ว่าด้วยนิยามของความรักแล้ว …บางช่วงเวลา อาจฟังแล้วออกจะดูเลี่ยน เกินกว่าจะรับได้  แต่บางช่วงเวลากลับหอมหวาน เกินว่าจะห้ามใจ

 

                 นิยามของความรัก…. นั่งคิดดูแล้วมันน่าจะเข้าใจได้ง่ายพอๆ กับการนั่งบวกเลข  !!   1+1 = 2  !!

นั่นหมายความว่า ….. เมื่อสิ่งหนึ่งบวกกับอีกสิ่งหนึ่ง สิ่งสองสิ่งรวมกัน จึงแลดูอบอุ่น และหลอมเป็นเนื้อเดียวกันได้อย่างกลมกลืน

 

ภาพถ่ายของครอบครัว ณ สนามเด็กเล่น แถวที่พระราชวังสนามจันทน์ นครปฐม ช่วงวัยเด็ก

 

 

วัยเด็ก….  ร้องอยากได้ของเล่นที่ล่อตาล่อใจ  บางคราไม่ได้ดั่งใจก็ร้องไห้ ดิ้นทุรนทุราย   หากพ่อแม่หลงตกเป็นเหงื่ออารมณ์ของลูก ด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่  สิ่งที่ให้ลูกอาจไม่ใช่ความรัก… แต่เป็นการให้เพื่อยุติการร้องไห้ และการดิ้นทุรนทุรายของลูก  ณ เวลานั้น….  ลูกอาจเงียบจริง เหมือนใจคิด.. แต่สิ่งที่เกาะกุมจิตใจของลูก  คืออะไร?

 

วัยเด็ก…..  นั่งเหงาบ้าง!! เพราะสิ่งข้างตัว ขาดน้องหมีตัวเขื่อง  ขาดรถบังคับวิทยุ  หรือ หุ่นยนต์ที่เดินและยิงปืนได้ด้วยกลไกทางวิทยาศาสตร์    การนั่งรอของขวัญที่พ่อรับปากจะซื้อให้ หลังกลับมาจากค้าขาย  หลายต่อหลายครั้ง ที่พ่อกลับมาบ้าน โดยไม่มีของที่เคยรับปากว่า จะซื้อให้มาฝาก  ในใจก็ไม่เคยร้องไห้ หรือดิ้นทุรนทุราย  แต่ใช่ว่าจะลืมนะ!! กลับเฝ้าถามในใจเสมอมา… 

 

และแล้ว วันหนึ่ง...  สิ่งที่เฝ้าถามในใจก็เป็นจริง หากแต่ไม่ใช่เป็นหุ่นยนต์ หรือรถบังคับวิทยุที่เคยฝันไว้  พ่อยื่นนาฬิกาปลุกที่มีปฏิทินหมุนมือให้ พร้อมกับบอกว่า “มันดีกว่าหุ่นยนต์ที่ลูกอยากได้เสียอีก มันใช้ปลุกยามที่ลูกนอนขี้เซาไม่ตื่นในวันไปโรงเรียน แทนเสียงปืนจากหุ่นยนต์ และที่สำคัญไปกว่านั้น  มันมีวันที่ที่คอยให้ลูกหมุนเปลี่ยนเวลา  ตามวันที่ที่เป็นจริงได้อีกด้วย"

 

   

ภาพถ่ายที่ชายหาดหัวหิน สมัยเด็ก ๆ(พี่ชายคนโตเสียชีวิตไปแล้ว น้องสาวคนสุดท้องยังไม่เกิด)

 

                 วัยที่ได้ผ่านและซึบซับเรื่องราว ต่าง ๆ ในโลก ณ  ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต….  เรื่องราวที่เก็บไว้ในสมอง …ภาพของแม่ ที่ได้เลี้ยงดูตากับยาย จนสิ้นลมต่อหน้าต่อตาลูก ๆ ของแม่….และคนในครอบครัว  ยังคงรำลึกถึงได้ทุกครั้ง

 

แล้วมันสอดคล้องกับนิยามของความรัก  หรือการบวกเลขตรงไหนหรือ?   

 

ตรงนี้หรือไม่ ? 

