ปัญหาสิ่งแวดล้อม


ศึกษาปัญหาสิ่งแวดล้อม

ขณะนี้มีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมทั่วโลกได้รับผลกระทบมาก

  จากการที่ในปัจจุบันนี้มีปัญหามลภาวะ อันเกิดจากน้ำเน่าเสียที่มีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ ในหลวงของเราทรงมีพระราชดำริให้ประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศแบบประหยัดค่าใช้จ่ายและสามารถผลิตขึ้นได้เองในประเทศ ในหลวงของเราทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาสนับสนุนงบประมาณเพื่อศึกษาวิจัยสิ่งประดิษฐ์ใหม่นี้ร่วมกับกรมชลประทาน ซึ่งต่อมาเครื่องมือบำบัด น้ำเสียนี้เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย และเรียกกันว่า “กังหันน้ำชัยพัฒนา”

      เครื่องกลเติมอากาศนี้ได้นำมาติดตั้งใช้งานกับระบบบำบัดน้ำเสียตามสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2532 และได้มีการปรับปรุงตลอดเวลาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่จะให้มีการบำบัดน้ำเสียอย่างมประสิทธิภาพสะดวกในการใช้งาน ประหยัดค่าใช้จ่าย และบำรุงรักษาได้ง่าย ตลอดจนมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน การดำเนินงานได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ ทำให้น้ำใสสะอาดขึ้น ลดกลิ่นเหม็นลงได้มาก และมีปริมาณออกซิเจนในน้ำเพิ่มขึ้น

  

โลกร้อนเกิดได้อย่างไร

    โลก เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่สาม โดยโลกเป็นดาวเคราะห์หินขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยจักรวาล และเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวที่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ยืนยันได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

    ส่วนดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์  ที่ให้แสงสว่างและพลังงานความร้อนแก่โลก สิ่งที่ทำให้โลกร้อนไม่ใช่ดวงอาทิตย์ แต่โลกมีกลไกธรรมชาติที่ทำให้โลกอบอุ่นคือการเก็บกักความร้อนจากดวงอาทิตย์เอาไว้ กลไกธรรมชาตินี้เรียกว่า ปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse Effect)

ปรากฏการณ์เรือนกระจก

ทำความรู้จักกับปรากฏการณ์เรือนกระจก 

    ปรากฏการณ์เรือนกระจก เป็นคำเปรียบเทียบการเก็บกักความร้อนจากดวงอาทิตย์ของโลกโดยก๊าซหลายชนิดที่ห่อหุ้มโลก ว่าทำหน้าที่เหมือนกับเรือนกระจกของเรือนเพาะชำในประเทศเขตหนาวที่ต้องการรักษาความอบอุ่นให้ต้นไม้เพื่อการเจริญเติบโต โดยการปลูกต้นไม้ไว้ในโรงเรือนที่ทำจากกระจก ซึ่งจะเรือนกระจกสามารถรักษาความร้อนจากดวงอาทิตย์บางส่วนเอาไว้ภายใน ทำให้อุณหภูมิภายในเรือนกระจกสูงกว่าภายนอก

    ก๊าซหลายชนิดที่ห่อหุ้มโลกไว้ตามธรรมชาตินั้น ทำหน้าที่เช่นเดียวกับเรือนกระจกในการเก็บรักษาความร้อนบางส่วนจากดวงอาทิตย์เอาไว้ เพื่อให้สิ่งมีชีวิตทุกชนิดสามารถอาศัยอยู่ได้โดยไม่หนาวจนเกินไปนั่นเอง ดังนั้นก๊าซที่ห่อหุ้มโลกจึงถูกเรียกว่า ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas) ซึ่งหากโลกถูกห่อหุ้มด้วยก๊าซเรือนกระจกในความหนาที่เหมาะสมตามธรรมชาติ เปรียบเสมือนผ้าห่มที่หนากำลังพอดี ก็จะทำให้โลกมีความอบอุ่นอย่างพอดี แต่หากมีการเพิ่มเติมปริมาณก๊าซเรือนกระจกหนาขึ้น เปรียบเสมือนผ้าห่มที่หนาเกินไป ก็จะทำให้ความร้อนจากดวงอาทิตย์ถูกกักไว้บนพื้นโลกมากขึ้นและทำให้เกิด ภาวะโลกร้อน นั่นเอง

