จากแนวคิดและแนวทฤษฎีการผสมผสานและการบูรณาการอินเทอร์เน็ต ตลอดจนเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้าสู่การออกแบบกระบวนการเรียนรู้และกระบวนการจัดการเรียนการสอน ดังในบทความ การผสมผสานและการบูรณาการการเรียนรู้ : แนวคิดทฤษฎีและมิติชุมชน ก็มีตัวอย่างจากภาคปฏิบัติเป็นตัวอย่างสักเล็กน้อย ดังนี้

Self-Pace e-Learning : ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันบริหารจัดการการเรียนรู้

Self-Pace e-Learning เป็นการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่ต่อยอดมาจาก Auto-elucidative Learning ซึ่งใช้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบอิงเกณฑ์ของปัจเจกและการสนองตอบความแตกต่างระหว่างบุคคล เป็นการนำเอาทฤษฎีและฐานความรู้มาสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเชิงกระบวนการ ไม่ใช่เทคโนโลยีแบบกลไก

ความเป็นกระบวนการนั้น มีนัยะต่อการเรียนรู้ที่สำคัญคือ สิ่งที่เรียนรู้และความรู้จะเกิดจากตัวกระบวนการปฏิบัติและเป็นสิ่งที่ผู้เรียนสร้างอย่างมีความหมายขึ้นในตัวเอง ไม่ใช่มาจากการให้เนื้อหาความรู้ เป็นกระบวนการที่เน้นการสร้างความรับผิดชอบและการพัฒนาภาวะผู้นำของปัจเจกในกลุ่มที่มีทักษะทางสมองและมีศักยภาพการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองได้ดีมากกว่ากลุ่มอื่น มีทักษะการอ่านและศึกษาค้นคว้าดีกว่าผู้อื่นอยู่เป็นพื้นฐาน

แต่เดิมนั้นก็พัฒนาเพื่อเด็กเรียนเก่งที่สามารถเลือกวิธีเรียนรู้และบริหารจัดการตนเองเพื่อได้คำตอบด้วยตนเอง โดยจะกระโดดข้ามและไม่เรียนอย่างที่คนอื่นเรียนก็สามารถทำได้ เลยเป็นวิธีการออกแบบที่เน้น Self-Pacing การนำเอาคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตมาใช้ ก็เป็นการใช้เทคโนโลยีมาช่วยขยายขีดความสามารถที่จะเรียนรู้โดยหลักการนี้ โปรแกรม Vital ของ มสธ นั้นก็พัฒนาขึ้นมาจากหลักการนี้นะครับ ผมจำได้ดีเพราะผมประทับใจและศึกษาวิธีการนี้สำหรับนำมาออกแบบวิธีทำโปรแกรมและสื่อการ์ตูนเรียนรู้ให้แก่เด็ก เพื่อให้สุขศึกษาเรื่องโภชนาการเรื่องอาหารหลัก ๕ หมู่ในกลุ่มเด็กประถมวัย

หัวใจการออกแบบกระบวนการเรียนรู้แบบ Self-Pace e-Learning จึงเน้นไปที่การพัฒนา Courseware ข้อมูล และทรัพยากรการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนเข้าสู่ระบบและสามารถบริหารจัดการตนเองให้กระบวนการเรียนรู้ที่้เกิดขึ้นสนองตอบแก่ความต้องการและเงื่อนไขของตนเองได้อย่างเต็มที่

