อย่างที่เขียนบันทึกนี้ ไปแล้วครับเมื่อวานว่ามีโอกาสได้ไปร่วมแลกเปลี่ยนกับครูสร้างชาติ(ครู สช.) ประเด็นสำคัญของการพูดคุย คือ บทบาทหน้าที่ครูที่ควรจะเป็นในการจัดการศึกษาในพื้นที่กับการก่อเกิดชมรมครู สช. มีประเด็นชวนคิดจากผู้เข้าร่วมฟังก็คือครู สช. ท่านนึงครับว่า "เราจะทำไปทำไม ทำแล้วได้อะไร แล้วผู้สนับสนุน...ฯลฯ" ฟังแล้วผู้ดำเนินรายการหันมองมาที่ผม ผมก็ตอบเพียงสั้นว่า "นั่นแหละที่คุณตั้งคำถามทั้งหมดนั่นแหละ คือ เหตุผลของความจำเป็นที่จะต้องมาร่วมกันขับเคลื่อนทางการศึกษาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้"

     หลังจากนั้นผมก็ถอดบทเรียนในประเด็นของการทำงานการอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม(ซึ่งเรื่องนี้อิสลามสนับสนุนครับให้อยู่กันเป็นกลุ่ม สองหัวดีกว่าหัวเดียว และที่สำคัญอย่าลืมว่าหมาป่าจะกินก็เฉพาะแกที่หลงฝูงเท่านั้น) จากคณะทำงานกลุ่มเสียงเล็กๆที่ผมเป็นที่ปรึกษา ณ ตอนนี้อยู่ว่า...ผมเริ่มรวบรวมคณะทำงานเสียงเล็กๆด้วยใจของตัวเองที่จะร่วมขับเคลื่อนการศึกษาในพื้นที่ฯ หลังจากนั้นก็ทำให้ทุกคนได้เห็นว่ามีนมีบางสิ่งบางอย่างนะที่เราสามารถร่วมขับเคลื่อนไปด้วยกันได้หากเราคิดจะพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้สังคมได้ประจักษ์ จนได้รับการยอมรับจากสังคม ชุมชน และคนในพื้นที่จนมีน้องๆเห็นความตั้งใจในการทำงานเลยอาสาเข้ามาช่วยร่วมขับเคลื่อนด้วย(จิตอาสา/จิตสาธารณะ) โดยทุกคนให้เหตุผลครับว่า "ผมว่าการทำงานที่บัง(พี่ชาย)ทำอยู่มันไม่จำเป็นต้องบอกใครว่าเราทำเพื่ออะไร และที่สำคัญสิ่งที่บังทำอยู่มันเกิดจากใจและเห็นผลด้วยใจจริงๆ" หลังจากนั้นผมก็ได้คณะทำงานที่เข้ามาร่วมขับเคลื่อนการศึกษากิจกรรมจิตสาธารณะมากมายที่เราสามารถทำได้ให้เยาวชนชุมชนคนพื้นที่แห่งนี้และที่สำคัญคณะทำงานกลุ่มเสียงเล็กๆก็เป็นคนพื้นที่เองแทบทั้งหมดเข้ามาร่วมอาสาผลักดันตรงนี้โดยที่ผมไม่ต้องลงทุนจ้างให้ทำงานแม้แต่บาทเดียวที่เป็นเงินเดือน(อัลฮัมดุลิลละฮฺ) ผมบอกอยู่เสมอทุกเวทีครับ ว่า"ปัญหาพื้นฐานของพื้นที่หนึ่งพื้นที่ใดต้องแก้ปัญหาด้วยคนพื้นที่เอง"


      จากคนหนึ่งคนพกพาใจที่มุ่งมั่นก่อเกิดเป็นคนสองคน สามคน สี่คน จนกระทั่งนะขณะนี้คณะทำงานที่ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมโดยเฉพาะเยาวชนและการศึกษารว่มกว่าสิบชีวิต ไม่นับรวมเครือข่ายน้องเยาวชนที่เราได้มีโอกาสไปร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ทุกที่ทุกเวลาที่เราไปเราก็ไม่ได้เริ่มต้นที่ทุนที่เรียกว่า "เงิน" แต่เราเริ่มต้นที่ทุนที่เรียกว่า "ใจ(สาธารณะ)" และทุกที่ที่คณะทำงานกลุ่มเสียงเล็กๆได้ไปสิ่งที่ได้กลับมา คือ ทุนทางปัญญาทุนทางพลังใจที่ทำให้ทุกคนคิดต่อว่าเราจะพัฒนาให้ดีขึ้นกว่านี้อย่างไรต่อไปหากเราได้มีโอกาสทำสิ่งเหล่านี้อีก เพราะฉะนั้นทุกคนจะเกิดการขับเคลื่อนในมิติต่างๆที่ตนถนัดโดยที่ไม่จำเป็นต้องบอกว่าคุณต้องทำอย่างนั้น เราต้องทำอย่างนี้ แต่แนวทางที่ทุกคนจะร่วมเดินเกิดจากการได้ลงมือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดและเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ผมมีความสุขครับกับการได้ทำงานกับคณะทำงานกลุ่มนี้ที่พกพาหัวใจเกินร้อยมาร่วมกันผลักดันสร้างสรรค์ขับเคลื่อนสังคมในพื้นที่อย่างที่ควรจะเป็น

       สรุป... อยากจะขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับว่า การทำงาน การก่อเกิดพลังขององค์กรสิ่งสำคัญที่สุดคือทรัพยากรที่เรียกว่า "คน" และที่สำคัญผมเชื่อว่าทุกองค์กรมีทุนนี้อยู่เป็นต้นทุน คำถามคือ "ทำอย่างไรให้ทรัพยากรสำคัญที่เรามีอยู่ก่อเกิดการพัฒนาด้วยกระบวนการหรือเครื่องมือที่เรียกว่าจิตใจ(สาธารณะ)" โดยที่ไม่ต้องรอว่่า "เงิน" จะมาเมื่อไหร่จะมีตอนไหนแล้วเราค่อยเริ่มทำ จริงอยู่ครับว่าบางครั้งมันก็เป้นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนกลไกบางอย่างแต่ผมเชื่อว่ามิใช่ปัจจัยพื้นฐานแรกที่เราต้องมี ขอแค่กายพร้อม ใจพร้อม เราก็เดินไปด้วยกันได้ครับ

        ฉะนั้นการหันหน้าเข้าหากันรับฟังแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันในจุดเด่นจุดด้อยของกันและกันเชื่อครับว่าการพัฒนาอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะองค์กรเราสามารถเดินไปได้ และสบายใจโดยที่มิจำเป็นต้องเริ่มต้นที่ทรัพยากรที่เรียกว่า "เงิน"

         สุขใจที่ได้ทำทำเพราะมีความสุข...

(กำลังใจจากลุงเอกของชาวโกทูโนที่ส่งมาให้พวกเรา)

        วัลลอฮฺอะลัม...