วันนี้อากาศแจ่มใส สายลมแผ่วๆ พัดมาเป็นระยะๆ บรรยากาศเช่นนี้เชิญชวนให้ข้าพเจ้าออกไปชื่นชมความงดงามแห่งหมู่มวลไม้หน้าบ้าน…แม้ว่าจะมีพื้นที่เล็กๆ เพียงไม่กี่ตารางเมตร แต่ข้าพเจ้าก็แสนจะภูมิใจหนักหนาในสวนเล็กๆ ของข้าพเจ้าแห่งนี้ ดอกไม้ในกระถางเล็กๆ ทีปลูกไว้ ยิ้มแย้มรับแสงตะวันอ่อนๆ ที่ทอดมา...หนึ่งในนั้นคือดอกไม้สีม่วงแกมชมพูดอกเล็กๆ ที่มีคนใจดีแบ่งมาให้ปลูก โดยบอกว่านี่คือดอก Forget-Me-Not ข้าพเจ้าออกจะแปลกใจไม่น้อยเพราะลักษณะดอกและต้นช่างแตกต่างจากดอก Forget-Me-Not ที่ข้าพเจ้าเคยเห็นและรู้จัก...เอ หรือว่า Forget-Me-Not จะมีหลายสายพันธุ์กันนะ? เมื่อสงสัยก็ต้องพยายามหาคำตอบ...แน่นอน แหล่งข้อมูลของข้าพเจ้าก็ไม่พ้น กูรู- กูรู้อย่างท่าน google นั่นเอง ในที่สุดข้าพเจ้าก็ได้คำตอบมาว่าเจ้าดอกไม้น้อยๆ ของข้าพเจ้าต้นนี้มีชื่ออย่างไพเราะเพราะพริ้งว่า แวววิเชียร หรือบางคนจะเรียกว่า Forget-Me-Not เมืองไทย มิน่าล่ะ...คนที่ให้มาถึงบอกว่าเป็นดอก Forget-Me-Not แต่จริงๆ แล้วดอกแวววิเชียรและดอก Forget-Me-Not เป็นคนละชนิดกันโดยสิ้นเชิง ดอกแวววิเชียร มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Angelonia goyazensis Benth. ในขณะที่ดอก Forget-Me-Not ที่รู้จักกันทั่วโลกนั้น เป็นพืชในสกุล Myosotis ชื่อแวววิเชียรนี้ หลวงบุเรศบำรุงการ เป็นผู้ที่ตั้งชื่อให้ ซึ่งปัจจุบันคนส่วนใหญ่รู้จักและเรียกชื่อไม้ดอกชนิดนี้ว่าแวววิเชียร แต่ก็ยังมีคนไทยบางคน ที่ยังนิยมเรียกว่า Forget-Me-Not อยู่บ้าง ค้นไปค้นมาเพลิดเพลินจนได้อ่านตำนานของดอก Forget-Me-Not...ดอกไม้ชื่อแปลกชนิดนี้ อ่านตำนานเค้าแล้ว...ซึ้งเชียวล่ะ ตำนานดอก Forget-Me-Not คำว่า " Forget-Me-Not" แปลว่า " อย่าลืมฉัน " เป็นคำพูดสุดท้ายของผู้ชายคนหนึ่งก่อนที่ความตายจะมาพรากเขาไปจากสาวคนรัก หนุ่มคนนี้มีชีวิตอยู่ในฝรั่งเศสเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว เขาเป็นอัศวินผู้กล้าหาญ ซึ่งมีคนรักเป็นสาวงาม ครบสูตรคู่รักเพอร์เฟ็คท์ของสมัยนั้น วันหนึ่งทั้งคู่ไปเดินเล่นริมแม่น้ำ บังเอิญสาวคนรักเหลือบไปเห็นดอกไม้แปลกหน้าสีม่วงเข้มสดใส ซึ่งไม่เคยมีที่ไหนมาก่อนชูดอกงามอยู่ริมตลิ่ง