Live e-Learning : ชุมชนและเครือข่ายออนไลน์เป็นพลังการศึกษาเรียนรู้

ใครดูรายการเคเบิ้ลทีวีแบบ AF และรายการผสมผสานในปัจจุบันที่คน Phone-in และมีส่วนร่วมที่ของจริงและรายการสด เข้าไปผสมผสานกับกระบวนการเรียนการสอนได้ผ่านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยก็คงจะเห็นภาพนะครับ หลักการดังกล่าวนี้ใช้เยอะในวิธีการแบบการศึกษาทางไกล (Distance Learning) เช่น การสอบวิทยานิพนธ์โดยคณะกรรมการสอบสหสาขาอยู่กันคนละประเทศ หรือการทำรายการวิทยุและรายการทีวีเพื่อการศึกษาแบบรายการสดทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งสามารถสื่อสาร ตอบโต้ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้แบบ Real-Time การประชุมทางไกลทางอินเทอร์เน็ตซึ่งผสมผสานการปฏิสัมพันธ์เป็นรายการสดและนำเสนอข้อมูลผ่านคลังข้อมูลหลากหลาย ที่มหาวิทยาลัยมหิดลของผมก็มี IPTV ซึ่งหากมีรายการประชุมและเวทีเรียนรู้ต่างๆแล้ว นอกจากผู้เข้าร่วมจะสามารถเรียนรู้โดยตรงได้แล้ว ทุกคนในมหาวิทยาลัยที่กำลังทำงาน ก็สามารถติดตาม มีส่วนร่วมแบบรายการสดทางอินเทอร์เน็ตได้ในเวลาเดียวกันอีกด้วย ก่อนที่จะเก็บรวบรวมเป็นคลังความรู้แบบมัลติมีเดียต่อไป

หัวใจการออกแบบกระบวนการเรียนรู้แบบ Live e-Learning จึงต้องมุ่งเน้นไปที่เครือข่ายและชุมชนการปฏิสัมพันธ์เพื่อการเรียนรู้ ทั้งในแง่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ฮาร์ดแวร์ ศักยภาพทีมปฏิบัติการ สถานที่ ระบบปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพและขีดความสามารถที่เพียงพอ

Face to Face e-Learning : การปฏิสัมพันธ์และเห็นหน้ากันของมนุษย์ก่อให้เกิดการสร้างคุณค่าและความหมายเพื่อการอยู่ร่วมกันในความเป็นจริงของสังคม

การผสมผสานอย่างนี้ผมเคยศึกษาและนำมาใช้ทำงานชุมชนในแนวประชาสังคมและการเน้นการรวมกลุ่มกลุ่มเล็กๆของปัจเจกแต่เป็นกลุ่มที่มีพลัง โดยนำเอาคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยีสารสนเทศ ไปจนถึงเทคโนโลยีและภูมิปัญญาของชาวบ้าน มาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดกระบวนการเรียนการสอนในห้องเรียนหรือในเวทีเรียนรู้ ซึ่งผู้สอนและกลุ่มผู้เรียน ยังสามารถมีปฏิสัมพันธ์กันแบบสองทาง แนวคิดและทฤษฎีพื้นฐานสำหรับการออกแบบกระบวนการเรียนรูและการจัดการเรียนการสอนในเทคนิคอย่างนั้น วางอยู่บนหลายทฤษฎีเหมือนกันครับแต่ที่สำคัญคือ แนวคิดเรื่อง Restructural Learning และ Humanized Education โดยหลักการสำคัญก็คือ เชื่อว่าหากฝ่ายหนึ่งใดต้องเป็นฝ่ายรับอย่างเดียวก็จะก่อให้เกิดโครงสร้างเชิงอำนาจแบบแนวดิ่ง ซึ่งทำให้ผู้เรียนเป็น Passived Learner มากกว่าเป็น Active Learner อีกทั้งต้องเป็นผู้บริโภคที่ต้องรอคล้อยตามอย่างไม่มีเหตุผล มากกว่าจะสามารถแสดงบทบาทเป็นผู้ผลิต ผู้ให้ และผู้มีภาวะผู้นำที่เชื่อพลังอำนาจแห่งตน ซึ่งทำให้สังคมพัฒนาตนเองด้วยการมีส่วนร่วมของพลเมืองต่อไปไม่ได้หลายอย่าง ประเด็นอย่างนี้จึงเป็นเหตุผลสำหรับการผสมผสานเทคโนโลยีสารสนเทศและอินเทอร์เน็ตให้เข้ามาสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่สามารถเห็นหน้าและปฏิสัมพันธ์กันได้ดีกว่าปรกติ

อีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญและเกี่ยวข้องอย่างมากด้วยเช่นกัน คือ การเรียนรู้หลายอย่างขาดกระบวนการปฏิสัมพันธ์กันของมนุษย์และจะขาดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อสร้างความรู้ร่วมกันให้มีมิติทางสังคมเข้ามาบูรณาการไปด้วย ไม่ได้ เพราะหลายอย่างไปไกลมากกว่าการบรรลุผลการเรียนรู้ด้วยศักยภาพทาวงสมอง ทว่า มีองค์ประกอบทางสุนทรียภาพของมนุษย์และจิตใจ ตลอดจนรู้สุขทุกข์ร้อนของมนุษย์มาเกี่ยวข้องด้วย  

มิติการเรียนรู้เหล่านี้ หากปราศจากการปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับผู้อื่นด้วย ก็จะทำให้บรรลุจุดหมายการเรียนรู้ได้อย่างดีก็แต่เพียงด้านทักษะทางสมอง ทว่า อาจจะปรับตัวในโลกความเป็นจริงและนำเอาประสบการณ์การเรียนรู้ดังกล่าวไปใช้ในโลกการทำงานที่เป็นจริงไม่ได้ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเมื่อรู้หลักปฏิบัติอย่างนี้แล้ว ก็จะทำให้มีวิธีคิดที่ชัดเจนหนักแน่น ออกแบบและจัดกระบวนการเรียนรู้ พร้อมกับนำเอาเทคโนโลยีและทรัพยากรต่างๆมาสู่กระบวนการเรียนการสอนอย่างสมเหตุผล 

ผมเคยแนะนำนักวิจัยในทีมผมหลายครั้ง ให้รู้จักกาลเทศะในการใช้ Mind Map ที่จัดกระบวนการโดยวาดและทำงานเป็นกลุ่มบนกระดาษฟลิปชาร์ต กับการนั่งคุยกับผู้คนแต่ก้มหน้างุดๆอยู่กับโน็ตบุ๊คเพื่อใช้โปรแกรม Mind Manager คอยป้อนข้อมูลอย่างเชื่อมโยงโดยเก็บรวบรวมมาจากผู้คนในห้องประชุมว่า ในบางสถานการณ์ หากเน้นการเป็นเวทีทำงานเป็นกลุ่ม ควรใช้สื่อ เทคโนโลยี และวิธีการ ที่เกิดปฏิสัมพันธ์กันของคนกับคนให้มาก แต่ในสถานการณ์ที่เป็นการเก็บข้อมูลและเผยแพร่แบบทางเดียว ค่อยใช้โน๊ตบุ๊คฉายขึ้นจอ ซึ่งก็จะงงและสับสนต่อการแนะนำของผมมาก บางทีอาจจะเข้าใจว่าเราไม่ชอบเทคโนโลยีหรือต่อต้านวิธีการใหม่ๆไปเสียอีกก็ได้ เพาะเขาไม่มีหลักทฤษฎีเพื่อทำงานในระดับพัฒนาวิธีคิดและออกแบบเชิงกระบวนการ จึงใช้แต่เพียงเทคโนโลยีเพราะว่าอยากใช้ และไม่สามารถมองเห็นว่าขาดมิติสำคัญใดไปบ้าง ทว่า เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น ก็จะเริ่มเห็นกระบวนการคิดและวิถีปฏิบัติที่ต้องแตกต่างๆ ว่ามีความสำคัญมากอย่างไร

เมื่อเราเห็นหลักคิดและผลที่ต้องการที่มีนัยะต่อการทำให้การศึกษาเรียนรู้ นำไปสู่การพัฒนาอย่างผสมผสานอย่างไรแล้ว ก็ออกแบบและเลือกลูกเล่นได้หลากหลายไปตามเงื่อนไขแวดล้อมของเรา โดยไม่ต้องทำงานเชิงเทคนิคแบบท่องจำแต่ไม่รู้เหตุผล  แล้วก็สามารถผสมผสานบทบาทอินเทอร์เน็ตเข้าสู่การเรียนการสอนแบบเห็นหน้ากันได้อย่างหลากหลายสถานการณ์ เช่น เราอาจจะโยนเอกสารและสื่อการสอนเข้าไปฝากไว้ในอินเทอร์เน็ตให้หมดแล้วก็เดินไปสอนที่ไหนก็ได้ในโลกนี้โดยให้ผู้อื่นเข้าถึงได้ด้วยตนเองอย่างยืดหยุ่น บางคนอยากอ่านแบบ Hard copy ก็พิมพ์ออกมาใช้เอง บางคนศึกษาล่วงหน้าได้ก็เรียนและมีส่วนร่วมแบบ Paperless อย่างนี้ก็ได้เป็นต้น

