เพราะโลกมันกลม ลมมันเกลี้ยง โอเลี้ยงแก้วสิบห้าบาท ชาตินี้เราจึงต้องพบกัน

 

ทะเลหมอกบนภูเจ็อดยอด พัทลุง

     ซากี้ พบกันครั้งแรกเมื่อครั้งเดินป่าเขาเจ็ดยอด พัทลุง ทริปวัดใจ  3 วัน 2 คืน   ปลายปี2552 เราพบกัน  คุยกันนับพันเรื่อง แต่เรื่องส่วนตัว ชื่อเสียงเรียงนาม ที่ทำงาน ไม่ถามกัน หากเขาปราถนาจะบอกเราก็รับฟัง นี่เป็นความงามของการเดินป่า เพราะเชื่อมั่นว่าคนที่ชวนเขามา และคนที่มาผ่านการคัดกรองมาแล้ว  

ซากี้ กับซาไก ใครเป็นใครดูเอา

      "เพราะโลกมันกลม ลมมันเกลี้ยง โอเลี้ยงแก้วละสิบห้าบาท ชาตินี้เราจึงต้องมาพบกัน" ในงานเข้าค่ายเยาวชน ทีโรงเรียนไทยรัฐวิทยา บ้านแดง เมื่อ  6 -9  กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซากี้ได้ทวงถามภาพภ่ายที่เดินป่ากันมา จึงได้เวลาเขียนเรื่องเดินป่าเขาเจ็ดยอดให้จบ ในขณะที่ น้องเอก น้องหนานเกียรติเขียนจบไปแล้ว  .....

 

       หลังจากพักที่อ่าวต้นไฟ หนึ่งคืน เราก็หารือกับนายหัวเลิศ ว่าพรุ่งนี้ต้องออกเดินแต่เช้า จะได้ขึ้นไปถึงยอดเขาที่พักแรมไม่ค่ำ   แต่แล้วฝนตามฤดูไม่เป็นใจตกมาตอนเช้าตรู่ ทำให้นักเดินป่าคุดคู้อยู่ในเปล  ผู้เขียนสองคนนายหัวเลิศ ที่นอนข้างกองไฟ ก็ลุกขึ้นมาสุมไฟ อุ่นกับข้าว ฝนไร้ห่า (ฝนส็อกแส็ก)* ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก ตัดสินใจบอกให้เตรียมเดินกลางสายฝน 

      ออกจากอ่าวต้นไฟสายพอควร ทุกคนสวมเสื้อฝน บางคนสัมภาระเปียกน้ำ นั้นหมายถึงสัมภาระจะเป็นภาระมากขึ้นในการเดินทาง จัดกระบวนการเดินเหมือนเดิม ผู้เขียนปิดท้ายกระบวนกับ นะไร วันนี้เดินลำบากยิ่งนัก เพราะอาการปวดเข่าข้างขวาเริ่มถามหาความชราของสังขาร เป็นอันว่าวันนี้เดินช้าผิดปกติ นะไรมองหน้ารู้ใจ เอายามาให้กินให้ทา จนเดินมาถึง "หนาน*สน"

      ที่ที่มาพักทุกครั้ง เหมาะแก่การพัก ทรายขาว หินงาม น้ำลึก ปลามาก  นะไรเข้ามาดูอาการผู้เขียนพร้อมกับเอายาอีกตัวมาให้ กิน พักหายเหนื่อยอาการปวดดีขึ้น ประกอบกับเส้นทางช่วงนี้เดินสบายๆก่อนจะไปถึงคุ้งคั่ง* เป็นปราการด่านสุดท้ายที่เป็นอันตรายในการเดินเพราะต้องปีนป่ายก้อนหินชื่นลื่น 

หาดต้นไฟ

    เสียงน้ำเหนือไหลมาดังฟังแล้วน่ากลัว นายหัวเลิศจึงตัดเส้นทางใหม่ ไม่เดินตามสายน้ำที่ขุ่นคลัก คุ้งคั่งคลุ้มครั่ง  ทุกคนผ่านมาได้โดยปลอดภัย บ่ายกว่าในป่าใหญ่ หิวแต่พักไม่ได้ป่าตรงนี้มีอาถรรพ์ ครั้งครั้งหนึ่งผู้เขียนมาหลงเดินวน หลายหลายเขาหลายภูหาทางออกไปเขาเจ็ดยอดไม่พบ  จนต้องให้ อ้ายหมีปีนต้นไม้ใหญ่ขึ้นไปหายอดเขาเจ็ดยอด จึงมุ่งหน้าหาทางออกขึ้นไปถึงจุดหมาย

บริเวณคุ้งคั้ง ถด แถก เถือก ไถ บนโขดหินลื่น

     หลุดจากป่ากันชนแล้วจะเหมือนกับเป็นโลกอีกโลกหนึ่ง ที่มีสายหมอกห่อหุ้มตัว เหมือนเทวดา เดินเหนือบรรดาต้นไม้ แนะนำให้ซากี้กินลูกหว้าควนที่ต้นสูงไม่ถึง เมตร  พักกินข้าวเทียงต้องเดินกินเพราะถ้าหยุดกินทากจะมาขอกินด้วย เดินขึ้นมาถึงยอดเขาไม่มีต้นไม้ใหญ่เดินสบายตามทางด่านสัตว์  สมเสร็จ*เดินผ่านไปทิ้งมูลไว้ให้เห็นว่าถิ่นนี้มีข้าอาศัยอยู่  

     เดินท่ามกลางสายหมอก สายฝน คนเจ็ดคน มุ่งหน้าสู่เขาเจ็ดยอดที่มีมากกว่าเจ็ดยอด คนเหนือคนจึงจะมีความเพียรขึ้นมาอยู่เหนือเขาได้ "ยิ่งสูงยิ่งหนาวนักบริหารมักถูกโดเดี่ยว "ยิ่งสูงยิ่งสุข นักเรียนรู้ธรรมชาติยิ่งได้เพื่อนแท้จากการเดินสูง.......เข้าสู่ที่พักเขาเจ็ดยอด 

 

 

 

*ส็อกแส็ก    =จับจอด ไม่ได้เรื่อง ฝนส็อกแส็ก ฝนตกไม่ได้เรื่องไม่เป็นห่า 

*คุ้งคั้ง        =เสียงน้ตกกระทบก้อนหิน แล้วไหลลอดใต้หินไปกระทบหินก้อนชั้นใต้ ฟังเสียงดังคุ้งคั้ง 

*สมเสร็จ         =รูปร่างของสมเสร็จ คล้ายกับนำเอาลักษณะของสัตว์หลาย ๆ ชนิดมาผสมไว้ในตัว เดียวกัน มีจมูกและริมฝีปากบนยื่นออกมาและยืดหดได้ ลักษณะคล้ายงวงช้างยาวประมาณ 20 ...
www.nsru.ac.th/oldnsru/data/wide/สมเสร็จ.html -