GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ศิลปวัฒนธรรมโคราช

              เมื่อวันที่  9   มิถุนายน  2549   มีโอกาสได้ไปจุดเทียนถวายพระพรเนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองสิริราชสมบัติครบ  60 ปี  ณ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา  และได้ชมมหรสพที่จัดแสดงมีทั้งหนังกลางแปลง  โขนของวิทยาลัยนาฏศิลป์นครราชสีมา  ลิเก  งิ้ว  และเพลงโคราช           ดิฉันเริ่มชื่นชมแสดงโขนของวิทยาลัยนาฏศิลป์นครราชสีมาก่อน     ได้เห็นความสามารถของผู้แสดงที่แสดงได้ประทับใจผู้ชม     ยังรู้สึกเสียดายว่าการแสดงสั้นไป   เมื่อการแสดงจบก็เดินเรื่องมาถึงโรงมหรสพ "งิ้ว"  ภาคภาษาไทย  ซึ่งมีผู้ชมมากพอ ๆ กับการแสดงโขน    และที่น่าแปลกผู้ชมส่วนใหญ่เป็นคนไทยแท้  ไม่มีเชื้อสายจีน   ดิฉันได้สอบถามผู้ชม "ชอบดูงิ้วหรือคะ"    ผู้ชมหลายคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า  "แปลกดี  ฟังแล้วเข้าใจ  เพราะเป็นภาคภาษาไทย"       หลังจากที่ชมงิ้วได้สักพักหนึ่ง  ดิฉันก็เดินเรื่อย ๆ มาจนถึงโรงลิเก   ซึ่งมีผู้ชมมากกว่าโรงมหรสพอื่น ๆ     เพราะการแสดงในแต่ละฉากรวดเร็วทันใจผู้ชม  และที่สำคัญตัวแสดงแต่ละตัววัยรุ่นทั้งนั้น แสง เสียง ดนตรีเร้าใจ  หากดิฉันมีอุปกรณ์สำหรับนั่งชมมาด้วยก็จะชมได้หลายฉากเช่นเดียวกับผู้ชมคนอื่น ๆ  เมื่อเมื่อยดิฉันก็เดินเปลี่ยนบรรยากาศมาที่โรงมหรสพ "เพลงโคราช"  แปลกใจและเศร้าใจมากที่มีผู้ชมไม่เกิน 10 คน  เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนี้ทั้ง ๆ ที่เพลงโคราชเป็นศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของโคราชบ้านเรา

        ขณะเดินทางกลับบ้านก็คิดมาตลอดทางว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): เพลงโคราชบ้านเรา
หมายเลขบันทึก: 33800
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 28
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (28)

ตำนานเพลงโคราช

     หมอเพลงโคราชเล่าให้ฟังว่า ชาวโคราชได้เพลงโคราชมาจากอินเดีย  โดยพระยาเข็มเพชรเป็นผุ้นำมาพร้อม ๆ กับลิเก  และลำตัด  โดยให้ลิเกอยู่กรุงเทพฯ  ลำตัดอยู่ภาคกลาง  และเพลงโคราชอยู่ที่นครราชสีมา  เพลงโคราชระยะแรก ๆ เป็นแบบเพลงก้อม  คนที่เรียนรู้เพลงโคราชจากพระยาเข็มเพชร  ชื่อตาจัน  บ้านสก  อยู่ "ซุมบ้านสก"  ติดสถานีชุมทางถนนจิระ

 

อยากรู้เนื่อร้องว่าร้องยังไงเพราะต้องการทำรายงาน

หนู pop

      ขออภัยที่ตอบช้า  จากการศึกษาเอกสารของดี โคราช ของศูนย์วัฒนธรรม  มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา  ได้ความว่า

      รูปแบบของกลอนเพลงโคราช  มีแบบที่ยืดหยุ่นได้บ้างตามลักษณะของเพลงพื้นบ้าน  แต่มีกำหนดจังหวะสัมผัสสระและคำแน่นอนรัดกุม  บางครั้งจะได้ยินข้อความสั้น  บางครั้งก็ยา  ทั้งนี้เพราะกลอนเพลงมีหลายรูปแบบ  เช่น เพลงคู่สอง  เพลงคู่สี่  เพลงคู่หก  เพลงคู่แหด  และเพลงคู่สิบสอง  หมอเพลงรุ่นเก่ามักเล่นคู่หก  เพราะกำลังเหมาะในด้านจังหวะและเนื้อความ  ถ้าเล่นเพลงยาว ๆ เช่น  เพลงคู่สิบสอง  มักเล่นคำ  เล่นสัมผัสทำให้ใจความไม่เด่น

      เพลงก้อม  หรือเพลงคู่สองเป็นเพลงสั้น ๆ  ต่อมามีผู้ดัดแปลง  เพิ่มถ้อยคำ  เพิ่มจังหวะให้ยาวขึ้นเป็นเพลงคู่สี่  แต่ยังคงเรียกว่าเพลงก้อมอยู่  ต่อมาได้พัฒนาเป็นเพลงเข้าจังหวะรำเรียงเพลงคู่หก  โดยเพิ่มจำนวนคำ  จำนวนวรรค  จากเพลงคู่สี่  แล้วจึงพัมนาเป็นเพลงคู่หกคู่แปด  และคู่สิบ (หรือคู่สิบสอง)  เพลงคู่หก คู่แปด  จะมีหกหรือแปดจังหวะในแต่ละบท  ส่วนเพลงคู่จะมีถึงสิบจังหวะ  ดังนั้น จึงกระชั้นถี่ต้องใช้คำเป็นจำนวนมาก  เพลงคู่สิบจึงใช้รำไม่ได้และหมอเพลงไม่นิยมใช้เพราะต้องคิดหาคำมาใช้จำนวนมาก

     รูปแบบของเพลงโคราชมีหมอเพลงตั้งชื่อแตกต่างกันไป  ไม่เรียกชื่อว่าเพลงคู่แต่เรียกชื่อ  เช่นของพ่อน้อย  วงศ์คง  บอกว่าเพลงโคราชมี  4  ชื่อคือ

    1. ลิ้นทะเล   2. ระลอกคลื่นกระทบฝัง

    3. ราชสีห์ชักรถ   4. พยัคฆ์ข้ามห้วย

    ลีลาของกลอนก็เป็นไปตามลักษณะชื่อ  แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต่างคนต่างคิดประดิษฐ์ขึ้น  ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

    ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นวิวัฒนาการของเพลงโคราชในด้านรุปแบบ

   

     

ประเภทของเพลงโคราช

     การแบ่งประเภทของเพลงโคราชนั้น  แบ่งได้หลายวิธี  พอแยกกล่าวได้  ดังนี้

    1. แบ่งตามโอกาสที่จะเล่น  จะได้  2  ประเภท

        1.1 เพลงอาชีพ  ได้แก่เพลงโคราชที่เล่นเป็นอาชีพ  มีการว่าจ้างเป็นเงินตามราคาที่กำหนด  เพลงประเภทนี้จะเล่นในงานฉลองหรือสมโภชต่าง ๆ  เช่นงานศพ  บวชนาค  ทอดกฐิน  งานประจำปี  หรือเล่นแก้บน  ผู้ประกอบอาชีพเพลงโคราชนี้เรียกว่า "หมอเพลง"  การเล่นจะเล่นเป็นแบบพิธีการ  มีเวที  การแต่งกายตามแบบของหมอเพลงและมีการยกครู  เป็นต้น

         1.2 เพลงชาวบ้าน เพลงประเภทนี้เป็นเพลงของชาวบ้านที่ร้องเล่นกันในยามว่างงานเพื่อความสนุกสนาน  เช่นในงานลงแขก  ไถนา  หรือเกี่ยวข้าว  หรือพบปะพูดคุยกันในวงสุรา  ชาวบ้านที่ว่าเพลงได้จะว่าเพลงโต้ตอบกันเพื่อความสนุกสนาน  ไม่มีพิธีรีตอง  ไม่ต้องสร้างเวทีหรือ "โรงเพลง"  และไม่มีการแต่งกายแบบหมอเพลงอาชีพ

     2.  แบ่งตามวิวัฒนาการของเพลงโคราช  ตั้งแต่ยุคแรกมาจนถึงยุคปัจจุบัน  เริ่มตั้งแต่เพลงสั้น ๆ  มาจนถึงเพลงยาว ๆ  ที่ใช้เล่นกันในปัจจุบันนี้แบ่งได้เป็น  5  ประเภท คือ

         2.1 เพลงขัดอัน  เป็นเพลงสั้น ๆ มีสัมผัสอยู่แห่งเดียว  คือระหว่างวรรคที่ 1 กับวรรคที่ 2  เท่านั้น  ส่วนวรรคที่ 3 และ 4 ไม่มีสัมผัส  (สัมผัสที่ใช้เป็นสัมผัสสระ) เฃ่น

