สังคมพี่น้องชาวพุทธ หากปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างจริงๆ ผมว่าความเป็นอยู่จะดีขึ้น

           

 

นายสุภัทรชัย  หันจรัส ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้ฟื้นภูมิไท

(วิสาหกิจชุมชนฟื้นภูมิไท)

          ผมมีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมดูงานที่ ศูนย์เรียนรู้ฟื้นภูมิไท คุณสุภัทรชัย  หันจรัส ผู้อำนวยการซึ่งเป็นปราชญ์ชาวบ้านของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้เกียรติมาต้อนรับด้วยตนเอง ศูนย์นี้เริ่มต้นก็คือวิสาหกิจชุมชนฟื้นภูมิไท ผมจะเรียกคุณสุภัทรชัยว่า อบต.ชัย เพราะท่านเคยเป็น อบต. แนวคิดท่านดีมาก จะทำอะไรหลายอย่างที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ ผมคงไม่ต้องแนะนำองค์กรนี้ แต่จะให้ท่านได้ไปศึกษารายละเอียดได้ที่  http://gotoknow.org/blog/rongkham/326859

            สิ่งที่ผมได้จากองค์กรนี้คือการที่ไม่นำเรื่องเงินเป็นตัวตั้ง แต่จะนำหัวใจติดตัวมา แม่ใหญ่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังด้วยสีหน้าเอาจริงเอาจัง “แม่ว่าถ้าเอาเงินมาก่อน ก็ได้เท่าที่มีเงิน” ถูกของแม่ใหญ่ ศูนย์นี้พยายามที่จะให้ทางเลือกกับประชาชนกับการเป็นอยู่อย่างพอเพียง กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน พลิกฟื้นความแห้งแล้งมาสู่ความร่มรื่นชุ่มฉ่ำ

            ผมสังเกตุเห็นว่า ตลอดระยะทางตั้งแต่ปากทางเข้ามาก็หลายกิโล พื้นที่ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ระยะที่ผ่านมาผมเห็นแต่ความแห้งแล้งและตอซังข้าว กับความร้อนระอุอันเวิ้งว้าง ผิดกับพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ฟื้นภูมิไท ที่ร่มรื่นร่มเย็น ทั้งๆที่พื้นที่ก็ไม่ต่างกันเลย กลายเป็นคำถามในใจตลอดการเดินทางว่า ที่ดิน คนก็เหมือนกัน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือ สมอง ความคิด ที่ไม่เหมือนกันใช่หรืไม่?

            อีกอย่างที่คนไทยทำไม่ค่อยได้คือ สุรา การพนัน บุหรี่ แต่ที่ศูนย์เรียนรู้ฟื้นภูมิไท เขาขึ้นป้ายเลยว่า “สถานที่แห่งนี้ปราศจากบุหรี่ แอลกอฮอล์และการพนัน” มิน่าละผมเห็นคนที่มาช่วยกันทำงานแค่ครึ่งวัน(ช่วงเวลาที่ผมอยู่) เสร็จไปตั้งหลายอย่าง ไม่ค่อยเสียเวลากับการที่ต้องมายืนสูบบุหรี่ หรือคอยเติมแอลกอฮอล์ งานก็ไม่ค่อยเดิน ผมมีประสบการณ์กับการเอาคนที่ติดสุรามาทำงาน ไม่ได้งานเลยครับ ต้องส่งกลับด่วนจี๋ ค่าสุรามากกว่าค่าแรงเสียอีก

            สังคมพี่น้องชาวพุทธ หากปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างจริงๆ ผมว่าความเป็นอยู่จะดีขึ้น ผมก็เห็นว่าศูนย์เรียนรู้ฟื้นภูมิไท พยายามที่จะเรียกร้องให้ชาวพุทธนำวิถีพุทธมาใช้อย่างจริงจัง ที่สำคัญตัวผู้นำจะต้องทำเป็นแบบอย่างให้ได้

            อย่าให้เหมือนกับสถานศึกษาที่ขึ้นป้ายว่า “โรงเรียนวิถีพุทธ” แต่อย่าให้มีงานเลยครับ ทั้งชื่อแม่น้ำ(แม่โขง) ชื่อสัตว์(สิงห์ ช้าง ฯลฯ) ที่บรรจุอยู่ในขวดเกลื่อนเลยครับ แค่เริ่มงานก็หน้าแดงกันทั้งผู้บังคับบัญชาไปจนถึงภารโรง โรงเรียนวิถีพุทธอะไรที่ขัดกับหลักพุทธศาสนาต้องปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง หรือแค่ชื่อโรงเรียนวิถีพุทธ แต่บุคลากรไม่ใช่ ?? อ้าว...ขึ้นต้นที่ศูนย์เรียนรู้ฟื้นภูมิไท ดันไปลงที่โรงเรียนได้ไง ????  (เพราะออกจากศูนย์ถึงทางแยกพบโรงเรียนที่มีป้ายที่ว่านี้พอดี ผมว่าเกินไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ เดี๋ยวครูก็ดุผมอีก )

ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดเม็ด ที่ผลิตเอง