คิดว่าเมื่อต้องผ่าตัดอีกครั้งขอให้ผ่านพ้นวิกฤติ และฟื้นตัวเร็ว แต่ยังไม่พ้นเมื่อต้องมารับรู้ผลเนื้องอก.....ทำไมนะชะตาชีวิชีวิตจึงได้กลั่นแกล้วครอบครัวของเรา จะมีโอกาสแค่ไหน เราก็ต้องประคับประคองและต่อสู้จนกว่า
        ต้องขออนุญาตนำสำเนาจดหมายมาเผยแพร่ เผื่อว่าอาจจะเป็นความรู้ให้กับหลายๆท่านที่กำลังประสบชะตากรรมเหมือนเรา  พอดีคุณ Noina ถามเกี่ยวกับการรักษาอาการเนื้องอกเลยต้องเล่าให้ฟังอย่างละเอียดหน่อยค่ะ
ถึงคุณ Noina  
      ดิฉันต้องขอโทษด้วยที่ตอบเมล์ช้าไป เพราะต้องพาสามีไปผ่าตัดรอบที่สองตั้งแต่ 5-16 ม.ค. 52 เพิ่งออกจากโรงพยาบาลวันครูนี่เอง

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเกี่ยวกับความรู้เรื่องมะเร็งและสมุนไพรต่างๆ นับว่าเป็นประโยชน์และเป็นคำแนะนำที่ดี ทำให้เกิดทางสว่างกับผู้ที่กำลังตกอยู่ในมุมมืดๆ อย่างดิฉัน   จากที่คุณ Noina บอกว่าคุณพ่อเป็นก้อนเนื้อในสมอง แต่ยังไม่ได้ผ่า ดิฉันก็ไม่ค่อยมีความรู้มากนักแต่จะขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์เท่าที่รู้จากคุณหมอที่รักษาสามีนะคะ

 สามีดิฉันมีอาการปวดศรีษะบ่อยๆ และปวดมากติดต่อกัน 2-3 เดือน เท่าที่จำได้ว่าปวดแบบรุนแรง คือช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. 51 เคยหาหมอตามสถานพยาบาลใกล้บ้านก็ได้ยาแก้ปวดมาทุเลาอาการ แต่พอหนักเข้าชนิดมองไม่เห็นลืมตาไม่ได้ ลุกไม่ได้จนต้องหามส่งโรงพยาบาล คุณหมอตรวจเลือดหาพยาธิตัวจิ๊ดไม่เจอเลยให้กลับบ้าน
   อกลับบ้านอาการก็บางวันปวด บางวันหาย อีก ประมาณ 1 เดือนก็มีปวดมากๆอีก พอดีสามีจะพากุลไปฝากครรภ์ที่จังหวัด เลยแวะไปทำ CT scan คือเอ้กซเรย์สมอง 
ปรากฏมีก้อนเนื้อ ประมาณ 6x 7 เซ็น ประมาณไข่เป็ด คุณหมอก็บอกไม่ได้ว่าเนื้อดีหรือร้าย  ต้องมีการผ่าเอาเนื้อออกไปส่งพิสูจน์ที่กรุงเทพฯ สามีก็เลยตัดสินใจผ่าโรงพยาบาล เลย ไม่ใช่เอกชนที่ไป CT เพราะเพื่อนพยาบาลแนะนำว่าคุณหมอท่านเก่งมากๆ อายุเท่ากันกับกุลและสามี 33 ปี
ตอนที่ผ่าดิฉันยังท้องประมาณ 6เดือน แต่ก็ต้องเสี่ยงดวงเหมือนกัน แต่เหมือนมีปาฏิหาริย์ สามีไม่ต้องให้เลือดขณะผ่าตัดเลย ทั้งที่เตรียมเลือดเอาไว้เยอะมากจากเพื่อนครู นักเรียน และผู้มีจิตใจดีบริจาคให้ 10 กว่าถุง

    เข้าห้องผ่าตัดตั้งแต่ 9 โมงเช้า ออกมาอีกทีก็บ่ายโมง-บ่าย 2 ถ้าจำไม่ผิด ขณะย้ายจากห้องผ่าตัดไป ICU หมออนุญาตให้ญาติเข้าไป 1-2 คน ดิฉันไปกระซิบข้างหู เขาก็พยักหน้ารับรู้ และจับมือเขาก็บีบมือเรา หมายถึงเขารับรู้ และรู้สึกตัวเร็ว