ส่วนผู้สอน หากผู้เรียนไม่ค่อยตื่นตัวก็ลดขนาดกิจกรรมและสื่อการเรียนรู้  หากบรรยากาศดีและผู้เรียนตื่นตัว มีความพร้อมมากมาย ก็โหลดสื่อและทรัพยากรการเรียนรู้ออกมาผสมผสานกับกระบวนการเรียนรู้อย่างกว้างขวางในห้องเรียนได้ทันที ซึ่งผู้สอนและผู้เรียนก็ยังสามารถมีปฏิสัมพันธ์กันสองทางได้อย่างเข้มข้น ผมใช้บ่อยเหมือนกันครับ

ดังนั้น หัวใจการออกแบบกระบวนการเรียนรู้แบบ Face to Face e-Learning จึงควรต้องเน้นการพัฒนาสะสมคลังความรู้และประสิทธิภาพการสื่อสารข้อมูล ความรู้ และแหล่งการเรียนรู้จากอินเทอร์เน็ต ในลักษณะที่ส่งเสริมบทบาทของผู้สอนและผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ การได้เห็นหน้าและมีปฏิสัมพันธ์กันเพื่อก่อให้เกิดมิติการเรียนรู้ที่ผสมผสานองค์ประกอบความเป็นมนุษย์เป็นแกนหลัก ผสมผสานเข้ากับแหล่งสนับสนุนการเรียนรู้จากอินเทอร์เน็ตอย่างหลากหลาย ยืดหยุ่นไปกับเงื่อนไขแวดล้อมที่เอื้อต่อการปฏิสัมพันธ์กันแบบ ๒ ทาง ของผู้สอน ผู้เรียน และกลุ่มการเรียนรู้ที่รวมตัวกันในรูปแบบอื่นๆนอกเหนือจากการศึกษาเรียนรู้ที่เป็นหลักสูตรและดำเนินการในภาคที่เป็นทางการระดับต่างๆ

                        

บทสรุปและข้อเสนอแนะบางประการ

อย่างไรก็ตาม กระบวนการเหล่านี้ เป็นการออกแบบเชิงเทคนิคปฏิบัติเท่านั้นครับ หากเราออกจากกรอบเหล่านี้แล้วทดไว้ก่อน จึงจะสามารถทำงานเชิงความคิดและออกแบบสร้างสรรค์กระบวนการเรียนรู้ที่มีความสมเหตุสมผลไปตามแต่ละกรณีที่ดีได้ หากออกแบบกิจกรรมที่เพียงเปลี่ยนชนิดกิจกรรม สิ่งของ กลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนเครื่องไม้เครื่องมือและเทคโนโลยีสารสนเทศที่อยากนำมาใช้ ทว่า ล้วนวางอยู่บนระบบวิถีคิดและโครงสร้างของกระบวนการอย่างเดิม ก็อาจเป็นการทำงานได้ดีขึ้นอยู่บ้าง ทว่า จัดว่าเป็นเพียงการจัดองค์ประกอบทางเทคนิคลงไปในรูปแบบที่เบ็ดเสร็จเท่านั้น วิธีการอย่างนี้ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความมีเหตุผลที่ดีนัก เนื่องจากเห็นแต่รายการที่จะต้องทำในขอบเขตเชิงเทคนิค แต่ไม่สามารถออกแบบใหม่ให้สะท้อนบริบทและสภาวการณ์ของสังคมเพื่อจัดวางองค์ประกอบต่างๆได้อย่างเหมาะสมกับความจำเป็นในเงื่อนไขแวดล้อมที่แตกต่างกัน จึงทำงานได้ในขอบเขตจำกัด การออกแบบเชิงกระบวนการเพื่อพัฒนาการศึกษาเรียนรู้ จึงจำเป็นต้องทำงานเชิงวิธีคิดเชิงระบบ แล้วให้เทคนิควิธีการกับอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีอันหลากหลาย อยู่ในฐานะเป็นตัวเลือกอีกทีหนึ่ง