            2.1.1 เอ้อเอ่อ...สะรุสะระ    อีแม่กะทะขั่ว
                      เมิ้ดบุญผัวแล้ว         เหมือนไข่ไก่ร่างรัง
            2.1.2 เอ้อเอ่อ...สะรุสะระ    อีแม่กะทะขั่วหมี่
                      รุ้ว่ากินไม่เมิ้ด            มึงจิขั่วมากทำไม

(ในข้อ 2.1.2 นี้จะเห็นได้ว่ามีการเล่นอักษรเพิ่มเข้ามาแต่ยังไม่บังคับ  ลักษณะนี้จะกลายเป็นสัมผัสบังคับในสมัยหลัง)

 

หนู pop  ฟังต่อนะคะ

      2.2 เพลงก้อม  เป็นเพลงสั้น ๆ  เช่นเดียวกับเพลงขัดอัน  แต่เพิ่มสัมผัสในระหว่างวรรคที่ 3 และ 4  ซึ่งไม่มีในเพลงขัดอัน เช่น

       ทำกะต้องกะแต้ง     อยู่เหมือนกะแต๋งคอกะติก
       ขอให่พี่ซักหน่วย     จะเอาไปฝากถ่วยน่ามพริก

     2.3 เพลงหลัก  เป็นเพลงที่เพิ่มจำนวนวรรคจาก 4 วรรคเป็นเพลง 2  ประเภทต้นมาเป็น 6 วรรค  เพลงประเภทนี้จะเห็นว่าการเริ่มใช้สัมผัสประเภทอักษรเด่นชัดขึ้น เช่น

    อันคนเราทุกวัน         เปรียบกันกะโคม 
   พอคนโห่ควันโหม      ก็ลอยบนเวหา
   พอเมิ้ดควันโคมคืน    ก็ต๊กลงพื้นสุธา.. ใหญ่

         เกษาว่าผม           แก่แล้วปานผี
    เมื่อผมดำงามดี         ก็กลับมาหายดำ
    ไม่เป็นผลดีดอกผม   จะไม่นิยมมัน ทำ...ไม

    2.4 เพลงสมัยปัจจุบัน  คือเพลงที่ใช้ร้องเล่นกันในปัจจุบัน  มีขนาดยาวกว่าสมัยก่อน ๆ  แต่ถ้าร้องจะร้องช้า  บางทีจังหวะไม่สม่ำเสมอ  ขึ้นอยู่กับผู้ร้อง  ร้องช้าหรือไว  ไม่สม่ำเสมอเช่น

       โอ้โอ่....ประเทศของไทยเราถึงคราวแคบ  มันต้องมีคนแอบดอกนาพี่เอย....คนแฝงเพลงโคราชสมัยเจริญจ้างเป็นเงินมาก็แพง  เองจะว่ากันยังไง  จะถูกใจคนฟังขอให้หนุ่มนำหน้าพอ  เหนื่อยมาจะนำนอน  ถ้าเข่าใจครรไลจร   ให้ชี่นิ่วนำทาง  ชี้นิ่วนำนางเดินยังนำหน่า  อุปมาเหมือนยังพระ...เดินนำเณร (ตบมือ)
      สมัยวิวัฒน์พัฒนา             เขาก้าวหน่ามิใช่น่อย
     มาฉันจะเดินซ่อนรอย        ขอแต่ให้พี่ชายนำ
     ถ้ายังไม่จรจะนำไปถึงจู๊ด  ฉันคงไม่หยุดพยายาม
     จะนำน้องเข่าไปเขาใหญ่  หรือดงพญา..เย็น

 

 

      

     

 

      

หนู pop

       ถ้าต้องการศึกษารายละเอียดมากกว่านี้ให้ศึกษาจาก "ของดีเมืองโคราช เล่ม 4 สาขาการกีฬาและนันทนาการ"  ของศูนย์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา   นะคะ

      

   สวัสดีค่ะอาจารย์วิไล      

                ดิฉันเคยไปแก้บนเพลงโคราชถึง   2  วง

ที่ลานย่าโม   เพลงโคราชเป็นเพลงที่ฟังแล้วไพเราะมาก     และเป็นเอกลักษณ์ของเมืองโคราชอีกด้วย    ขอบคุณค่ะที่ให้ข้อมูล  อ่นแล้วเข้าใจดีขึ้นเยอะเลยค่ะ

                            ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะครูตุ้ม

     ยินดีที่ครูต้มสนใจในเพลงโคราช  ครูตุ้มรู้ไหมว่ามีโรงเรียนที่ให้ความสนใจในเพลงโคราชและนักเรียนสามารถร้องเพลงโคราชได้  แถมมีรายได้ระหว่างเรียนด้วย

     โรงเรียนบึงพญาปราบ ของ สพท.นม.1  ไงคะ 

      โอกาสเหมาะ ๆ  จะนำรายละเอียดมาเล่าให้ฟัง

สวัสดีครับ อ.วิไล

ขอบคุณที่กรุณาเข้าไปอ่านบล็อกของผม ผมก็เลยมาเยี่ยมบล็อกของอาจารย์ ได้อ่านข้อเขียนที่ดีมีสาระของอาจารย์ ได้ความรู้ดีมากๆเลยครับ

จะติดตามมาอ่านบล็อกของอาจารย์บ่อยๆ สวัสดีครับ

ขอบคุณ "หนุ่มร้อยปี" ที่เข้ามาเยี่ยมเยียน blog  วัฒนธรรมโคราช

  • ตามมาขอบคุณ ศน ครับผม
  • คงมีโอกาสได้พบ ศน นะครับ
  • ขอบคุณครับ

        สวัสดีค่ะอาจารย์วิไล    เคยไปเยี่ยมญาติที่โคราช   มีลูกหลานเรียนที   สุขานารีอยู่ชั้น  ป.1  ดิฉันให้ลองอ่านหนังภาษาไทย   เรื่องรถไฟ   เด็กนักเรียนที่นั่น  จะอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่นดีมากค่ะ   เขาอ่านได้ถูกต้อง  แต่การออกเสียงสำเนียงเป็นภาษาโคราช  ดีมากคะ    วัฒนธรรมภาษาเข้มแข็งมากค่ะ  ดิฉันชอบฟัง     ถ้าจอมพระ  อ่านเป็นภาษาท้องถิ่น(ส่วย, กูย) 

คงจะแปลกดีนะคะ  ยกตัวอย่างเช่น   ตามารถไฟ       อ่านเป็นภาษากูย    นุพืด  เจารถไพ

   ฉันไปเลี้ยงควาย   ( ไฮ จี เตรียะ)   พูดแล้วจะลองทำดู   แล้วจะมาเล่าให้ฟังใหมนะคะ   อ้อขออภัยที่ไม่ได้เข้ามาอ่าน  เพราะว่า  มัวไปอบรม   โรงเรียนวิถีพุทธตั้งสิบวันค่ะ

สวัสดีค่ะครูตุ้ม

       ขออภัยที่ไม่ได้เข้ามาตอบสักที  เพราะว่าติดอบรมอะไรหลายอย่าง  ดีใจที่ครูตุ้มแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนอีก  อยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องของครูตุ้มบ้างแต่ทำอย่างไรจะได้อ่านคะ

        ดิฉันมีน้องชายสอนอยู่ราชภัฏสุรินทร์คนหนึ่งกลับมาบ้านก็จะสอนภาษาท้องถิ่นเหมือนกันแต่ยากค่ะ  หัดเท่าไรก็ไม่ได้เรื่องเลย   ช่วงนี้งานมากไหนจะเรื่องการขับเคลื่อนการคิดสู่ห้องเรียน  การจัดการความรู้  KM  อีกมากมาย

        ว่าแต่ว่าทำอย่างไรจะเข้าไปอ่าน Blog ของครูตุ้มได้หนอ

สวัสดีครับอาจารย์วิไล

     ผมเป็นคนเชียงใหม่ เลยไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับเพลงโคราชเท่าไรครับ  แต่ว่าผมมีพี่เขยเป็นคนโคราชนะครับ  แกแต่งงานกับบพี่สาวผมมาประมาณ 10 ปีแล้ว  ตอนนี้มาตั้งถิ่นฐานที่เชียงใหม่ ถ้าวันไหนพี่เขาไปเที่ยวบ้าน ผมก็จะหาโอกาสไปเที่ยวด้วยครับ  อาจจะได้ฟังเพลงโคราชก็ได้ครับ  เพราะยังไม่เคยฟังสักที  แต่บ้านผมเขาจะมีการร้องเพลงชนิดหนึ่งนะครับ ชื่อว่า "ซอ" ครับ เป็นการขับทำนองของชาวเหนือครับ สักวันจะลองเอาทำร้องให้ฟังครับ

ขอบคุณครับ

ขอบคุณ P  เอส 
         จะยินดีมากหากคุณเอสจะเล่าถึงเพลง "ซอ"ให้พวกเราฟัง   ดิฉันเคยไปได้รับรู้ เคยได้ฟัง/ ชม  มาบ้าง

          และจะยินดีมากหากคุณจะมาเยือนเมืองโคราช 

 