                 ความอบอุ่นที่รู้สึกได้ในปั้นปลายของชีวิตที่ตากับยายได้รับจากแม่และหลาน ๆ   

 

แม่อาจไม่มีของขวัญที่เป็นเงินส่งตรงให้ตากับยายทุกเดือน  เหมือนลูกคนอื่น ๆ ของตากับยาย  แต่เห็นแม่นั่งล้างลูกละมุดกับยาย  นั่งโม่แป้งทำขนมกับยาย  และทำกับข้าวจานโปรดให้ตากินแล้ว รู้สึกถึงความผูกพันที่มีมากกว่าลูกคนอื่น ๆ ของตากับยาย  เสียอีก

 

ยังจำได้อีกว่า ยามไม้ใกล้ฝั่งของท่านทั้งสอง ในบ้านไม้หลังเล็กๆ ที่ปลูกอยู่ข้างบ้าน ที่ชอบเข้าไปคลุกคลีอยู่กับตา ตอนพลบค่ำ และตกเป็นเบี้ยล่างของตาอยู่เสมอ ๆ  ตาชอบให้เหยียบอยู่บ่อย  ๆ 

 

 “เอ้า!! กดตรงนั้นให้มันแรงๆ หน่อย  อย่างนั้นแหละ ไอ้หลานเอ้ย

ได้แรง!!”  

....

 “ตรงหลัง กดนาน ๆ หน่อย มันเหน็ดมันตึง” 

 

 

เหยียบกันจนเหงื่อหยดเหงื่อย้อยไปเลย หลังจากเหยียบเสร็จแล้ว  สิ่งที่ต้องทำทุกครั้ง คือการก้มกราบตีนของตา  และตาก็จะให้คำอวยพรทุกครั้งไป 

 

หรือภาพที่ยายนั่งกอดเอวของตัวเอง ตอนขับมอเตอร์ไซด์ พายายไปเยี่ยมคนโน้น คนนี้ในหมู่บ้าน ตามประสาคนแก่ที่อยากคุยกับคนวัยเดียวกัน แต่ติดด้วยสังขารที่หอบไปไหนมาไหนไม่ได้อย่างใจคิด  รู้นะว่าใจของยายเบิกบานและมีความสุขแค่ไหน!!  รอยยิ้มกว้าง ๆ ไร้ร่องรอยของฟัน  ที่ยายส่งยิ้มให้ เมื่อพายายกลับมาถึงบ้าน  หลังจากที่ยายคุยกับเกลอวัยเดียวกันจนอิ่ม (ดัชนีความสุขแบบนี้เนี่ย! มองดูแล้ว เข้าใจง่าย กว่าที่เรียนมาเป็นไหน ๆ)

 

ภาพถ่าย ของตากับยาย เมื่อสมัยมีชีวิตอยู่ (ท่านเสียชีวิตไปร่วมยี่สิบปีแล้ว)

 

                 กาลเวลา ผ่านล่วงเลยลับ  ภาพติดตาเหล่านี้ ยังเกิดขึ้นได้ทุกครั้งที่ระลึกถึง  นิยามของความรัก จึงมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ และสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ และการดำเนินไปในชีวิต

 

                 หากนิยามของความรัก เป็นเรื่องของตัวเลขแล้ว  นิยามของความรัก จึงมิใช่การนำเลขมาลบกัน แต่ต้องเป็นการบวกเลขเข้าหากันเสมอ  เพราะนั่น!!คือการทำให้นิยามของความรักมีแต่การเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งบวกเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มเท่านั้น

 

คนมีไว้ให้รัก...นั้น 

จึงเป็นสิ่งที่ฟังแล้ว

 เข้าใจถึงจิตใจของผู้ที่คิดได้เป็นอย่างดี

 

ความรัก…จึงไม่ใช่การได้ครอบครองด้วยการแลกกับข้าวของราคาแพง แต่ความรักคือการได้ครอบครองด้วยหัวใจต่างหาก  ดอกหญ้าข้างทางที่นำมาฝาก จึงมีค่ามากกว่าดอกกุหลาบช่อใหญ่ที่ส่งตรงจากร้านเป็นไหน ๆ