ทั้งนี้ หากไม่กล้าคิดต่างจากการเดินตามรูปแบบที่เบ็ดเสร็จ ก็ต้องทราบไว้อย่างหนึ่งว่าก่อนที่จะมี Blended e-Learning และรูปแบบต่างๆ อย่างที่เราเห็นตัวอย่างว่าดีและน่าเดินตามไปหมดนั้น สิ่งที่เห็นมักเป็นเพียงผลขั้นสุดท้าย ซึ่งผ่านการคิดและลองผิดถูกมาก่อนมากมาย อีกทั้งหากเรานำเอาสูตรสำเร็จต่างๆมาใช้มิติเดียวก็จะไม่ยั่งยืนเพราะขาดด้านที่เป็นการทำงานความคิด ทำให้การสะสมทางปัญญาที่เป็นของตนเองไม่เกิดขึ้น การทำงานสร้างสรรค์ทางความคิดซึ่งอาจจะมีความแตกต่างจากสิ่งที่มีอยู่แต่เดิมไปบ้างด้วย จึงมีความสำคัญมาก ส่วนจะได้มาอย่างไรจึงจะดีที่สุดของเรานั้นก็จัดว่าเป็น State of the art ซึ่งไม่มีข้อแนะนำที่ตายตัว นอกเสียจากจะได้คำตอบจากการปฏิบัติและเรียนรู้ให้ได้ความแยบคายด้วยตัวเราเอง

ตัวอย่างการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่ผสมผสานและบูรณาการกับการเรียนรู้ทางอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ เหล่านี้ หากมองผ่านแนวคิด ความเชื่อ และกรอบทฤษฎี ที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบกระบวนการได้แล้ว นวัตกรการศึกษา นักเทคโนโลยีการศึกษา ผู้วางแผนและบริหารการศึกษา ตลอดจนนักวิชาการศึกษาและนักพัฒนากระบวนการศึกษาเรียนรู้ ก็อาจจะไม่ต้องท่องจำสูตรเชิงเทคนิคเพื่อการปฏิบัติที่ตายตัว ทว่า จะสามารถพิจารณาไปยังจุดหมายและหลักการที่ควรคำนึงถึงอย่างรอบด้าน สะท้อนการเห็นความเชื่อมโยงกับมิติอื่นของสังคม แล้วออกแบบดำเนินการให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีตามที่ต้องการร่วมกันให้ดีที่สุด บทบาทและความสำคัญของการบูรณาการเทคโนโลยีเข้าสู่การจัดการศึกษา ตลอดจนการพัฒนาการศึกษาเรียนรู้ของสังคมในด้านที่เป็นการพัฒนาพลเมืองให้เป็นปัจจัยหลักของการแก้ปัญหาและนำการพัฒนาที่ยั่งยืน ก็จะมีอย่างเด่นชัดมากยิ่งๆขึ้น

ส่วนเทคนิคเครื่องมือและทรัพยากรต่างๆนั้น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีและทรัพยากรในท้องถิ่น ไปจนถึงอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าล่าสุดของโลก ก็ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าสิ่งใดจะดีไปกว่ากัน แต่จะเป็นเสมือนคลังเครื่องมือและคลังทรัพยากรการศึกษาเรียนรู้ ที่เราจะสามารถหยิบเลือกและนำมาผสมผสาน ให้ยืดหยุ่นไปกับเงื่อนไขแวดล้อมตนเองอย่างสมเหตุสมผล อีกทั้งได้ผลดีที่สุดในแต่ละกรณี เท่าที่จะเป็นไปได้.

.............................................................................................................................................................................

หมายเหตุ : ปรับปรุงจากการสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคุณครูอ้อยเล็ก : คุณครูวัชรี โชติรัตน์ ในหัวข้อ Process of Learning Design ซึ่งมีเนื้อหามากและเห็นว่าคงจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้เขียนเองและต่อผู้ที่สนใจจะได้ค้นหาได้สะดวกและเป็นหมวดหมู่จำเพาะมากกว่าเดิม ผู้เขียนจึงนำมาเรียบเรียงไว้เป็นอีกหัวข้อหนึ่งต่างหาก