ก๊าซเรือนกระจก

    ต่อไปนี้ เราจะมาทำความรู้จัก ก๊าซที่ห่อหุ้มโลกหรือก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญและที่มีผลต่อโลกร้อน

        1. คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นก๊าซที่มีส่วนทำให้โลกร้อนถึง 57 เปอร์เซ็นต์ มีอายุในบรรยากาศประมาณ 100 ปีในบรรดาก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด คาร์บอนไดออกไซด์เป็นก๊าซที่มีปริมาณมากที่สุดในบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลก คาร์บอนไดออกไซด์ เป็นก๊าซที่เกิดจากกระบวนการหายใจของสิ่งมีชีวิต และกระบวนการเผาไหม้ทุกชนิด เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงในการหุงต้ม ยวดยานพาหนะ การเผาป่า จากโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากเป็นก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้ ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญของมนุษย์ในปัจจุบัน ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น  มนุษย์ยังเป็นตัวการสำคัญในการตัดไม้ทำลายป่าซึ่งเป็นตัวช่วยดูดกลับคาร์บอนไดออกไซด์อีกด้วย

        2. มีเทน (CH4) เป็นที่มีส่วนทำให้โลกร้อน 12 เปอร์เซ็นต์ มีอายุในบรรยากาศประมาณ 10 ปี มีเทน เป็นก๊าซที่เกิดจากการย่อยสลายของสิ่งมีชีวิต การเผาไหม้ที่เกิดจากธรรมชาติ จากนาข้าว แหล่งน้ำท่วม การเผาไหม้เชื้อเพลิง มูลสัตว์ แม้ว่า ก๊าซมีเทน จะมีอัตราการเกิดน้อยกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ก๊าซมีเทนมีความสามารถในการกักความร้อนได้ดีกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 21 เท่า

        3. ไนตรัสออกไซด์ (N2O) เป็นก๊าซที่มีส่วนทำให้โลกร้อน 6 เปอร์เซ็นต์  มีอายุในบรรยากาศประมาณ 150 ปี ไนตรัสออกไซด์ เกิดจากการย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตโดยแบคทีเรีย การเผาขยะ เผาถ่านหิน การผลิตและใช้ปุ๋ยเคมีในการเกษตรอุตสาหกรรมที่ใช้กรดไนตริก เช่น การผลิตใยไนลอน การผลิตพลาสติกบางชนิด ไนตรัสออกไซด์เป็นก๊าซที่ทำปฏิกิริยากับก๊าซโอโซน ก๊าซชนิดนี้จึงทำให้เกราะป้องกันรังสีอัลตราไวโอเล็ตของโลกลดลง นอกจากนั้นไนตรัสออกไซด์ยังสามารถเก็บความร้อนได้มากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 310 เท่า

        4. คลอโรฟลูโอโรคาร์บอน (CFCs) เป็นก๊าซที่มีส่วนทำให้โลกร้อน 25 เปอร์เซ็นต์ ถูกผลิตคิดค้นขึ้นจากสติปัญญาของมนุษย์ โดย        เกิดจากอุตสาหกรรมต่างๆ และอุปกรณ์เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น โฟม กระป๋องเสปรย์ เครื่องทำความเย็น ตู้เย็น เครื่องปรับ        อากาศ เป็นต้น คลอโรฟลูโอโรคาร์บอน  มีอายุในบรรยากาศประมาณ 100 ปี สามารถรวมตัวทางเคมีกับโอโซนในชั้นบรรยากาศ         ทำให้ชั้นบรรยากาศลดลงหรือเกิดรูรั่วในชั้นโอโซน

        5. เพอฟลูโอโรมีเทน (CF4) เป็นก๊าซที่เกิดจากการผลิตอะลูมิเนียม มีอายุถึง 50,000 ปี แต่มีปริมาณการเกิดที่น้อยมาก

