เขียนให้ผู้สนใจใช้ AI, KM, LO, OD และอื่นๆ เป็น Research Methodlogy หรือ OD Intervention อ้อ กลุ่ม R2R และ Action Research ด้วยครับ

ในโลกอันแสนสุขสงบแห่งหนึ่งของเด็กอนุบาล 3 โรงเรียนสองภาษา ผู้ปกครอง ครู ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างบุคลากรของชาติตัวน้อยๆ กันอย่างจริงจัง โดยเด็กๆก็มีความสุข ได้อยู่กับครูในอัตราส่วน 1 ต่อ 6 ครับ (ครูไทยหนึ่งฝรั่งหนึ่ง)

เหตุการณ์ก็ดำเนินไปเรื่อยๆ แต่อยู่มาวันหนึ่งเด็กคนหนึ่งก็นำตุ๊กตาไบลน์ของแท้ มาโรงเรียน พร้อมคำอธิบายผู้ปกครองแบบเนี๋ยมๆว่าพอดีไปเที่ยวญี่ป่นเลยซื้อให้ลูก เห็นมันไม่แพงตัวละสามพันกว่าบาทเอง

แค่นี้ครับโลกใบน้อยของเด็กอนุบาล 3 และชั้นเรียนอื่นๆเริ่มป่วนครับ เพราะลูกเริ่มกลับไปขอเจ้าตุ๊กตาสติแตกนี่กับพ่อและแม่ ก็ต้องงัดกลยุทธ์กันเยอะครับ ลูกสาวผมก็เอากะเขาด้วย อธิบายเหตผลอย่างไร ดูเหมือนฟัง แต่เมื่อความเงียบงันมาเยือน เธอก็จะมองหน้าพ่อกับแม่ แล้วขอให้ซื้อเจ้าตุ๊กตานี่ครับ

ว่าไปแล้วเป็นปัญหาระดับตระกูลเชียวครับ เพราะญาติคนหนึ่งก็บอกว่า เดี๋ยวซื้อให้ ของปลอมมีเยอะ แต่ผมกับภรรยาก็คิดอีกแบบคือไม่ซื้อให้เลยครับ เรื่องนี้ไม่อยากเล่าครับ ผมเชื่อว่าผู้ปกครองเด็กหญิงหลายคนคงเจอความท้าทายในชีวิตแบบนี้ให้มาทดสอบ

ตัดมาตรงนี้ครับ ผมไม่ได้ตั้งใจเล่าเรื่องวิธีเลี้ยงเด็ก

ลองมองให้ดีนะครับ ในสังคมแคบๆแห่งหนึ่ง ไม่ได้มีแค่ input process output และ feedback เท่านั้น คล้ายๆการบริหารไหมครับ การผลิตเด็กดีๆหนึ่งคนไม่ได้ขึ้นกับเด็ก กระบวนการเรียนการสอน ครู และการสะท้อนผลในรูปแบบต่างๆ เพียงอย่างเดียว อันนี้คือแนวคิดระบบปิด (Close System) ครับ แต่จริงๆแล้วระบบหนึ่งอาจต้องสั่นสะเทือน เพราะ "ข้อมูล"จากภายนอก เช่นกรณีตุ๊กตาน้อยนี่ก็ได้ครับ

คล้ายๆกับในองค์กรใช่ไหมครับ องค์กรไม่ได้มีแค่คน ระบบงาน กระบวนการทำงาน และผลงานในโลกใบน้อย หรือระบบปิดเท่านั้น เคยได้ยินไหมครับ ลูกน้องดีๆอยู่มาวันหนึ่งเกิดลาออก เพราะไปได้ยินว่าเพื่อนที่ต่างโรงงานได้เงินมากกว่าแค่ 100 บาทก็มี

ตรงนี้เป็นทฤษฎีที่เก่าแก่ที่สุดครับชื่อทฤษฎี Open System ครับ คือเป็นการอธิบายว่าเวลาจะบริหาร การเปลี่ยนแปลงใดๆ สิ่งที่ต้องดูไม่แค่ input process output และfeedback เท่านั้น แต่รวมถึง External Information ด้วยครับ

แนวคิดนีhอธิบายเหตุผลว่าทำไมเวลาเราทำกลยุทธ์เราต้องทำ  SWOT ครับ ทำไมเวลาวางแผนเราควรมีมาตรการรองรับความเสี่ยง หรือการบริหารคามเสี่ยง นี่ก็เพราะ เราไม่ได้อยู่ในระบบปิดครับ เราอยู่ในระบบเปิดต่างหาก เราเปิดรับอะไรที่บางทีเราอาจไม่คาดคิดคาดผันครับ ทำให้เราต้องพัฒนาตัวเอง หูตาต้องไว ครับ รู้หลายศาสตร์ อย่างน้อยถ้าไม่รู้หมด ก็ควรรู้ว่าจะไปถามใคร   

ทฤษฎีนี้เป็นที่มาของวิชา Organization Development ซึ่งเป็นต้นตอของ AI, TQM, LO, KM, Strategy ในปัจจุบันครับ

เมื่อพูดถึงการวิจัยองค์กร Organization Research หรือการทำ OD  เช่น AI, TQM, LO, KM จึงยากที่จะควบคุมตัวแปรได้หมด เพราะอะไรครับ เพราะเราไม่สามารถจับคนไปควบคุมในหลอดแก้วได้

หมายเหตุ:

เขียนให้ผู้สนใจใช้ AI, KM, LO, OD และอื่นๆ เป็น Research Methodlogy หรือ OD Intervention  อ้อ กลุ่ม R2R และ Action Research ด้วยครับ