เธอก็เลยขอร้องคนรักให้ลงไปเก็บให้ ซึ่งเขาก็ทำตามโดยดี แต่โชคร้ายที่ตลิ่งลื่นมาก และตัวเขาก็ใส่เสื้อเกราะเหล็กซึ่งหนักอึ้งอยู่ ชายหนุ่มก็เลยลื่นตกลงไปในแม่น้าเชี่ยวกราก เขาพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด แต่เพราะน้ำหนักเสื้อทำให้จมลงไปทุกที ชายหนุ่มรู้ว่าจุดจบของเขาคงจะมาถึงแน่แล้ว เขาจึงโยนดอกไม้ดอกงามขึ้นไปให้สาวคนรักและตะโกนบอกเธอเป็นประโยคสุดท้ายว่า " Ne moubliez pas......อย่าลืมฉันนะที่รัก " จากนั้นร่างของเขาก็จมหายลงไปในแม่น้ำ " ดอก Forget-Me-Not " ( เป็นคำในภาษาอังกฤษแปลว่าอย่าลืมฉัน ) จึงถูกตั้งให้เป็นตัวแทนของรักแท้ที่ไม่มีวันดับ เหมือนความรักของอัศวินหนุ่มกับสาวคนรักนั่นเอง (ที่มา http://www.dnp15.com/admin/file_new/17Jun09144404.htm) อ่านตำนานจบก็เกิดคำถามตามประสาคนช่างสงสัย...เอ อัศวินเค้าใส่เสื้อเกราะตลอดเวลาเลยหรือไงนะ? ไปเดินเที่ยวกับแฟนสาวทั้งทียังต้องใส่เสื้อเกราะอีกเหรอ หรือว่าถ้าไม่ใส่เสื้อเกราะแล้วเค้าจะไม่รู้ว่าเป็นอัศวิน...อิอิ แม้ว่าแวววิเชียรหรือ Forget-me-not ของไทยจะแตกต่างจาก Forget-Me-Not ที่ทั่วโลกรู้จัก แต่ทว่าความงามนั้น ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย เมื่อพิจารณาแล้วข้าพเจ้ารู้สึกว่าดอกแวววิเชียรนี้ช่างเหมือนนางฟ้าน้อยๆ เสียจริง...ก็กลีบดอกบอบบาง แสนหวาน เหมือนกับกระโปรงของนางฟ้าเลยนี่นา...เอ จะว่าไปก็สมกับชื่อของเธอนะ Angelonia (Angel= นางฟ้า) แล้ววันนี้นางฟ้าก็มามอบความสุขแก่ข้าพเจ้า ทำให้ข้าพเจ้ายิ้มได้ยามได้ชื่นชมความงามของเธอ และนางฟ้าน้อยๆ ต้นนี้ ก็กำลังมอบความสุขแก่มวลมิตรของข้าพเจ้าเช่นเดียวกัน...(^v^)
อูยยยยย น่ารักทั้งดอกไม้ ทั้งเจ้าของบล็อกเลยค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
ชื่อ แวววิเชียร ก็ไพเราะดีนะค่ะ
ดอกผีเสื้อสีม่วงสวยเชียว (^v^)
ที่ว่าผู้หญิงต้องคู่กับดอกไม้เห็นจะจริง อิอิ
ชื่อแวววิเชียรไพเราะดีค่ะ ความหมายก็ดีด้วย
แต่ครูนกว่าไหมคะว่า...เค้าน่าจะมีตำนานดอกแวววิเชียรแบบไทยๆ บ้างเนอะ
สวัสดีค่ะ
ที่อัสวินใส่เสื้อเกราะคงแต่งมาอวดแฟนสาวมั้ง..
แบบว่าแต่งตัวเต็มยศไงดาวฟ้า..
