จุดอ่อนของมหาวิทยาลัยอิสลามยะลาเรื่องหนึ่ง คือ ไม่มีอาจารย์ที่มีตำแหน่งวิชาการ คือ ผศ. รศ. หรือ ศ. ซึ่งจะว่าไปเราไม่มีนักวิชาการเลยก็ไม่ใช่ แต่ที่ไม่มีเพราะเราขาดกระบวนการบางอย่าง อย่างท่านนอธิการบดี หนังสือที่ท่านแต่งนับไม่ถ้วน มีหลากหลายภาษา มีหลายเล่มที่ทางการมาเลเซียนำไปตีพิมพ์ และมีขายแพร่ในประเทศมาเลเซีย

ผมยอมรับผมเรียนรู้ศาสนาจากท่านมาตั้งแต่เด็ก แม้จะไม่ได้เรียนมาโดยตรง เรื่องหนึ่งที่ผมรับจากท่าน คือ เรื่องด้านจิตใจ ตำแหน่งทางการต่างๆ ไม่ค่อยสนใจเท่าไร อย่างตำแหน่ง ผศ. รศ. ท่านว่าท่านไม่สนใจเลย เพราะเป็นสิ่งตกแต่งภายนอกเท่านั้น ผมก็รู้สึกเช่นนี้เหมือนกัน แต่เมื่อเข้าระบบมหาวิทยาลัย เรื่องตำแหน่งลัษณะนี้ต้องมี แม้ท่านอธิการบดีจะไม่สนใจแต่ท่านก็สนับสนุนให้ทุกคนมี ครั้งสุดท้ายที่ผมไปหาท่าน เอาหนังสือที่ผมเขียนไปให้ท่าน ท่านบอกผมให้ ผศ. ด้วย

เมื่อวันก่อน ตอนประชุม CoP ที่มัสยิด อ.จรุวัจน์ บอกผมว่า คนที่เป็น อ. มหาวิทยาลัยนานๆ อย่างผม อย่างรองฯคณะอิสลามศึกษาต้องได้ ผศ.ก่อน ผมก็บอก อ.ท่านว่า ผมไม่มีวิจัย ตอนที่เขาทำกันอยู่ผมนอนอยู่โรงพยาบาล และผมไม่มีจุดหมายอะไรด้วยที่จะทำก่อนหน้านั้น

 เมื่อเช้าผมเรียกนายแม่มาคุยการทำงานที่ห้อง เรื่องหนึ่งที่ผมถามนายแม่ว่า "ทำไมเลือกเรียน ป.โท แผน ก.(ทำวิทยานิพนธ์) คนอื่นเขาจะเรียนแผน ข.(ทำสารนิพนธ์)กันเพราะจบง่าย และแผน ก. จบยาก" เขาก็ตอบว่า "จบยากไม่เป็นไร ขอให้ได้เป็น อ.มอย.ที่มีคุณภาพ" ผมว่า เขาเลือกถูกแล้ว เพราะ อ.ทุกคนต้องทำวิจัย คนที่ไม่เคยผ่านวิทยานิพนธ์มาจะทำวิจัยค่อนข้างยาก

เมื่อเช้าวาน อ.จรุวัจน์ มาหาผมที่ห้องทำงาน ผมก็ถามแกมปรึกษาว่า ผมจะทำวิจัยอย่างไร ผมสนใจ document research เพราะการศึกษาอิสลาม หรือ จิตวิทยาอิสลาม แก่นแท้ต้องมาจากตำรา ไม่ใช่จากการ serway มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมสนใจ ที่ไม่ใช่ ducoment research คือเรื่อง จิตวิทยาในประเพณีต่างๆ ที่ชาวบ้านไม่ค่อยได้ทำกันแล้ว อย่างเช่น เรื่องเลี้ยงขนมเวลาไปละหมาดตะรอวีฮฺและอื่นๆ แต่ไม่รู้ว่าประเพณีอื่นๆ จะมีจิตวิทยาด้วยหรือเปล่า อยากศึกษามาก อ.จรุวัจน์ ท่านว่าไปเขียนเกริ่นมาแล้วจะมาดูว่าพอที่จะทำเป็นวิจัยได้ไหม

วันนี้ตอนเช้าผมก็ออกไปปั่นจักรยานตามที่ทำมาแล้ว 2-3 วัน เมื่อวานปั่นขึ้นเขา ขึ้นไปได้นิดเดียว ทั้งเหนื่อย(เพราะทิ้งนานมาก) ทั้งเจ็บเข่าด้วย เลยต้องวกกลับ



หยุดตรงนี้ เงยมองไปข้างหน้าเห็นชาวบ้านขี่รถมุ่งหน้าทำมาหากิน

 


มองลงข้างล่าง คงไม่มีปัญหา ขาลงแค่ปล่อยให้จักรยานมันไหลลงเอง

แรกเริ่มตั้งใจจะปั่นขึ้นใกล้ๆจุดสูงสุดที่เคยให้เป็นจุดพักระหว่างออกกำลังกาย และที่นั้นเป็นสวนของคุณแม่ด้วย จะดูว่าเขามาสร้างถนนใหม่แบบนี้จะกินสวนยางแม่อย่างไรบ้าง


ถนนนี้เป็นการปรับปรุงถนนดินที่มีอยู่ แต่ขยายให้กว้างขึ้น โครงการถนนไร้ฝุ่น ของโครงการไทยเข้มแข็ง(หรือว่าใครเข้มแข็ง)

ถนนนี้ลากยาวสี่กิโลเมตรกว่า กินสวนยางของแม่ผมบางส่วน ต้องโค่นต้นยางไปแปดต้น เขาจ่ายเงินทดแทนสามพันบาท คิดไปคิดมา ตกต้นละสามร้อยกว่าบาท จำได้ว่าบางต้นที่เราขายให้แก่คนรับตัดต้นยางราคาประมาณต้นละแปดร้อยบาท ที่จ่ายแค่นี้เพราะงบมาแค่นี้จริงหรือว่าใครเข้มแข็ง .. เจ้าของนโยบาย? .. ผู้รับเหมา?.. นายหน้าคนกลาง?.. ใครกันแน่ คิดว่ายากที่จะถึงประชาชนเต็มเม็ดเต็มหน่วยจริงๆ

วันนี้ปั่นจักรยานไปเรื่อยๆ ตามหมู่บ้าน พอถึงร้านกาแฟก็เห็นหลานนั่งอยู่ก็ลงไปสอบถามเกี่ยวกับการตัดต้นไม้ พอดีมีคนเก่าคนแก่เข้ามานั่งในร้านด้วย ก็เข้าล็อกตามที่ต้องการทันที

สิ่งที่ผมกำลังหาอยู่ คือ ข้อมูลบางอย่างที่คิดว่าจะเค้าโครงทำวิจัย เกี่ยวกับวัฒธรรมประเพณีที่ใช้หลักจิตวิทยา  

มีห้าหกเรื่องที่ผมจะถาม

  • การเลี้ยงในคืนที่ไปละหมาดตะรอวีฮฺ
  • การเล่านิทานในคืนอิสรออฺเมียะรอจฺ
  • การทำขนมบูโบอาซูรอในเดือนรอมฎอนเช่นเดือนนี้
  • การทำขนมจีน
  • การทำเป็ง(ข้าวเมา)
  • การทำใบพัดแข่งขันกัน

เรื่องทำขนมละหมาดตะรอวีฮฺ ผมพอที่จะสรุปได้บ้างเพราะเคยประสบกับตัวเอง เพียงแต่หาข้อมูลเพิ่มเติมนิดหน่อย และเข้าข่าย Reinforcement ตามทฤษฎีของ skinner

การเล่านิทานคือนอิสรออฺเมียะรอจฺ เข้าการใช้นิทานสร้างคุณธรรมจริยธรรม การสอนโดยใช้ model ตามทฤษฎีของ Bandura

การทำขนมจีน เป็นการจูงใจ ให้กำลังใจ เฉลิมฉลองการประสบผลสำเร็จในการปลูกข้าว เพราะจะรวมตัวกันมาทำขนมจีนด้วยกันในช่วงแรกๆของการเกี่ยวข้าว

การทำเป็ง เป็งนี้แถวๆบ้านเราช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นเท่าไร เมื่อสองปีที่แล้วผมไปเคดะห์ เห็นมีขายกันเต็ม พอดีในร้านกาแฟวันนี้มีพ่อค้าคนกลางขายของส่งมาเลย์ด้วย เขาว่าเป็งที่ขายในมาเลย์นั้นเป็นของไทย และไม่ได้ทำมาจากภาคใต้ตอนล่างแต่ทำมาจากเบื้องบน สุราษฯก็นครฯ คนไทยจะเรียกว่า "ข้าวเม่า"

ผมไม่ทันได้ถามว่า ทำไมถึงทำ มีเหตุจูงใจอะไร และทำไปเกี่ยวโยงทางจิตอย่างไรบ้าง เพียงเขาเล่าว่าเป็นขนมกินอย่างหนึ่ง อร่อยด้วย แต่ทุกวันนี้ไม่มีให้เห็นแล้ว

เรื่องสุดท้ายที่ผมได้คืก การทำใบพัดแข่งขันกัน เขาตอบว่าเขาก็ไม่รุ้เหมือนกัน รู้เพียงแต่ว่ามีการแข็งกัน ถ้าชนะก็ฆ่าวัวฆ่าควายเฉลิมฉลองกัน และเขาว่ายังนึกไม่ออกว่าคนที่รู้เรื่องนี้มีใครบ้าง

จากนั้นผมก็รีบผลักเพื่อรีบไปทำงาน .. และวันนี้ก็ถึงที่ทำงานสายประมาณ 20 นาที