In conclusion, the more you practise...the less you make a mistake.

สวัสดีครับ ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาผมเร่งทำ อวช.+เตรียมสอบทั้งเดือนเลยหายหน้าหายตาไปครับ ผมเพิ่งไปสอบ IELTS test เมื่อวานนี้ 23 ม.ค.53 ที่ โรงแรมอโนมา ตรงข้าง central world plaza

IELTS เป็นการสอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษที่เป็นระบบของประเทศอังกฤษ เทียบเคียงได้กับ TOEFL ของอเมริกา ปัจจุบัน america ก็ยอมรับการสอบระบบนี้เช่นกัน รายละเอียดสามารถศึกษาได้จาก http://www.britishcouncil.org/th/thailand-exams-ielts.htm ผมสมัครสอบกับ british council ที่สยามสแควร์ ตอนไปสมัครก็จะต้องเอาบัตรประจำตัวประชาชนหรือ pass port ก็ได้พร้อมรูปถ่าย 2 นิ้ว 2 ใบและกรอกแบบ form (กรอกเป็นภาษาอังกฤษนะครับเน้นว่า...ชื่อนามสกุลและข้อมูลสำคัญต้องถูกต้องเพราะจะเป็นหลักฐานในผลการสอบที่เราจะเอาไป apply ต่อ) เหตุผลที่ผมเลือกสอบ IELTS แทน TOEFL เพราะข้อสอบน้อยกว่า คือฟังกับอ่าน session ละแค่ 40 ข้อ และเขียนแค่ 2 ข้อ แต่เป็น essay +ไม่ใช้คอมพิวเตอร์+คุ้นกับสำเนียงอังกฤษมากกว่า

เขาสอบกันทั้งหมด 4 ทักษะการ ฟัง การพูด การอ่าน และ การเขียน ก็หิน ๆ ทั้งนั้นครับสำหรับผมแล้วเตรียมตัวน้อยไปหน่อย

คำแนะนำสำหรับคนที่ไปสอบ...

1.ไปเช้าหน่อย(7.30  น.) เวลานัดหมายคือ8.15 น.เพราะคนเยอะมาก 250 คน เวลาเช็คชื่อจะได้ไม่เครียด (ตอนแรกหาชื่อไม่เจอ ...เล่นเรียงตามเลขที่สมัครไม่เรียงตามลำดับอักษรก็เลยงง)

2.ไม่ควรนำของมีค่าไปด้วยเพราะต้องฝากทุกอย่างไว้กับ counter สิ่งที่เอาเข้าห้องได้คือบัตรประชาชนหรือ passport ที่เราใช้เป็นหลักฐานตอนสมัครเท่านั้น เขาเตรียมดินสอไว้ให้ครับ

ช่วงเช้าสอบ 3 ทักษะ คือ ฟัง-อ่าน-เขียน ตามลำดับ

ฟัง-แนะนำว่า...ใน booklet ที่สถานที่สอบเตรียมไว้ให้...เข้าเปิดให้ฟังแค่ครั้งเดียว...ต้องมีสมาธิมาก ใช้เวลาแค่ 30 นาที trickก่อนสอบ ไม่มีวิธีลัด..ต้องฟังมาก ๆ

อ่าน-บอกได้เลยว่ายากถึงแม้จะแค่ 40 ข้อ แบ่งเป็น 3 passage trick

1.อ่านข้อสอบก่อนเพื่อหา key word ที่จะเอาไปจับประเด็น เช่น ผมอ่านข้อสอบถามว่า ใครพุดสิ่งเหล่านี้ " key word คือชื่อคนนั้นเอง"

2.อ่านผ่านเร็วเพือเข้าใจ main idea..ต้องเร็วและไม่ใช่อ่านทุกตัวอักษร มิฉะนั้น..ไม่ทันแน่นอน เพราะศัพท์ยากมาก

3.แบ่งเวลา เท่า ๆ กัน 20 นาทีละ 1 passage หมดเวลาแล้วข้างทันที

3.ความยากจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นทำเรียงลำดับนะครับอย่างทำย้อนหลัง

เขียน- อันนี้จริง ๆ น่าจะเป็นส่วนที่ relax ที่สุด แต่ก็ต้องเตรียมตัวมา trick

1.แบ่งเวลาทำข้อ 20 นาที สำหรับอธิบายแผนภูมิ..ปีนี้ของผมเป็นแผนที่เทียบปัจจุบ้นและอนาคต....ไวยากรณ์ต้องถูก+ใช้ตัวเชื่อมที่เหมาะสม...วิเคราะห์เปรียบเทียบเท่าที่ข้อมูลมีอยู่และ ไม่ใส่ความเห็นส่วนตัว เพราะเขาไม่ได้ถาม

2.  40 นาที essay อันนี้ใส่ความเห็นส่วนตัวได้เต็มที่...เขียนเรียงความ..ผู้คุมสอบแนะนำให้ทำส่วนนี้ก่อนเพราะคะแนนมากกว่า...แต่ผมทำทีหลัง...เหตุเพราะผมเป็นคนคิดนานและเสียเวลากับการทำให้ prefect ผมเลยทำข้อ 20 นาทีก่อน เพราะอธิบายไปตามที่มีข้อมูล

พอจบเที่ยง.......ไปพักแล้วรีบขึ้นมาสอบ

พูด....ใช้เวลาน้อยมากแค่ 10 นาที นั้งรอเกือบ 20 นาที..ผมทำได้ดีในช่วงแรก คือแนะนำตัว ท่าจะเข้าท่า...แต่พอขึ้นข้อ 2 คือ topic เจอ topic เรื่องธรรมชาติ เข้า theme ปีนี้เลย...ผมทำได้ไม่ดีนัก...รู้เลยว่าเราอ่านน้อยเกินไป...ไม่มีข้อมูลในหัวเลยทั้ง ๆ ที่ข้อสอบไม่ยาก.....คำแนะนำตรงนี้...อ่านความรู้รอบตัวภาษาอังกฤษให้มากโดยเฉพาะข่าวคราว scoop สัมภาษณ์ต่าง ๆ จะช่วยให้ทำตรงนี้ได้ดีขึ้น

In conclusion, the more you practise...the less you make a mistake.