    หลังจากพักผ่าตัดและพักฟื้นรวม 19 วัน สามีก็ไปทำงานสอนนักเรียนเหมือนเดิมแต่ต้องพบหมอทุกเดือน ยาที่ได้รับก็จะมี วิตามิน ยากันชัก ยาแก้ปวด ยาทำใหเลือดไหลเวีียน รวมแล้วประมาณ 4- 5 ตัว  ต้องกินทุกวัน แต่อาจจะด้วยความประมาทหรือไร บางวันเขาก็ลืมกินยา ลืมเอายาไปโรงเรียน หรือกินเลยเวลา ทำให้มีอาการชักเกร็ง 3- 4 ครั้งภายหลังออกจากโรงพยาบาลในระยะเวลา 1 ปีครึ่ง และยังมีอาการปวดหัวบ้างแต่ไม่รุนแรงเหมือนเก่า

  ตอนที่ไปพบแพทย์หลังผ่า คุณหมอบอกว่าต้องกินยากันชักไว้เพราะสมองจะทำงานไม่เหมือนเดิม อาจมีอาการหลงลืม หรือกล้ามเนื้ออ่นอล้าได้ ซึ่งหมอก็ส่งเนื้อไปตรวจโรงพยาบาลที่กรุงเทพน ผลออกมาบอกว่ากล้ำกึ่งแต่ยังไม่ปรากฏว่าเป้ฯเนื้อร้า่ย ทำให้เราสองคนเย็นใจและไม่ได้ดูแลตัวเองมากนัก ยังทำงานหนัก กินอาหารไม่เลือก
จนกระทั้ง 25 ธันวาคม 2552 ต้องไปพบหมอตามวันนัดทุกเดือน บอกหมอว่ายังมีปวดศรีษะอีก คุณหมอเลยให้เอกซเรย์ซ้ำ
    ปรากฏว่าในสมองเกิดก้อนเนื้อขึ้นอีกไม่โตเท่าเดิมแต่มีการกระจายไปหลายกระจุก ต้องรีบผ่าตัดเอาออก

จึงได้เข้าผ้าตัดอีกรอบวันที่ 7 ม.ค. 53 คราวนี้ก็ไม่ได้ใช้เลือดขณะผ่าตัดอีก แลับางรายอาจต้องใช้เลือด 3-5 กระปุก ขณะผ่าตัด แต่พอรู้ว่าจะได้ผ่ารอบ 2 สามีดิฉันก็วิตกทำใ้หน้ำหนักลดลงไป 4-5 กิโลเลยทีเดียว แต่ก็ยังร่างกายแข็งแรง ไม่ต้องให้เลืด พักฟื้น ICU 1 ก็ออกมาอยู่ตึกศัลยกรรม แต่คราวนี้ สามีของดิฉันเจ็บปวดมากกว่าเดิม ร้องโอดโอย ทุบหมอน ทุบเตียง ซึ่งคราวแรกเขาไม่เป็นแบบบนี้ คุณหมอต้องให้ยามอรืฟีนแก้ปวด จึงอยู่ได้  แต่ที่โชคร้ายกว่านั้นผลชิ้นเนื้อครั้งที่ 2 ปรากฏผลว่า สามี ดิฉัน เป็นเนื้องอกมะเร็งระยะที่ 3 ซึ่งต้องไปทำคีโมและฉายแสง

   ดิฉันจึงขอให้หมอแนะนำว่าจะไปที่ไหนดี หมอก้เลยแนะนำไปที่ รพ.รามาฯ กรุงเทพฯ ซึ่งจะไปรับไปส่งตัวก็วันศุกร์นั้ (22 ม.ค. 53) จึงต้องเตรียมตัวให้ดีและเข้มแข็ง

  อยากบอกคุณ Noina ว่าบางทีเราก็ต้องเสี่ยง แต่มีคนแก่หลายๆๆคน ที่เข้ารับการผ่าตัดพร้อมๆกับสามีเพราะล้ม บางคนเนื้องอก บางคนเลือดคั่งในสมอง บางครั้งต้องเสี่ยงผ่าอย่างน้อยก็เป็นการรักษาต่อ แต่บางคนอาจฟื้นยากเพราะกำลังวังช้าน้อย ต้งนอนหลังผ่าหลายคืน ทั้งนี้ก็อยู่ที่การตัดสินใจ เพราะบางคนก็มองว่าไม่อยากให้เจ็บปวดจากการปวดหัว บางคนก็มองว่าผ่าดีกว่าจะได้หายและรักษาตัวได้ถูก  เพราะบางคนอาจเป้นแค่เนื้องอกธรรมดา เมื่อตัดออกแล้วก็หาย แต่บางคนที่มีเชื้อมะเร็งก็ต้องรีบไปรักษาต่อ
ยังไงก็ตามดิฉันขอคุณพระศรีรัตนตรัยจงดลบันดาลให้ทุกๆท่านที่เจ็บป่วย รวมทั้งสามีดิฉัน และคุณพ่อคุุณ Noina พ้นจากโรคภัย ความเจ็บป่วย หนักก็ให้เป็นเบาค่ะ
 
ขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้แค่นี้ก่อนนะคะ

พิกุล  พุทธมาตย์