วันนี้สำหรับคนทำงานบางคนได้หยุดพักกาย

เพื่อออมแรงไว้สู้ต่อ แต่บางท่านก็ต้องดิ้นรนทำต่อไปไม่มีวันหยุด

ถึงกระนั้นหน้าที่การงานงานมีหยุดพักบ้างเป็นช่วงจังหวะ

แต่สำหรับงานชีวิตของแต่ละคนก็ต้องดำเนินต่อไปไม่หยุดยั้ง

พักหน้าที่หนึ่งเพื่อมาตรวจสอบอีกหน้าที่หนึ่ง

เพื่อตรวจสอบบทเรียนแห่งชีวิตทุกช่วงจังหวะ

ทุกมุมมองในชีวิตมีบทให้แต่ละคนเรียนเสมอ

ตราบใดที่ยังหายใจอยู่ตราบนั้นต้องศึกษาบทเรียนกันต่อไป

ธรรมฐิตเปิดอ่านบันทึกชีวิตที่ผ่านมาเพื่อตรวจสอบพฤติกรรมตน

เจอกลอนสอนใจที่จดไว้แต่ไม่ได้บอกที่มา

เลยนำมาแบ่งบันความสุขกันและกันขอรับ

.....................

จิตมนุษย์เปรียบเป็นเช่นท้องฟ้า

ยามมีทุกข์โศกาน้ำตาไหล

ยามเมฆคลุมท้องฟ้าโศกาลัย

ฟ้าร้องไห้เป็นน้ำฝนให้ยลยิน

   แม้ท้องฟ้ายังหมองยังร้องไห้

แม้ยิ่งใหญ่ก็ทุกข์ยากลำบากสิ้น

แม้มนุษย์ครุฑาหรือนาคิน

แม้ต้อยต่ำดำดินไม่สิ้นทุกข์

   จงยอมรับปรับใจแก้ไขจิต

อย่าเข้าพงหลงผิดไปติดสุข

เดี๋ยวผูกล่ามความคิดไปติดคุก

ความสนุกสุขหรรษาปัญญาทราม

   เมื่อเมฆฝนสร่างซาฟ้าสดใส

เมื่อทุกข์จางห่างใจใสอร่าม

ทุกข์และสุขใกล้ชิดต่อติดตาม

เป็นนิยามแห่งชีวิตน่าคิดนัก

......

ธรรมะสวัสดีขอรับ