดการความรู้ KM อีกมากมาย
ว่าแต่ว่าทำอย่างไรจะเข้าไปอ่าน Blog ของครูตุ้มได้หนอ
สวัสดีครับอาจารย์วิไล
ผมเป็นคนเชียงใหม่ เลยไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับเพลงโคราชเท่าไรครับ แต่ว่าผมมีพี่เขยเป็นคนโคราชนะครับ แกแต่งงานกับบพี่สาวผมมาประมาณ 10 ปีแล้ว ตอนนี้มาตั้งถิ่นฐานที่เชียงใหม่ ถ้าวันไหนพี่เขาไปเที่ยวบ้าน ผมก็จะหาโอกาสไปเที่ยวด้วยครับ อาจจะได้ฟังเพลงโคราชก็ได้ครับ เพราะยังไม่เคยฟังสักที แต่บ้านผมเขาจะมีการร้องเพลงชนิดหนึ่งนะครับ ชื่อว่า "ซอ" ครับ เป็นการขับทำนองของชาวเหนือครับ สักวันจะลองเอาทำร้องให้ฟังครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณ
เอส
จะยินดีมากหากคุณเอสจะเล่าถึงเพลง "ซอ"ให้พวกเราฟัง ดิฉันเคยไปได้รับรู้ เคยได้ฟัง/ ชม มาบ้าง
และจะยินดีมากหากคุณจะมาเยือนเมืองโคราช
เป็นเรื่องที่ดีครับที่มีกลุ่มหนึ่งที่ยังอนุรักษ์เพลงโคราชไว้ให้ลูกหลานเล่าต่อไปได้ชม ข้อมูลเพลงเกี่ยวกับเพลงโคราชเป็นสิ่งที่ดีมากขออนุญาตนำไปเผยแพร่ต่อด้วยนะครับจะได้เป็นปรโยชน์กับผู้ที่ต้องการอนุรักษ์
พี่ศน.หวาน ครับ ไม่แน่ใจว่า ผมจะจำพี่สาวได้หรือไม่ คิดว่าคงเคยเข้าร่วมประชุมศน.ด้วยกันในระดับชาติ โดยเฉพาะโครงการระบบดีโรงเรียนมีคุณภาพ หรือโครงการอื่นๆ ถึงอย่างไรก็ตาม ยินดีที่ได้รู้จักพี่สาวครับ ท้าวความก่อนนะครับพี่ศน.หวาน ผมคิดว่าเราก็อยู่ในวงการศึกษามานาน เป็นกำลังการขับเคลื่อนคุณภาพเสียด้วย แต่..ดูเหมือนคุณภาพทางการศึกษากลับด้อยลงๆ ทั้งๆที่พวกเราทำงานเหนื่อยกันแทบตาย จึงเกิดความรู้สึกท้อ..คิดจะเออรี่รีไทม์ หลายคนก็บอกว่า ลุงเกอยู่ก่อน ลุงต้องช่วบน้องๆช่วยครู ก็เกิดแรงฮึดขึ้นมา จึงช่วยกันคิดว่า "ทำไมผลการประเมินคุณภาพจึงตำ แสดงว่าคุณภาพการศึกษาเราตำใช่ไหม หลายคนก็พยายามบอกว่า ข้อสอบเน้นกระบวนการคิดเด็กของเราทำไม่ได้ เพราะไม่เคยทำมาก่อน (ไม่คุ้นเคย) และก็นั่นแหละหลายคนก้เสนอแนะว่า เปลี่ยนกระบวนการสอนของครูสิ ให้เน้นกระบวนการคิดมากๆ จึงกำหนดเส้นพัฒนาขึ้นมาว่าจะพัฒนาครูอย่างไร ก็เลยนำเอา เรื่องของ Back ward disign และ การขับเคลื่อนกระบวนการคิดสู่ห้องเรียนไปพัฒนาครู นั่นคือวิธีหนึ่ง แต่....ผมคิดมากไปกว่านั้น ผมมองย้อนกลับไปถึงรากเหง้าทางสังคมในท้องถิ่นของพวกเรา ระบอบศักดินาที่ฝังแน่นทั้งตั้งแต่ระบบครอบครัวสู่ระบบในวิถีชีวิตจริง มันเป็นอุปสรรคอย่างเหลือหลาย อย่างน้อยมันฝังอยู่ในวิธีคิดที่แก้ยากมาก ประกอบกับ ค่านิยมสมัยใหม่ได้เข้ามาทำลายสังคมไทยแทบจะเรียกได้ว่า สูญเสียโดยสิ้นเชิง ตัวอย่างที่พี่หวานเล่ามา เยาวชน ประชาชน ไม่สนใจเพลงโคราช ซึ่งเป็นศิลปะของท้องถิ่นที่ควรอนุรักษ์และสืบสาน ที่บ้านผมก็เกิดครับ เด็ก เยาวชน ประชาชน ไม่สนในจ้าดไต ซึ่งเป็นศิลปะพื้นบ้านที่มีคุณค่า ทุกอย่างมันเกิดจากวิธีคิดทั้งนั้น เราไม่ได้สอนให้เด็กคิดเป็น คิดถูก คิดดี มาตั้งแต่ต้น เด็กจึงคิดไม่เป็น คิดไม่ถูก และคิดไปในทางที่ไม่ดี ไม่มีคุณค่า ยากมากครับที่จะแก้ปัญหาดังกล่าว ผมพยายามมาหลายปีแล้ว ยังไม่ประสบความสำเร็จเลย เราไม่สามารถทำให้เด็กสนใจเรื่องศิลปะ วัฒนธรรมท้องถิ่นได้ นอกจากเมื่อถึงเวลาที่ต้องทำรายงานส่งครูเท่านั้น ที่พวกเขาจะมาแสวงหา มันไม่ได้เกิดจากความตระหนัก คำตอบทั้งหลายทั้งมวล ครูต้องปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน เรามาช่วยพัฒนาครูให้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนากระบวนการคิดให้เด็ก มากกว่าเน้นความรู้ ทางเดียวเท่านั้นที่พอจะมีความหวังอยู่บ้าง ขอบคุณครับพี่หวาน ลุงเก
สวัสดีค่ะอาจารย์วิไล ดิฉันอยู่กรุงเทพได้มีโอกาสฟังเพลงโคราชแล้วรู้สึกชอบมากฟังแล้วมีสำเนียงเฉพาะตัวดิฉันอยากทราบว่าสามารถหาเรียนร้องเพลงโคราชได้จากที่ไหนได้บ้างคะนอกจากที่จังหวัดนครราชสีมา ขอบคุณมากค่ะ
น้องหนูหมู
คงมีเฉพาะที่โคราชเท่านั้นค่ะ ดีใจที่น้องสนใจ มีเวลามาฝึกร้องที่โคราชซิคะ นักเรียนประถมบางโรงเรียนน้องได้เก่งไม่แพ้ผู้ใหญ่
ยินดีต้อนรับ หากจะมาฝึกที่โคราชบ้างเอง
อาจารย์พอจะทราบมั้ยครับ ว่าทุกวันนี้มีใครที่ยังสืบทอด และจัดการแสดงที่ไหน
เผื่อผมไปทำรายการมาออกอากาศ