เป็นเรื่องที่ดีครับที่มีกลุ่มหนึ่งที่ยังอนุรักษ์เพลงโคราชไว้ให้ลูกหลานเล่าต่อไปได้ชม ข้อมูลเพลงเกี่ยวกับเพลงโคราชเป็นสิ่งที่ดีมากขออนุญาตนำไปเผยแพร่ต่อด้วยนะครับจะได้เป็นปรโยชน์กับผู้ที่ต้องการอนุรักษ์

พี่ศน.หวาน ครับ ไม่แน่ใจว่า ผมจะจำพี่สาวได้หรือไม่ คิดว่าคงเคยเข้าร่วมประชุมศน.ด้วยกันในระดับชาติ โดยเฉพาะโครงการระบบดีโรงเรียนมีคุณภาพ หรือโครงการอื่นๆ ถึงอย่างไรก็ตาม ยินดีที่ได้รู้จักพี่สาวครับ ท้าวความก่อนนะครับพี่ศน.หวาน ผมคิดว่าเราก็อยู่ในวงการศึกษามานาน เป็นกำลังการขับเคลื่อนคุณภาพเสียด้วย แต่..ดูเหมือนคุณภาพทางการศึกษากลับด้อยลงๆ ทั้งๆที่พวกเราทำงานเหนื่อยกันแทบตาย จึงเกิดความรู้สึกท้อ..คิดจะเออรี่รีไทม์ หลายคนก็บอกว่า ลุงเกอยู่ก่อน ลุงต้องช่วบน้องๆช่วยครู ก็เกิดแรงฮึดขึ้นมา จึงช่วยกันคิดว่า "ทำไมผลการประเมินคุณภาพจึงตำ แสดงว่าคุณภาพการศึกษาเราตำใช่ไหม หลายคนก็พยายามบอกว่า ข้อสอบเน้นกระบวนการคิดเด็กของเราทำไม่ได้ เพราะไม่เคยทำมาก่อน (ไม่คุ้นเคย) และก็นั่นแหละหลายคนก้เสนอแนะว่า เปลี่ยนกระบวนการสอนของครูสิ ให้เน้นกระบวนการคิดมากๆ จึงกำหนดเส้นพัฒนาขึ้นมาว่าจะพัฒนาครูอย่างไร ก็เลยนำเอา เรื่องของ Back ward disign และ การขับเคลื่อนกระบวนการคิดสู่ห้องเรียนไปพัฒนาครู นั่นคือวิธีหนึ่ง แต่....ผมคิดมากไปกว่านั้น ผมมองย้อนกลับไปถึงรากเหง้าทางสังคมในท้องถิ่นของพวกเรา ระบอบศักดินาที่ฝังแน่นทั้งตั้งแต่ระบบครอบครัวสู่ระบบในวิถีชีวิตจริง มันเป็นอุปสรรคอย่างเหลือหลาย อย่างน้อยมันฝังอยู่ในวิธีคิดที่แก้ยากมาก ประกอบกับ ค่านิยมสมัยใหม่ได้เข้ามาทำลายสังคมไทยแทบจะเรียกได้ว่า สูญเสียโดยสิ้นเชิง ตัวอย่างที่พี่หวานเล่ามา เยาวชน ประชาชน ไม่สนใจเพลงโคราช ซึ่งเป็นศิลปะของท้องถิ่นที่ควรอนุรักษ์และสืบสาน ที่บ้านผมก็เกิดครับ เด็ก เยาวชน ประชาชน ไม่สนในจ้าดไต ซึ่งเป็นศิลปะพื้นบ้านที่มีคุณค่า ทุกอย่างมันเกิดจากวิธีคิดทั้งนั้น เราไม่ได้สอนให้เด็กคิดเป็น คิดถูก คิดดี มาตั้งแต่ต้น เด็กจึงคิดไม่เป็น คิดไม่ถูก และคิดไปในทางที่ไม่ดี ไม่มีคุณค่า ยากมากครับที่จะแก้ปัญหาดังกล่าว ผมพยายามมาหลายปีแล้ว ยังไม่ประสบความสำเร็จเลย เราไม่สามารถทำให้เด็กสนใจเรื่องศิลปะ วัฒนธรรมท้องถิ่นได้ นอกจากเมื่อถึงเวลาที่ต้องทำรายงานส่งครูเท่านั้น ที่พวกเขาจะมาแสวงหา มันไม่ได้เกิดจากความตระหนัก คำตอบทั้งหลายทั้งมวล ครูต้องปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน เรามาช่วยพัฒนาครูให้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนากระบวนการคิดให้เด็ก มากกว่าเน้นความรู้ ทางเดียวเท่านั้นที่พอจะมีความหวังอยู่บ้าง ขอบคุณครับพี่หวาน ลุงเก

สวัสดีค่ะอาจารย์วิไล ดิฉันอยู่กรุงเทพได้มีโอกาสฟังเพลงโคราชแล้วรู้สึกชอบมากฟังแล้วมีสำเนียงเฉพาะตัวดิฉันอยากทราบว่าสามารถหาเรียนร้องเพลงโคราชได้จากที่ไหนได้บ้างคะนอกจากที่จังหวัดนครราชสีมา ขอบคุณมากค่ะ

น้องหนูหมู

คงมีเฉพาะที่โคราชเท่านั้นค่ะ ดีใจที่น้องสนใจ มีเวลามาฝึกร้องที่โคราชซิคะ นักเรียนประถมบางโรงเรียนน้องได้เก่งไม่แพ้ผู้ใหญ่

ยินดีต้อนรับ หากจะมาฝึกที่โคราชบ้างเอง

อาจารย์พอจะทราบมั้ยครับ ว่าทุกวันนี้มีใครที่ยังสืบทอด และจัดการแสดงที่ไหน

เผื่อผมไปทำรายการมาออกอากาศ

บนแม่ใหญ่โมไว้ เพลงโคราช 2 วง ไข่ต้ม 10 ฟอง พวงมาลัย 7 สี 3 พวง หมากพลู เวลาจะไปแก้บน ต้องทำอย่างไรบ้างจ๊ะ

บนแม่ใหญ่โมไว้ เพลงโคราช 2 วง ไข่ต้ม 100 ฟอง พวงมาลัย 7 สี 3 พวง หมากพลู เวลาจะไปแก้บน มีขั้นตอนและคำพูด สรุปคือต้องทำอย่างไรบ้างจ๊ะ

คุณ กรกฏ

ขอบคุณที่ให้ความสนใจเรื่องนี้ แต่ต้องขออภัยในเรื่องการแก้บน ถ้าจะให้ดีน่าจะสอบถามจากสุ้มที่จำหน่ายดอกไม้และเครื่องไหว้น่าย่าโม /วิไล

ผมขออนุญาตินำกลอนเพลงเกี่ยวกับ ประวัติการสร้างเมืองโคราชมาเผยแผ่ให้แก่บรรดาผู่ที่สนใจใคร่จะศึกษาหรือนำไปทำรายงาน ได้นำไปใช้ประโยชน์ ตามวัตถุประสงค์ของตนนะครับ

ถามตอบเรื่องประวัติสร้างเมืองโคราช

1(ญ)ฉันนะกลัวพ่อแก้มปอกพี่จะบอกมาไม่ได้ อุปมาเหมือนกระต่าย—ที่มันมุ่งหมายดาว---คืออยากรู้เรื่องเมืองโคราช พอรู้ประวัติ มาไหมเหล่า ถ้าไม่รู้จะขืนถามเดี๋ยวจะประณามว่าไม่ดี----ทำไมวาหน้ายังหมาด เคยอ่านประวัติ หรือยังหมู่ ถ้าเรื่องนี้พี่ไม่รู้ นั้นเรื่องใหม่ ของน้องยังมี ยังหมายยังมุ้ง ฉันไม่คิดเลยยังบุ้ง---ยังแมง---เห็นน้ำไหลใกล้จะวิด ยังเก่งปิด และเก่งทด ถ้าหากไม่รู้กลัวชู้ จะโกรธ ว่าน้องเอง นี่เก่งถาม แต่เรื่องประวัติ โคราชนี่ เขาลือว่าพี่ และคนจำ ถ้าพี่รู้จริง แล้วหญิงจะโจษให้พี่เป็นคน---แจง

1 (ช) เช่นแต่นาเขาวัดก็ยังมีรายแวง พี่ไม่คิดแต่รายแหว่ง---รายว้ำ---มีดอกลันทมให้น้องทัด อยากรู้โคราชให้น้องถาม เป็นคนเคยขายม้าเคยขี่ จะวิ่งหนีอะไรเวย---พระเทศแล้วยังไปแหล่ ปอเขาแช่ยังไปลอก รู้ไม่รู้กูจะบอก บุกตะลุยมันไปเลย คิ้วลาแม่ตาลอยพีไม่พูดไปเลิก---ไปแล้ว---ยังนำกันหวิด นำกันหวือ เขียนหนังสือ อย่านำกันหวัด มันใหญ่โต เดเมืองโคราช อยากรู้บ่อนใหนยังไงกันเวย แม่ทูลหัวอย่ากลัวว่า กู มันจะไม่รู้ จักเมืองเลย กูตามใส่ พวกไก่หลง จนทั่วเมือง---แลว