ธรรมสวัสดียามเช้า สาธุๆๆ
แหม....ดาวว่าความหมายดีนะคะ "อย่าลืมฉัน"
เวลาที่ให้ใครไปปลูก เค้าเห็นดอกไม้แล้วจะได้นึกถึงเรา อิอิ
นั่นสินะเจ้าคะ เค้าอาจจะอยากอวดแฟนสาว แต่คุณแฟนก็ช่างไม่รักต้นไม้เสียเลย
เจอดอกไม้สวยๆ แทนที่จะปล่อยเค้าไว้ตามธรรมชาติให้คนอื่นได้ชื่นชมบ้าง ดันใช้ให้คุณอัศวินไปเก็บให้ซะนี่...เฮ้อ
พี่จำได้ว่า ดอก for get me not สีม่วง เป็นดอกไม้ประจำบ้าน ตอนเด็กๆค่ะ
ตอนนี้มีสีอื่นด้วย สวยค่ะ
ดาวเคยเห็นเจ้าดอก Forget-Me-Not ดอกจริง แค่ครั้งเดียวเองค่ะ
ดาวชอบสีฟ้าม่วงๆ แล้วก็รูปแบบกลีบดอกเค้า ดูง่ายๆ คลาสสิคดีค่ะ
อ่านแล้วทำให้นึกถึงตอนเด็ก ค่ะ หมอดาว แถว ๆ บ้านติ๋วจะมีดอกแวววิเชียรนี่แหละ ขึ้นแถว ๆ ริมคลอง เเต่จะเป็นคนละสายพันธุ์กับที่หมอดาวเอารูปมา show คือ ดอกจะเป็นสีม่วง
ที่มา http://www.flickr.com/photos/nupung/3696444489/
อย่างที่ทราบกับว่า แวววิเชียรเป็นพืชวงศ์ SCROPHULARIACEAE เขาจะมีกลิ่นเฉพาะที่ค่อนข้างฉุน
ตอนเด็ก ติ๋วเห็นขึ้นตามริมคลองดิน ซึ่งเป็นเส้นทางเดินระหว่างบ้านกับโรงเรียน ติ๋วและพี่ชายชอบดึงเอาดอกมันออกมาเล่นค่ะ
เด็ดก้านดอกมาเสียบตรงก้นดอก ซึ่งมันจะมีรูที่เราดึกก้านดอกออก
ฐานรองดอกจะคล้าย ๆ หัว
แล้วจัดดอกคว่ำลงวางกับน้ำ หน้าตาเขาจะคล้าย ๆ เป็ดลอยน้ำ
เราจึงเรียกดอกนี้ในวงเด็ก ๆ กันว่า "ดอกเป็ดค่ะ"
เป็นของเล่นจากจินตนาการที่สนุกสนาน อย่างเป็นธรรมชาติจริง ๆค่ะ
แต่เตือนไว้ก่อน กลิ่นฉุน ๆ นี่จะติดมือได้นะคะ
(^_^)
มาชมดอกไม้งาม นามไพเราะ ความหมายสุดซึ้ง
ขอบคุณน้องดาวค่ะ แวววิเชียร ชื่ออ่อนนอก แข็งใน
ทำให้นึกถึง เหมือนหญิงไทยใจกล้า
สวัสดีค่ะ
เพิ่งทราบนะคะว่าดอกไม้นี้มีตำนานอย่างนี้เอง
ดอกสวยเชียวค่ะ ทั้งแวววิเชียรและฟอร์เก็ตมีน็อท
ยังไม่เคยวาดเลยค่ะ
ดาวว่าดาวได้ของเล่นใหม่แล้วล่ะ อิอิ
เดี๋ยววันนี้ลองเอาเจ้า "ดอกเป็ด" ไปลอยน้ำดูดีกว่า
แถมลักษณะดอกยังดูอ่อนหวาน
หากจะเปรียบเหมือนหญิงไทยอย่างที่พี่ปูบอกก็คงเหมาะสมดีค่ะ
อยากเป็นดอกแวววิเชียรกับ Forget-Me-Not ในแบบที่เป็นภาพวาดบ้างจัง
ถ้าเป็นฝีมือพี่ตุ๊กตา ดาวว่าสวยแน่นอน (มั่นใจตั้งแต่ยังไม่เห็นภาพ อิอิ)
สวัสดีครับคุณ หมอดาวฟ้า
Forget-Me-Not (อย่าลืมฉัน) คำเตือนพระให้ฉันข้าวครับหมอ อิอิ
น่าจะปลูก "อย่าลืมฉัน" ไว้ในวัดเยอะๆ นะคะ พระท่านจะได้ไม่ลืมฉัน
แถมวัดจะได้สวยๆ ด้วย อิอิ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ
มีความสุขในทุกๆ วันเช่นเดียวกันค่ะ ^v^