        6. ละอองไอ เกิดมาจากการผลิตไฟฟ้า การคมนาคมขนส่ง และ ฝุ่นละอองในอากาศ มีอายุสั้นเพียง 2 สัปดาห์ เท่านั้น

ผลจากภาวะโลกร้อน

    1. ทำให้อากาศร้อนขึ้น เมื่ออากาศร้อนขึ้น มนุษย์จึงต้องใช้น้ำเพิ่มดื่มดับกระหายและอาบเพื่อดับร้อน ทำให้น้ำดื่มเและน้ำใช้ขาดแคลน ต้องใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น พัดลม เครื่องปรับอากาศ เพื่อดับร้อน นั่นก็คือต้องใช้พลังงานมากขึ้น เป็นการซ้ำเติมความร้อนในโลกให้เพิ่มขึ้นอีก

    2. น้ำแข็งขั้วโลกละลาย น้ำแข็งแผ่นใหญ่สีขาวที่ขั้วโลกสามารถช่วยสะท้อนความร้อนออกไปจากโลกได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์
เมื่ออากาศร้อนขึ้น น้ำแข็งจะเกิดการละลายไหลไปเพิ่มปริมาณและความกว้างของทะเลซึ่งมีสีเข้ม และมีความสามารถในการดูดซับความร้อนได้มากขึ้น โลกจะยิ่งร้อนขึ้นและเร่งการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกขึ้นไปอีก

    3. สัตว์บางชนิดสูญพันธ์และเปลี่ยนสภาพการใช้ชีวิตไป
    ภาวะโลกร้อนมีผลต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ เช่น
    หมีขาวขั้วโลก ซึ่งหากินบนพื้นที่น้ำแข็งขั้วโลก เมื่อน้ำแข็งละลายจะยิ่งทำให้พื้นที่น้ำแข็งขั้วโลกลดลง และ อาจทำให้หมีขาวจม    น้ำตายเนื่องจากน้ำแข็งบางจนไม่สามารถรับน้ำหนักตัวของหมีไว้ได้ ปะการัง ตามธรรมชาติอาศัยร่วมกับสาหร่ายซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้ปะการังมีสี เนื่องจากการสังเคราะห์แสงของสาหร่าย เมื่ออากาศร้อนขึ้นสาหร่ายเหล่านี้ไม่สามารถทนต่อความร้อน สาหร่ายก็จะตายทำให้ปะการังไม่มีสีสันเหมือนที่เคย และตายตามสาหร่ายไปในที่สุด เนื่องจากขาดอาหารที่เคยได้จากการสังเคราะห์แสงของสาหร่าย เมื่อขาดปะการังเป็นที่หลบภัย เป็นแหล่งอาหาร และที่วางไข่ สัตว์ทะเลและปลาหลายชนิดก็มีแนวโน้มในการย้ายถิ่นฐาน เปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ รวมถึงสูญพันธุ์ด้วย

    4. เกาะและพื้นดินจมน้ำ เป็นผลเนื่องมาจากการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ซึ่งทำให้เกิดน้ำปริมาณมหาศาลไหลลงสู่ทะเล ระดับน้ำทะเลก็จะสูงขึ้นและกลืนพื้นดินปริเวณชายฝั่งทะเลและน้ำท่วมในพื้นที่ใกล้แม่น้ำ

    5. ฝนตกหนักและความแห้งแล้ง เนื่องจากกระแสน้ำทะเลมีการเปลี่ยนแปลงทำให้สภาพอากาศเกิดความเปลี่ยนแปลง  มีผลทำให้บางพื้นที่เกิดฝนตกไม่ถูกต้องตามฤดูกาลและมีความรุนแรงของฝนมากจนเกิดน้ำท่วมฉับพลัน มีแนวโน้มที่พายุจะมีกำลังและความเร็วสูงเนื่องจากอุณหภูมิภายในโลกที่สูงขึ้น และในขณะเดียวกันจะเกิดการทิ้งช่วงของฝนเป็นเวลานานทำให้เกิดความแห้งแล้ง สลับกันเช่นนี้