2(ญ)บอกสาวให้มันสวย มาต่อหน้าคนสาด อยากรู้เรื่องเมืองโคราช---นี่ใครคนสร้าง-สมัยสุโขทัยเป็นราชธานีหรือกรุงศรีให้เล่านาง แต่พี่อย่ามองมุ่นเม ให้คนเซคนสาด---ให้แก้มปอก บอกกะสาว แต่วิ่งว่าว ยังกะสาย ตอนนั้นพี่ ก็มีใคร เป็นเจ้าฟ้า มหากษัตริย์ แล้วผมยาวเขายังดัด---แล้วกะเสย---เฒ่าแก่มา ยังว่าสื่อ ให้ว่าซื่อ และว่าสัตย์ ดูใหญ่โต หนอโคราช บอกชื่อคนสร้าง ให้วะทรวง ยังดูลิ้วเป็นเมืองลด จงบอกให้หมด ทั้งเมืองหลวง พ่อหน้าเหลือง ปันโรคไก่หลง ติดจากเมือง---เลย

2(ช)มาเริงและเนอมาร่า คือเขาชื่อว่าพระยา---ยมราช---นาเขาวัด ยังปะแวง พี่จะชี้แจง เรื่องประวัติ แต่ชื่อเล่นๆนั้นนายสังข์ ไม่มาร้างมารา---น้องไม่หาแต่ท่าเย้ย ฉันไม่เคย นินทาญาติ มีพระนารายณ์มหาราช ครองกรุงศรีอยุธยา ท่าหยาบท่าหยาม พี่ไม่นินทาย่ำ---นินทายี---มีคำสด คำใส คือพระนารายณ์ ออกคำสั่ง จะเอาเรื่องเก่า มาเล่านาง ให้มันสวยทุกคำสา ชื่อว่าพระยายมราช หรือนายสังข์ นี่และคนสร้างเมืองมา คล้ายๆกะนาง ผัวสร้างในมุ้ง ยังพลเมือง---มี

3(ญ)พอแต่เลี้ยงหมาใหญ่ ยังโคร้ายโคราญ เขาสร้าง พ.ศ.เท่าไรกัน---นอเมืองโคราช---และกรงดี กะปีอะไร กันนอพ่อสายสวาท ถ้าบอกตลอด พ่อยอดสร้อย จะให้ดูรอยโคเรา---น้ำในนาปลาสำหราง ยังเอาดาง กั้นๆกั๊กๆ คือใจฉัน นี่มันก็อยาก ฟังแต่เรื่องเมืองเก่าๆ ล้อๆเกวียนๆอย่ามัวแต่พูดกันเหนียนๆ---เกี่ยง---ขอให้แสดงแจ้งตน พอแจ้งบนและแจ้งใต้ รู้เรื่องนี้ แล้วพี่ ชายขอให้พี่แจง พอแจ้งตา พ.ศ.เท่าไรกรงปีอะไร ขอให้พี่ชายบอกกันมา ไหนเขาขึ้นชื่อ ลือว่ามึง นี่หัวการ----เมือง

3(ช)เช่นแต่ไหมไทยปั่น ยังขยัน มาปอย คือเขาสร้างเมื่อพ.ศ.สองพันสองร้อย---และห้าปี---คือกรงระหว่างปีขาลน้องว่าแต่ฉันไม่รู้นี ที่เขาสร้างเมืองโคราชไม่หาปัด หาเป่า---พี่ไม่ให้ท้อง ของน้องอด จักพี่จะปด น้องไอ กรงกะปีขาล มันนานหลาย ให้จำสาเอาน้องเอา ตาดำแม่งามเอี่ยม พี่ไม่พูดให้น้องเอน---ให้น้องเอียง---ไม่ไว้หน่อย ไว้นิด ยาหมอชิตซื้อไว้นัด โคราชนี่ มันมีประวัติ ให้สาวงามจำไว้หน่า สร้างกันพ.ศ.สองพันสองร้อย กะห้าปีประวัติเขามี เล่ากันมา ปัญญาไม่มาก อย่าอยากมอง ไปเล่นการ—เมือง

4(ญ)น้องสังเกตดูป่าไม้ ก็พังมายพังมาก แต่ทอผ้าก็ยังปัก---ผังมี---อยากรู้เรื่องเมืองเก่าๆ ให้พี่เล่า มาดูที เขาไปจ้างใคร กะไหนมากัน มาวางในด้าน ผังเมือง---เขมรตับดำ มาทำกะลาว นี่ให้พี่เล่า มาเถอะกะหล่อน หรือมาจากแดน กรุงลอนดอน เป็นคนภูเขา หรือชาวกระเหลี่ยง คิ้วลาพ่อตาลอย อย่ามัวแต่โสกาลด---โสกาเลี้ยว---ถ้าบอกได้ยังไงก็ลือ ได้ชื่อ และได้เสียง ช่างไหนมาตั้ง นอผังเมืองก่อนที่คนไทย จะได้สร้าง ก็เขาเป็นหญิง หรือเขาเป็นชาย เขาคนชาติไหน ที่มาเป็นช่าง ถ้าบอกไม่ชัด แล้วหมัดต้องชุมไม่หายเป็น---เชียว

4(ช)เศษนอนและเนอเศษนั่ง คือมันมีทั้งเศษหลัง---เศษหน้า---ไม่ใช่สวิสเซอร์แลนด์ หรือคนแดนอเมริกา คนที่มาเป็นช่าง นั้นคือฝรั่งเศสเนอ---ยกเรือนใหม่ ยังซามุขไม่ซาผูก ซามัด คนเป็นช่าง สร้างโคราช เ ขาเล่ากันมา อยู่เสมอ ซาด้อมซามอง เช่นแต่แมวมันยังร้อง—ซาเหมียว---จักรู้เซหรือรู้สาด เรื่องเมืองโคราช ฉันรู้เสร็จ เขาไปจ้างช่าง ฝรั่งเศส ฉันอ่านดูจนรู้ซ้ำ จักไทยทุ้ม หรือไทยแถบ เขามาออกแบบ ให้ไทยทำ ถ้ายังไม่รู้แล้วสูอย่าเถียง ว่าช่างไทย---เทียว

5(ญ)วิดน้ำไปจะไหลขึ้น ย้อนชั่งโลงสามขา แต่เช่นเขาปลูกข่า---ยังปลูกซ้ำขิง---มีใหญ่แจง และใหญ่จัด สร้างเมืองโคราช ขึ้นใหญ่จริง แล้วพระนารายณ์ ก็ได้ประกาศให้โคราช เป็นเมืองสำคัญ---มีการประชุมแต่ละครั้ง เขาต้องตั้ง เก้าอี้สาด ดูรุ่งเรืองหนอเมืองโคราช ใหญ่มาก ในภาคอีสาน หน้ามลพ่อคนสวย พี่อย่ายกเก้าอี้เสียด---เก้าอี้สี---แต่มันสำคัญ ในด้านไหน พระนาราณ์ ยังออกประกาศ จงบอกให้งาม มาตามประวัติ เนอพ่อแก้ว สามประการ ก็มันสำคัญ ในขั้นไหน ให้บอกฉันไป ทุกขั้นนั้น หรือผีเจ้าเมือง นี่มีนาม แข็งสำคัญ---นี

5(ช)ไปใหนมาใหน ให้เกรียมไว้เนิ่นๆก่อนจะออกเดินๆ-นาดๆจักโคหัก หรือโคราน หมดภาคอีสานก็ขึ้นโคราช เขาเลยจัด เป็นเมืองสำคัญ ให้เชื่อฉัน เถอะหน้านวนๆ--กลัวลาวยัก ลาวย้อน คนแต่ก่อน ก็เล่าอยู่ เป็นเมืองหน้าด่าน กันศัตรูเขมรขาว ลาวญวน ลาวไป ลาวอยู ที่ใหนคนไทย จะได้ดู--ตูดลาวเยี่ยว--เมืองโคราชประวัติมี กรองดูที ให้ลึกๆ เป็นเมืองหน้าด่าน กันข้าศึก จะบุกเข่ามา แม่ตาลอยๆ ถ้าเมืองไม่ดีมีหน้าด่าน คอยป้องกันไอ้คนถ่อย ป่านนี้เขมร คงเล่น ตูดไทยไม่เว้นสักคน---เทียว

6(ญ)ซื้อหมูมาใส่ เขาก็ยังขนซอง มันต้องมีคนสอง---คนสาม---คนที่มาถาก มาถาง คิดมาสร้าง และมาทำ เขาเกณฑ์มา หรือจ้างมา รู้ไหมวา พ่อคนสวย---เขาฟอกไหมละลายด่าง เขาคงจะสร้าง กันหลายเดือน คนโคราชก็ กลาดเกลื่อน ดูมากมาย ตั้งหลายด้วย คนมาช่วย คงหลายดา คงจะถาง กันหลายป่า---หลายดอน---กรองหมายใจ และหมายจิต เหมือนปลาติด ยังหมายจั่น อยากรู้เหตุผล เรื่องคนงาน นั้นนะเขาจ้าง หรือว่าไม่จ้าง คือน้องสงสัย เอาหลายไม่หยอก ขอให้พี่บอกพี่เล่านาง เถอะพ่อหน้าโนน คือหลังเต่านา สาวๆลาว---นอน

6(ช)คนงานทั้งหมด เขาไม่ต้องจ้างมา ดอกคือเขาเกณฑ์มา ตลอดช่างจากอยุธยา----ก็ถูกเกณฑ์หมด--- ไม่มีเดือด มีร้อน คือตั้งก่อน ไม่มีรถ ทำด้วยแรง หมดทุกอย่าง ไม่เกณฑ์หมาง เกณฑ์เมิน ---- คือเกณฑ์คน บ้านเสมา กะบ้านโคราช มีดินสะอาด ดูสูงนั้น เดี๋ยวนี้น้อง ทั้งสองบ้าน นั้นอยู่ในแนว อำเภอสูงเนิน เก็บสำเนามาเล่านาง พี่ไม่พูดสูงหน่วง---สูงเหนี่ยว---พอถูกเกณฑ์ ก็เผ่นมา ไม่เลือกว่า แต่เป็นใคร สมัยเจ้าเมือง อยู่เหนือกฎหมาย ใครจะอาจคิด เป็นเงินเป็นคำ แต่ก่อนนั้นไทย มีงานโยธา เขาก็เที่ยวหา เกณฑ์กันทำ แต่การสร้างลูกในทุกประเทศ ไม่เกณฑ์กัน---เทียว

7(ญ)ตกลงมันเลยมี โคราชเก่า โคราชใหม่ แล้วก็อยู่รัฐใคร---รัฐมัน---โคราชเก่า นั้นอยู่สูงเนิน ดูดินเป็นเดิ่น ออกสูงนั้น การสร้างเมือง ต้องรัฐมี เหมือนเผาผี รัดเมรุ—มีรายร้อนรายสุม ทั้งรายหนุ่ม และรายสาว มันห่างไกล จากเมืองเก่า เท่าไรวา เท่าไรเส้น จากเมืองเก่า ถึงเมืองใหม่ มันห่างมันไกล เท่าไรเวร พ่อหนุ่มปีวอกลองบอกประวัติให้ชัดเป็นไร---เวย

7(ช)เช่นแต่หนุ่มก็ยังซ้อน เดินย้อน ตามรอยสาว คือมันไกลโคราชเก่า---นั้นแปดร้อยเส้น---คือสามสิบสองกิโลเมตรไม่มีเศษ เลยเนื้อเย็น มันมีรอยหนุ่ม รอยสาว ทั้งรอยยาว และรอยสั่น---ทั้งเพื่อนทั้งหมู่ก็ดูมา เขาจับนา ยังดูมาบ ไม่เชื่อชาย ก็ให้ไปนับ กิโลเมตร ดูมัน ดูมาย ดูมาก ให้ไปนับ ดูหมัก---ดูเหมย---ฉันอ่านดู ยังรู้ทราบ ไม่เป็นทับ และเป็นเทิน โคราชเก่านั้นชู้ มันอยู่สูงเนิน ก็ไกลแท้ กันไปเป็นแถว แต่น้ำไหลยังดูลาด ฉันอ่านประวัติ มันดูแล้ว อีหมู่ตีลูก ย้อนผัวไม่โลม ไปวัดดู---เลย

8(ญ)ตะเกียงมันจะแจ้ง ก็ย้อนมีคนจุด น้องอยากจะฟังคนพูด---คนจา----ก็รูปผังเมือง นั้นงามเอี่ยม มันรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือเขาสร้าง เป็นรูปทรงไหน เขาอยากเข่าใจ ทุกคนจริง---ปลาช่อนเล็ก มันคางลาย ถ้าคนเราตาย ต้องคางเหลือง จ้างฝรั่งมาสร้างเมืองหรือรูปมันแหลม ป่านคางลิง ข้างฉกข้างลัก อย่ามัวแต่หันสีข้างหลัก---สีข้างเหลย---กระต่ายหมอบยังอยู่กะหม่องไม่ถามให้หมองในกระมล หรือรูปสี่เหลี่ยมมนฑลนีพ่อคุณพ่อทูลกระหม่อม ให้บอกเร่องเมืองเมืองโคราชต่อหน้าญาติที่นั่งอ้อม พ่อหน้าละเอียดคือหนังอ่อนใต้เอวนาง---เอย

8(ช)ควายเฒ่างัวเฒ่ามันยังเข่าเพไร่ คือสร้างสี่เหลี่ยมรูปกลองชัย---เพรี---โคราชนี้นางไอ้อย่างดังเขาพากันสร้างไอ้อย่างดี จะบอกให้งามไปตามประวัติไม่เพรัดเพรึง—น้ำก็ดีดินก็ดำมันติดกะลำตะคลองเหมาะ รูปสี่เหลี่ยมดูเอี่ยมละออไม่ใช่สามมุมคือของมึง ของเพื่อนของหมูา เช่นแต่เขาขั่ยวหมู---ยังคู่ของหมี่—แต่เรียนหนังสือยังดูสอบต้องดูจอบและดูเสียม เขาสร้างดีเป็นสี่เหลี่ยใไม่เชื่อแล้วสาวไปดูสา เขาสร้างสี่เหลี่ยมดูเอี่ยมละออทั้งแม่ทั้งพ่อก็เคยมา ไอ้สร้างการเมืองจะทำสามมุมกะใหนเคย---มี

9(ญ)เช่นแต่ตัดผมเขายังหารายหวี ฉันอยากรู้รู้เนื้อที่----เท่าไรศอกเท่าไรวา—ให้พี่แจกให้พี่จ่ายจะพอบอกได้ไหมพี่จ๋า พี่อย่าหาว่าแม่คุณหารายวุ่นรายวาย---ทอผ้าเรื่อยยังกี่รีจักกี่หนีหรือกี่เร้น กว้างและยาวเท่าไรเส้นและเนื้อที่มีกี่ไร่ กี่ร้อนกี่ร้าวอย่ามัวแต่โสกีหาว-โสกีเรอ---ตะวันตกตะวันออกขอให้พี่บอกทุกรวงสาเท่าไรเส้นเท่าไวทั้งรวงยาวและรวงสั่น พ่อแก้มปอกบอกให้สิ้นตลอดประตีนหัวนอนั้น ถ้าอยากเห็นเต่าก็เล่านางให้แน่นอน---เนอ

9(ช)เนื้อที่นั้นกว้างยี่สิบห้าเส้น ยาวนั้นสี่สิบสามเส้น ฉันอ่านประวัติมาชัดเจน---ไม่หน่าจะถามซ้ำซน---ไม่กลัวดอกนาประชาแช่งสร้างกันด้วยแรงประชาชน แล้วขุดคูจนรอบเมืองเขารู้เรื่องกันซ้ำสา---นาเขาวัดยังเป็นแวงไม่เป็นแหว่งและเป็นว้ำ แต่คูเมืองนั้นกว้างสิบลึกสาม อันนี้เขาวัดกันมาเป็นว่า ใครบอกว่าหว่าจะเป็นแหว่จะปดป้อตอแหล---อะไรเป็นเหว่ย---ทำไมชู้ฉันไม่พานเรียนหรือมัวขับเกวียนไปพานรถ แต่เนื้อที่มีหมด เขาวัดกันหนึ่งพันไร่ ถ้าฝนไม่ลงมันต้องมีแล้ง แต่นอกกำแพงยังมีหลาย เดี๋ยวนี้รถขุดมันดุดดินลงกำกำแพงไม่มี---เลย

10(ญ)ที่เขาสร้างประตูเมืองอยากรู้เรื่องทุกรวงอยู่ แต่ฉันไม่หาดอกรวงยุ—รวงยง---กำแพงนั้นกว้างเท่าไรสูงเท่าไร ลองเล่าไปให้มันกรงคือฉันอยากทราบทุกรวงอยู่ไม่รวงยุและรวงแย้ง---มีกำพันและกำผูกจักกำถูกหรือกำผิด อะไรบ่างที่ช่างประดิษฐ์ไว้ที่พื้นหลังกำแพง กำผันกำผ่อนฉันไม่ทำให้กำร้อน---กำผ่าว---เกิดในโลกอย่าฉกอย่าลักสัญญาหลักสัญญาแหล่ง อยากรู้เหตุผลว่าบนกำแพง เขาทำอะไรกันเป็นสัญลักษณ์ พ่อเนื้อรื่นชื่นอารมย์ลองบอกให้สมกะใจรัก พี่จงเล่าเรื่องของเมืองโคราชให้สมใจ---เรา

10(ช)กำแพงนั้นสูงสามวา ฐานก็กว้างสามวา เหมือนเขาตัดเกศา—ก็ยังซ้ำหวี---แต่ทางส่วนความยาวนั้นและสองพันหกร้อยสิบกรงพอดิบพอดี ถ้าเห็นถูกต้องให้น้องจำไม่ซ้ำหวามซ้ำหวาบ---เขาทำใบสีมาไว้บนกำแพงเดตาเป็นมัน ถึงสี่พันสามร้อยสองน้องไม่เคยรู้นีหมู่อีท้องลายพล้อยคือรอยสับ ไปดงหนาป่ากระสังก็ยังเห็นรอยสัตว์---รอยสิ่ง---แต่รวงสูงกะกว้างนั้นและมีด้านละสามวาเนอแม่ผ้าสีหมอง แต่สี่พันสามร้อยสอง นั้นจำไว้คือใบสีมา ทำไมนางยังนั่งเจ่าไม่ให้เล่านีนางจ๋า ถ้าไม่ให้จูบก็ไม่มีใจมาเล่านาง—จริง

11(ญ)ถ้าไปบวชเป็นเถรอย่ามองเล่นแต่รายชี ประตูเมืองเหล่า---เท่าไรช่อง---ตลอดทั้งป้อมระวังเมือง อยากรู้เรื่องให้ถูกต้อง ถ้ารู้ค้าวก็เล่ามา อย่าหารายด่าและรายแช่ง---เท่าป้อมท่าไรประตูบอกให้รู้มาสาดา ถ้าอยากเห็นของน้องในผ้าพ่อหน้าหอหีบจงรีบแสดง ซาลิงซาด้านเหมือนยังเชือกที่เขาฝั่น----ยังซาเอง---เล่นเพลงไม่ฮิตจักใครจะโห่ ถ้าคนโง่แล้วใครจะห่วงถ้าบอกได้แล้วใครจะหวงเยอของในห่อนี่น้องจะให้ ประตูนั้นมีอยู่กี่ประตู พี่พอนึกรู้มากันใหม่ และป้อมนั้นมีอยู่กี่มุมเขาสร้างกัน---มา

11(ช)ป้อมนั้นมีทั้งหมดคือสิบห้าป้อมใหม่ ยามก็อยู่ป้อมใคร---ป้อมมัน---มีสีแดงมีสีดำประตูนั้นทำไว้สี่ด้าน แต่ก่อนมีต้นรังโทนต้นนางดำและต้นมะขามป้อมมี----ป้อมมีสิบห้าระดะระดาดประสัตประตูสิ่งเมืองโคราชสะอาดจริงๆ เมืองต้องมีประตูซ้ำ คือนายช่างเขาสร้างทำ---สี่ประตูสา---ให้น้องทบให้น้องทวนมีดอกลำดวนให้น้องทัด ฉันเล่านางไปตามประวัติถ้าแม้นไม่ถูกให้น้องเถียง นายยามก็ยืนถือปืนพร้อมเฝ้าอยู่ที่ป้อมประตูเมือง คอยยิงศัตรูที่รูมี เดินผ่านประตู---มา

12(ญ)ถ้าหมอเพลงไม่เก่งกาจต้องน้าตัดอารอน ฉันไม่พูดให้น้าร้อน---อารน---ให้เล่ามาทุกอย่างเถอะญาติอย่างฟังกันหมดทุกคน คราวนี้อยากรู้ประตูทั้งสี่นั้นชื่อมันมีว่าอะไร ---อยากได้เมียใหม่เอาไปควง อย่ามัวแต่ห่วงเสียดายหมู ก็ชื่อมันมี ทั้งสี่ ประตู พอบอกมา อีกได้ใหม่ หรือว่าชายไม่ได้มอง เช่นแต่แมวมันยังร้อง---ได้เหมียว---ไม่ใช่นางจะรังเกียจ มาพูดเสียด สีหมู่ เขาว่ามันมี อยู่สี่ประตู ใช่ไหม เมืองราชสีมา ให้หน้ามลพ่อคนลือ จงบอกชื่อ ประตูดา หรือจำได้ดี ประตูเดิม ของเมียประตู---เดียว

12(ช)ทิศตะวันออกชื่อประตูพลล้าน ประตีนนั้นประตูพลแสน หมู่ค่างลิงก็วิ่งแล่น---กันไปจนพ้นสา---เขาทำไว้ทั้งสี่ทิศ จะเคยผิดอะไรวา แต่เกิดมาเป็น ผู้ชายเรา ไม่พ้นสาวพ้นแส่---เขานุ่งผ้ายังชุมพก ตะวันตกประตูชุมพล ขึ้นรถไฟไปสายอุบลไม่มีดอกเนออำเภอชุมแพ ตาแหลมแม่แก้มพวง อย่ามัวแต่พูดชุมเพ้ม---ชุมพ้าม---ทิศหัวนอนนั้นหล่อนก็รู้ เขาเรียกประตูไชยณรงค์ ถ้าบอกได้ก็ให้ฉันลง บ้างเนอรูของนารี เมืองโคราชนี่นะน้อง มีรูมีช่องประตูดี ประตูแก่ทำไม ยังใยแมงมุมชักคลุมประตูดา จนหน้าประตู---ดำ

13(ญ)ขนมเขาจะใส่ก็ยังขนมาซึง อย่าหาว่าน้องนี่มาอึง---มาแซว---แต่น้ำไหลยังลงลาด พอสร้างโคราชเสร็จลงแล้ว แต่ยังไม่จบดอกเรื่องนี้ เรื่องอื่นพี่อย่าเอามาแซก---อย่าใช้อำนาจ มาตัดที่รอน ให้มีที่ร้อน มีที่เร้า เขาตั้งใครกะไหนเป็นเจ้า เมืองโคราช คนทีแรก ที่รอที่รั้งพี่อย่าหาแต่ที่พัง---ที่รื้อ---ตีฆ้องน้อย ยังพาโหน่งไม่พาอ้งพาเหนียง เขาตั้งใครเหล่า เป็นเจ้าเมือง ให้เล่านาง มาเป็นแผนก จะเป็นที่แตก หรือเป็นที่ร้าว อยากรู้ชื่อเจ้า คนทีแรก ถ้าบอกได้ บ่อนใยแมงมุม ที่คลุมรุงรัง จะหวงสักที---รือ

13(ช)ตั้งพระยายมราชและเป็นเจ้าเมืองคนแรก ท่านไม่ให้คนแตก—คนร้าว---คือพระนารายณ์ให้มาสร้างรู้ไหมนางน้องสาว จะเล่าแม่นางให้รู้ถึงท่านเป็นคนรึงคนรัด---ไปหาช้างหาแรดก็โดนแต่แดดเดือนห้าร้อน จะได้เป็นเจ้านั้นเขาก็ย้อนพระนารายณ์มหาราช จะตอบคำไปตามเรื่องน้องอย่ามองมาหารัด---มาหารึง---มนุษย์มนาต้องหาท่าอยู่ อย่านินทาปู่ นินทาย่า พระนารายณ์ท่านให้มา แม่แก้มปอก ดอกทะยอม

ถ้าหากจะมอง มุมใหม่ พอเห็นใย แมงมุมหม่อม มองเห็นแต่ใย ก็ไหนตัวมัน กันเหล่าแมงมุม—มึง

14(ญ)ปลูกไม้ไว้ทั้งต้น แล้วจะให้ใครตัด นอกจากพระยายมราช---แล้วเขาตั้งใครต่อ---ตลอดทั้งคนสุดท้ายเขาตั้งใครแน่หนอ บอกได้แล้วหม่อม จะยอมเป็นเมีย ไม่ขายเนื้อขายตัว----บอกเรื่องเก่ากะเรามาก่อน เถอะน้องไม่ย้อนรอยง่าย ถ้าถูกต้องแล้วน้องจะหงาย ให้นอนงม ดอกรอยงัว รอยถั่วรอยงารู้ไหมตัวงัวของข้า---มีรอยงาม---มีน้ำท่อยังสุดท้นให้บอกถึงคนที่สุดท้าย กระเทินถามกันมันต้องไล่ให้สุดหลักสุดฐาน ถ้าผิดเรื่องเก่าเดี๋ยวเขาเอาชื่อของพี่ไปถือด่าประจาน ถ้าแม้นบอกได้แล้วจะให้จูบเป็นขาประ---จำ

14 (ช) หลังจากสิ้นคนแรก คือเจ้าพระยายมราช ก็มีการเปลี่ยนอำนาจ—มาเรื่อย—ไม่พากันโอน กันเอียง ก็เปลี่ยนเจ้าเมือง กันเอื่อย ก็มีเจ้าพระยาปิ่น ปกครองแผ่นดินสีมาเราท่านผู้นี้เคยนำทัพ เคยไปปราบเวียงจันทร์ เป็นกองหน้าในครั้งนั้น ไปปราบเมืองเวียงเจ้าๆ ไปฆ่าลาวเวียงจันทร์เหมือนหมอลำรำ—ในเวียงเจ้ย--ท่านเห็นความดี แม่หน่าขาว ไม่นั่งเท้า แต่หน่าคาง ราชกาที่หนึ่งจึงได้ตั้ง เป็นเจ้าพระยา มหานครต่อจากนายสังข์ เป็นนายปิ่น บอกให้ได้ยิน ทุกคำหล่อน ได้โลมได้ลูบ ได้จูบสั่งลา มิว่าสักคำ—เลย

15(ญ) อยากรู้คนสุดท้ายชื่อว่านายทองอินทร์ ลองบอกข้ามาให้สิ้น---ทีพ่อก้อนทองเอย---ท่านเป็นลูกเต้าเหล่าใครถ้าจำได้ก็เล่ามาเลย ถ้าบอกได้จะให้ขยำมานอนคลำดูท้องอ่อน---บอกเรื่องเดิมให้มันดีฉันไม่ติว่ามันดื้อ คือตัวแม่หนูอยากรู้ชื่อพระบิดรและมารดา มันแช่งมันด่าพี่อย่าพูดให้มันดะ---มันเดย---เขาลือมาปัญญาฉลาดพี่กาจๆพี่เก่งๆ พอดีย่าปู่พวกหูฟังเพลงก็ชอบกันเกินแต่เรื่องเก่าๆ พระเทศแล้วประเดิมแหล่ก็ชื่อพ่อแม่เดิมเหล่า ถ้าบอกได้จะหงายสองลอนให้นอนประเดิม---เลย

15(ช) นึกหิวยาดูด หน่าอยากหยุดพักดา มันก็ต้องพักฟ้า—พักดิน—เจ้าเมืององศ์สุดท้าย ชื่อว่านายทองอินทร์ หรือเจ้าพระยากำแหงสงคราม รามภักดี

เป็นโอรสพระเจ้าตาก ที่เกิดจาก เจ้าจอมยวน แม่ตาลสุก ปลูกในสวน หน่วยย่อม ยายจอมยี ปลากระดี่ ในจอมยอ มิใช้ว่าจอมเยาะ—จอมเย้ย--

แต่พระองศ์ทรงประทาน ให้แก่ท่านพระยาปิ่น เป็นความลับ ที่คับลิ้น พูดไม่ได้ ใครอย่าปาก พระเทศน์ลง ประเดิมแหล่ เป็นพ่อแม่ แต่เดิมหลัก พิศดูสองลอน ทำไมอ่อนเลน ไม่เห็นเหมือนเดิม--เลย

16(ญ)องค์พระเจ้าตากสินเป็นเจ้าแผ่นดินกรุงธน นายทองอินทร์ก็ต้องเป็นคน---อยู่ในกรุงท่าน---ไหนว่าเป็นลูกพระเจ้าปิ่นที่ครองแผ่นดินโคราชนั้น พี่ลองเล่าเหตุผลเรื่องของคนในกรุงที---ระบุร้อนระบุเร้ายังเป็นเจ้าครองบุรินทร์ถ้าเป็นลูกเต้าพระเจ้าตากสิน ต้องเกิดเป็นคนอยู่ธนบุรี ระบุรอระบุรั้งเหมือนเขมรเห็นช้าง---เข่าบุเรย---ว่าพ่อของท่านอยู่กรุงธนลองบอกให้คนในเมืองรู้ ว่าทำไมถึงได้มาอยู่แถวโคราชเมืองเรา ทำในแล้ว ยังปีนหลุด ไหนว่าเป็นบุตร เจ้าปิ่นเหล่า ถ้าบอกผิดหลักสวรรค์ในโลก อย่าหวังได้ปีน---เลย

16 (ช) จะซื้อผ้าไหม ก็ต้องยาวสี่เมตร เขายังตัดเหลือเป็นเศษ—สี่มิล—น้ำมันเปิด ปัญญาปั้ม ให้เป็นบุตรบุญธรรมพระยาปิ่น เป็นเจ้าเมืองพร้อมมูล เป็นต้นตระกูล ณ.ราชสีมา--- สั่งเร็วรี่ขมีขมัน คอยป้องกัน ลาวเขมร ถ้าเขมรมันล้ำเส้น ต้องให้พวกมัน มาขอขมาๆ หน้าขาวเยาว์มาลย์ เธออย่าว่าข้าเมิน---ข้าเหม่ย—และมอบโอรส ของท้าวเธอ ให้มาเป็นบุตรบุญธรรม คือนายทองอินทร์ ไม่ปิดอำ เพื่อสืบทอด สมบูรณ์แถว สวรรค์ชั้นสอง กะชั้นสาม พวกฉันเคยนำ กันปีนแล้ว แต่ชั้นที่สี่ นี้ลูกไม่หลับ ก็ไม่ได้ปีน--เลย

17(ญ)คราวนี้นายทองอินทร์นั้น แต่งงานกับใคร และชื่ออะไร พ.ศ.เท่าไร---นอพ่อยอดอารี---และเป็นเจ้าเมืองนั้นปีไหนพอจำได้ไหมวาพี่ อย่ามัวระทมขมขื่นอยู่เลยพ่อชื่นอารมณ์----แต่สอยชัน ยังค้นช่อ ผ้าเขาทอ ยังค้นเช่น บอกประวัติให้ชัดเจน ต่อหน้าชนคนชมๆ หนังฉายยังขนฉากขอให้พี่คนชัก---คนชวน---อย่าเล่าเชือนเล่าแช กลอยเขาแช่ยังเล่าชู ประวัติเรื่องนี้พี่คงรู้ ให้เก็บสำเนามาเล่าฉัน พอได้เป็นเจ้าเมืองแล้ว เปลี่ยนชื่อใหม่ หรือไม่เปลี่ยนชื่อใหม่ กันหนอตัวนาย ทองอินทร์นั้น พอจบเรื่องนี้ ก่อนพี่ค่อยนอน จูบหน่วยอินทร์---นวน

17(ช) พ.ศ.สองพันสามร้อยหกสิบห้า รับแต่งตั้งเป็นพระยา----นคร---ชื่อทองอินทร์ ณ.ราชสีมา เป็นเจ้าพระยาครั้งก่อน ได้นายทองคำเป็นปลัด ไม่หน่าขาด หน่าเขิน แต่ส่วนศรีภรรยา ตัวข้าจำไม่ได้ ปานหมาเห่าเต่าตาย จมูกดุด ตูดไม่เดินๆ หมายโด่งหมายดัง ปานเขมรเรียกช้าง---หมายเดย---ได้ห่วงได้ใย แต่ชื่อลูกชาย จำได้อยู่ ภักดีนุชิต นี้และชู้ แต่ชื่อภรรยา มิเคยได้ยิน

พระยากำแหงรามภักดี เป็นชื่อแทนที่ นายทองอินทร์ สาเนอแม่ลาวปลูกบักอึ กลายเป็นฝักทอง---เอย

18(ญ)คราวนี้ย่าโมเหล่า เกิดพ.ศ.อะไร และตรงกะเจ้าองค์ไหน---พ่อชื่นอารมณ์---พี่ไม่ใช่คนช้า ลองบอกต่อหน้าคนชม อย่าได้ลวงล่อต่อปด ระอารถระอาเรือ--- แป้งเขาโม้ ทำเป็นหมี่ บ้านยังมี กลายเป็นเมือง ถ้าบอกครบได้จบเรื่อง แล้วน้องจะพร้อม ยอมเป็นเมียๆ เป็นมายเป็นมากพี่อย่าพูดทำเป็นหมัก---เป็นเหมย---ไม่ใช่ฉันมันจะบุก คิดมารุกและมาราน รู้แค่ไหนก็เล่าแค่นั้นอย่าหาว่าเรา มาร้ายมาเร็ง เก็บเรื่องคนเก่า มาเล่าให้ชัด บ้างเนอประวัติ ของย่าเอง ไอ้หมู่เดือยอ่อน เมียนอนให้เอาไม่มีปัญญา---เอย

18(ช)คือย่าโมนั้นเกิดพ.ศ.สองพันสามร้อยสิบสี่ ตอนนั้นพระเจ้าตากสินครองกรุงธนบุรี---พี่จะพูดกระซิบสาว---ไม่มีรายเลี้ยวรายลด จักพี่จะปด อะไรเหล่า แต่เรื่องนี้มันยาวใหญ่ ไปตั้งหลายสิบเส้น---ไม่ให้เรอให้หาว พี่จะเล่าจนหายห่วง ถ้าบอกได้ยังไงอย่าหวง เนอของในห่อ แก้ให้เห็นๆ เนื้อหอมแม่จอมหงส์ อย่ามัวแต่คิดให้ห่าง---ให้เหิน---มันคงไม่สิ้นไปเป็นพระสังข์คาถาจะขลังมันต้องประสิทธิ์ ที่บอกไปนี่ ไม่มีผิด ดอกตาดำแม่งามประเสริฐ พ.ศ.สองสามหนึ่งสี่ นี่และเป็นปีคุณย่าเกิด เรื่องนี้ไม่จนดอกคนอย่างกูมีภูมิปัญญา—เกิน

19(ญ)ย่าโมเรานี่ท่านได้เกิดที่ไหน และเขาเรียกว่าบ้านอะไร---กันนอที่นั้น---ยกเรือนใหม่ยังเป็นมุข จงบอกให้ถูก เนอเนื้อเป็นมัน ของในห่อ เดี๋ยวน้องจะให้ จะต้องบอกได้ ให้เป็นที่แน่---เดี๋ยวยังค่อยซ้อน นอนกะสาว พ่อคอยาว ปันนกกระสา และชื่อบิดรและมารดา เล่าให้งามมาตามกระแสๆ หน้ามลพ่อคนสวย พี่อย่าคิดแต่กะเสียด---กะสี---ฉันนี้หนอไม่ส่อเสียด คิดมาเกลียดและมาชัง ให้สมเจ้างานที่ท่านไปจ้าง หาเอาชาย เข่ามาโชว์ ท่านเอากำเนิดเกิดที่ไหน พี่จำได้ไหมบ้านย่าโม ถ้าอยากร่วมมุ้ง เอานอนเป็นเมีย มันต้องปัญญา—มี

19(ช)ย่าโมนั้นเกิดอยู่บ้านสระแมวอยู่กลางเมืองราชสีมาจำไว้เนอแม่ผ้า---สีม่วง---อย่าให้ดาบ ให้หอก เนอพี่จะบอก จนหายห่วง ฐานะท่านดีมีทุกอย่าง มีสามช้างสี่ม้า---มีบุญผูกบุญมัด หมาไม่กัดเป็นบุญมิ้ม พ่อนั้นหรือชื่อบุญกิ่ม แม่ก็มีชื่อบุญมาๆ บุญเมินบุญเหม่อ เหมือนชาวบ้านสารกระเชอ---ยังขึ้นสมบูรณ์มุม---คิดกระจุนและกระเจือแต่ขึ้นเรือยังกระแจว ที่เกิดของท่าน คือบ้านสระแมว ให้จดให้จำ เนองามกระจ่าง บ่อนสระคนโลม เดี๋ยวนี้ถมหาย หมดแล้วแม่ไตนมตั้ง แต่ก่อนแต่กี้ กะหลี่อยู่เต็ม ไปเลยแม่นม---ตุม

20(ญ)ให้พี่บอกพี่เล่ามาต่อหน้าคนหลาย พี่ร่วมท้องน้องร่วมใส้---นั้นมีกี่คนเหล่า---จักน้องวาหรือน้องศอกให้พี่บอกกะน้องสาว อย่าลวงอย่าล้อ ต่อปดเป็นคนลดคนเลี้ยว---พี่ร่วมท้องน้องร่วมใส้ มีเท่าไรคนดา หรือว่ามีแต่คุณย่า มาถือดาบ ยืนคนเดียวๆ คนกรงคนดิ่งพี่อย่าพูดเป็นคนลิง---คนด้าน---ถ้าหากพี่น้อง ย่ามีนั้น จะปลูกจันยังมีหน่วย ตลอดรูปทรงคงจะสวย ตลอดชื่อนาม ต้องมีแน่ พี่ก็เพลงเก่งที่ร้ายกาจ ลองบอกให้ชัด เป็นไรแก่ พี่น้องคุณย่า ที่มาเกิด เขาชื่ออะไร---กัน 20(ช)พี่น้องย่าโมนี่มีอยู่สามคนหมด ตัวของพี่นี่จะปด---คนใหม่---ไม่เป็นแช่มเป็นช้อย แต่คนน้อยนั้นเป็นชาย จะเล่าให้งามไปตามประวัติ เป็นคนหมัดคนมวย--พี่สาวย่าโมชื่อนางแป้นไม่มีแฟน ดอกอยู่คนเดียว ใครติดต่อ แก่ก็ไม่เกี่ยว เปิดให้ดู ทุกคนด้วย คนกรงคนดิ่งฉันไม่พูดเป็นคนลิง---คนด้าน---คนที่สองก็ย่าโมหนอ ที่สามก็เจ้าพ่อพนมศรก คือสร้างบ้านศรกให้เข่าโฉลก ให้จำไว้สา แม่นมสวย พอตั้งบ้านศรกแล้วยกตำเหน่ง เด็ดเดี่ยวแก่ง เด็ดเดี่ยวกวย คือคนที่สาม นี่เอานามมาเกิดในท้องเดียว—กัน

21(ญ)อายุย่าเท่าไรท่านยังได้แต่งงาน และแต่งกะใครยังไงกัน---นอพ่อหน่วยแตงงอม---แต่บึ้งเดือนยี่ ยังทาใยและแต่งกะใคร พ่อดอกทะยอม ยังได้แต่งงง แต่งงงวยแต่งสวยแต่งงาม---จะมาป่ามาเถื่อน ใหนว่าเรียน มาเอกมาโท และภัสดาท่านย่าโม อยากรู้แท้ ยังมาถาม มานิล มาทา พี่อย่าพูดมาถะ---มาเถย---ไม่เป็นอุดเป็นหนุน คิดเป็นคุณ และเป็นโน ให้บอกมาเถอะย่าโม ท่านได้กะใคร มาไว้เป็นแนว เขาหารเลขยังหนีลบ พอบอก จบกลอนนี้แล้ว สวรรค์ตัวจริง ของหญิงจะเลิกให้ดูเดี๋ยวนี้---เลย

21(ช)อายุของย่ายี่สิบห้าปีล่วง พี่จะบอกกะแม่พวง---จำปีหล่อน---แต่งกะปลัดทองคำ มาเป็นคนนำ ขึ้นเตียงนอน ได้คู่ชมก็สมชื่อ เป็นปีลือปีเลื่อง---แล้วนำกันหมายนำกันมุ่ง คิดกันบุ้ง และกันแมง ปลัดนี้มีตำแหน่งพนักงานการเมืองๆ กันวันกันเมื่อ เขาไม่ทำกันเบื่อ---กันเหม็น---คือสองสามสามเก้า อันนั้นเหล่า เป็นพ.ศ. อายุนั้นยี่ สิบห้าปีต่อ ได้คู่ซ้อนก็พอสู่ ขันหมากก็ใส่ ทั้งไก่ทั้งเป็ด พร้อมใจกันเสร็จ ทั้งย่าทั้งปู่ พอค่ำลงปั๊บก็พากันไป สวรรค์ทาง---เป็น

22(ญ)ว่าจบกลอนแน่ แต่เหลืออีกแค่ กลอนหนึ่ง จงบอกหมู่ให้รู้ถึง---มาอีกสักกลอนเนอ---ย่าโมกะปลัดทองคำมีลูกงาม สักคนไหมเยอ ลองบอกไปให้ได้ครบ เถอะน้องจะจบแค่กลอนนี้---ตัดไม้ท่อนยังมาถาก จะมายากหรือมาทุกข์ ท่านมีลูกหรือไม่มีลูก เอาเรื่องเก่า เล่ามาทีๆเรื่องมันมีบอกมาแท้ สังขารคนมันมาแก่---มาเฒ่า---ไม่ลาธรรมลาโลกให้ละฉกละลัก ท่านมีบุตรสุดที่รัก สักคนไหมนอพ่อช่อละลาย ยกเรือนใหม่ ยังค้นมุข ก็ท่านมีลูก สักคนใหม่ ทำไมเหม่งหม่าง ทำพอปันหมา มันปะคน---เมา

22(ช)เช่นแต่ซื้อยาแดงก็ยังมีคนดูด เขาบอกว่าท่านไม่มีบุตร—มาสักคนดอก---ปลัดทองคำนั้นเป็นหมัน ให้ฟังฉัน จะเล่าจะบอก ทำหมดปีก็ไม่มีเด็ก มาเกิดด้วย สักคนเดียว---แต่ลูกบุญธรรมนั้นมีแท้ ไม่มีแก่และมีเฒ่า แต่ฉันไม่ได้ใครให้เอา เดี๋ยวลูกในท้อง ก็มีเทียวๆ มีนินมีทาพูดกันไม่มีถะ---มีเถย---ไม่เป็นพุงเป็นม้าม ปลัดทองคำ นั้นเป็นหมัน ไม่ใช่เขาเลื่อน เรือนชาน จะได้ยกใหม่ ขึ้นเป็นมุข ก็ย้อนตัว ผัวเป็นหมัน ย่าโมเลยท่าน ไม่มีลูก ทำจนเหงื่อไหล ปลายไลเลน ก็ลูกไม่มี---เลย

ต้องขอขอบคุณท่านอาจารญืกำปั่น บ้านแท่น ซึ่งท่านได้รวบรวมพร้อมทั้งพิมพ์ และผมก้อขออนุญาตเอามาลงครับ

ขอบคุณ คุณบันเทิง บ้านแทน ที่นำบทเพลงโคราชมาเผยแพร่ ดิฉันเป็นคนโคราชโดยกำเนิด แต่ร้องไม่ได้ คงต้องหัดร้องบ้างแล้ว

นาฎยลักษ์ของนาฎศิลป์โคราช

หนูอยากรู้เรื่องวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวโคราชพอจะบอกให้หนูรับรู้ได้ไหมค่ะ เเละ ช่วยตอบคำถามให้หนูด้วยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ ขอบคุณค่ะ

เคารพอย่างสูง

จาก เด็กหญิงกัลยาณี ณ เมืองโคราช