    6. การระบาดของโรคร้าย เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นมีผลเอื้อประโยชน์ต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคและพาหะของโรค เชน โรคทางเดินอาหาร และ โรคจากยุง นอกจากนี้ ยังพบว่าอุณหภูมิและความชื้นที่สูงขึ้นมีผลต่อการเกิดและความคงทนของ เกสร และสารมลพิษ ทำให้ประชาชนมีภาวะความจำเสื่อม และ เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอีกด้วย

    7. ข้าวยากหมากแพง เนื่องจากฤดูการในการเพาะปลูกผิดเพี้ยนไปจากสภาพธรรมชาติปรกติ ผลผลิตลดลงและเสียหายเป็นอย่างมากจากความแห้งแล้งหรือน้ำท่วมฉับพลัน

      เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 เครื่องกลเติมอากาศ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ได้รับการพิจารณาและทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย นับเป็นสิ่งประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศเครื่องที่ 9 ของโลกที่ได้รับสิทธิบัตร และเป็นครั้งแรกที่ได้มีการรับจดทะเบียนและออกสิทธิบัตรให้แก่พระบรมราชวงศ์ด้วย จึงนับได้ว่าเป็น “สิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์พระองค์แรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยและเป็นครั้งแรกของโลก” นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ประกาศให้ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ได้รับรางวัลที่ 1 ประเภทรางวัลผลงานคิดค้นหรือสิ่งประดิษฐ์ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประจำปี พ.ศ. 2536 และทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลนี้แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกวาระหนึ่ง

 -----------------------------------------------------------

หมายเลขบันทึก: 326571เขียนเมื่อ 10 มกราคม 2010 15:33 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 มิถุนายน 2012 09:30 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (6)

จิดาภา จำปาเงิน

http://gotoknow.org/blog/pharmacythayang

จุฑามาศ ทะแกล้วพันธุ์

http://gotoknow.org/blog/chuthamataui

ศรีรัตน์ สุดประเสริฐ

http://gotoknow.org/blog/kssrirat

ประวิทย์ สุดประเสริฐ

http://gotoknow.org/blog/trainingcenterthai

1. ให้นักศึกษานำเสนอบทคัดย่องานวิจัยที่สนใจโพสท์ลงใน blog

2. ให้นักศึกษาแวะไปโพสท์ข้อเสนอแนะใน blog ของเพื่อน

อ่านเรื่องนี้แล้วนึกถึงหนังสือเรื่องมหันตภัยโลกเลยค่ะ

ตอนนี้เราอาจคิดว่าไกลตัว

แต่จริงๆ ธรรมชาติทำงานทุกวัน เพื่อให้เข้าสู่สมดุล

สักวันที่ธรรมชาติเห็นว่ามนุษย์เกินสมดุล

วันนั้นกระดูกมนุษย์อาจไปกองรวมอยู่กับกระดูกไดโนเสาร์ก็ได้

จริงมั๊ยคะ

เราก่อมลพิษเหล่านั้นเพียงน้อยนิดแต่เราก็ตะหนักร่วมรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อม แต่อุตสาหกรรมบางอย่างตั้งโรงงานผลิตโดยไม่ได้ศึกษาผลกระทบ พอถูกระงับการดำเนินการก็จะฟ้องรัฐ พ่อค้าก็บอกว่าไม่น่าลงทุน นักลงทุนหนีหมด ล่าสุดรัฐมาตรีคลังญี่ปุ่นบอกว่าไทยเป็นประเทศที่ไม่น่าลงทุนแล้ว ช่างเธอซิ จะไปลงทุนที่ไหนก็ไป ประเทศไทยมลพิษเยอะจะตายอยู่แล้วเนอะ

ประวิทย์ สุดประเสริฐ

น่ากลัวจังเลย เรื่องนี้ สิ่งแวดล้อมนี่ อะไรมันก็ไกล้ตัว กลัวตายไปซะก่อน ไม่ได้ใช้ วิชาความรู้ที่เรียนมา นะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง