"วันเด็กแห่งชาติ" เป็นวันสำคัญที่เด็ก ครู และผู้ปกครองรอคอย เพื่อคอยวันแห่งความสุขของเด็ก ปีหนึ่งมีวันเดียว แต่เด็กเกิดทุกวัน ๆ ละหลายร้อยหลายพันคนกว่าจะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ทุกคนก็ได้ผ่านประสบการณ์วันเด็กมาแล้วทั้งนั้น ส่วนผู้ที่มีอาชีพครูนั้นเกี่ยวข้องอยู่ตลอดเวลาในการร่วมกิจกรรมวันเด็ก
บันทึกฉบับนี้ตั้งใจจะเขียนเพื่อเด็ก จากการที่ได้อ่านเม้นท์ของศน.อ้วน ในบันทึก๔๖๔.ฝากกอดฝากหอม ทำให้มีสาระในการเล่าเรื่องของ "เด็กในวันนั้นคือผู้ใหญ่ในวันนี้" อันเป็นความรู้สึกที่เกาะกินใจของฉันที่เป็นผู้มีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเด็กตลอดเวลา เรื่องเหล่านี้ฉันไม่เคยลืม เมื่อมีผู้ร่วมแลกเปลี่ยนและตรงประเด็นฉันก็จะเล่าทุกครั้ง
ฉันเดินทางโดยรถไฟสปรินเตอร์พิษณุโลก กรุงเทพ ฉันขึ้นรถที่สถานีดอนเมือง แต่ขึ้นไม่ตรงตู้ ทำให้ต้องเดินผ่านตู้อื่น เมื่อไปถึงตู้ตัวเองเมื่อหาที่นั่งได้สักครู่ มีสุภาพสตรีหน้าตาดี รูปร่างงดงามสมส่วน สมวัย อุ้มลูกน้อยวัย ๒ ขวบเดินมาหาฉัน และยกมือไหว้ถามฉันว่า "ขอโทษคะ คุณคือคุณครูคิมใช่ไหมคะ จำหนูได้ไหมหนูชื่อนามสมมุติหญิงค่ะ" แต่อย่างไรฉันก็จำเด็กคนนี้ไม่ได้ เมื่อเธอทบทวนให้ฟังฉันทำให้จำเรื่องราวได้เพราะฉันทำหน้าที่ครูสอนภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ฉันได้เฝ้าสังเกตว่าเธอขาดเรียนเวลาใดบ้าง โดยบันทึกพฤติกรรมที่เธอแสดงออกไว้ทุกวัน จนกระทั่งจับได้ว่าเธอถูกข่มขืน ฉันต้องไปเป็นพยานศาลเพื่อจับคนผิดเข้าคุก แล้วฉันมีความจำเป็นต้องย้ายติดตามสามีไปยังจังหวัดอื่น ๆ ทำให้ขาดการติดต่อ จนกระทั่งมาพบกันโดยบังเอิญเธอเล่าว่า "เธอเรียนแค่นั้นยังไม่จบชั้น ป.๕ ต้องออกจากโรงเรียนหนีออกจากบ้านไปทำงานในร้านอาหารเพื่อหนีความอับอาย พ่อแม่และครูไม่ให้โอกาส พูดถากถางซ้ำเติมอยู่ตลอดเวลา เมื่อเธออายุได้ ๒๒ ปีก็ได้มีคู่ครองโดยเธอเลือกเองสามีเป็นคนมียศชั้นสัญญาบัตร"
ที่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยว.. "คุณครูครับ คุณครูคิมใช่ไหม คุณครูสบายดีไหมครับ ครูยังเหมือนเดิมนะครับ ยังไม่โตขึ้นเลยตัวเล็กเหมือนเดิม"เด็กคนนี้ฉันจำรูปร่างได้ เพราะเป็นเด็กพิการทางสติปัญญา อ้วนท้วนสมบูรณ์ เขียนและอ่านอะไรไม่ได้เลย ฉันรับผิดชอบสอนภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ในแต่ละวันเด็กนามสมมุติชายคนนี้จะถูกครูไล่ออกจากห้องเรียน เพราะกลั่นแกล้งเพื่อนด้วยวิธีการเจ็บ ๆ ในที่สุดต้องหิ้วกระเป๋ารอว่าฉันจะไปสอนห้องไหน จึงตามเข้าไปเพื่อไปนั่งอยู่หลังห้องเรียน ดูการ์ตูนวาดภาพตามใจชอบ ใคร ๆ มักจะบอกว่าเด็กคนนี้ปัญญาอ่อน วันหนึ่งขโมยเงินพ่อแม่มา ๖๐๐๐ บาทแต่เอาเงินมาฝากฉันว่าห้ามบอกใคร ฉันได้แจ้งผู้อำนวยการและตามพ่อแม่มารับเงิน ก่อนจากกันวันนั้น แถมท้ายด้วย "ว่าง ๆ ครูมาทานก๋วยเตี๋ยวร้านผมนะครับตอนพ่อแม่ไม่อยู่ผมจะเลี้ยง วันนี้เลี้ยงไม่ได้ของแม่..แต่พ่อและแม่ก็ไม่เก็บเงินฉัน"
ก่อนไปโรงเรียนบางวันฉันจะเตรียมอาหารสำหรับไปถวายใส่บาตรพระ วันนั้นฉันได้นิมนต์หลวงพี่ ๒ รูปฉันนำอาหารที่เตรียมมาใส่บาตร หลังจากที่หลวงพี่ได้ให้พรแล้ว "คุณครูคิมใช่ไหม คุณครูจำอาตมาได้ไหม" ฉันได้น้อมไหว้และมองหน้าหลวงพี่ "ถามก่อนหลวงพี่นามสกุลอะไร" เมื่อหลวงพี่บอกนามสกุลให้ "อ้อจำได้แล้วขอให้ครูเดาหน่อยนะ หลวงพี่นามสมมุติเช่นกัน" ทราบว่าหลวงพี่บวชเรียนเมื่ออายุ ๑๖ ปีหลังจากที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เพราะฐานะทางบ้านไม่เอื้ออำนวย และกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่งในระดับปริญญาโท
ฉันกำลังขับรถออกจากลานจอดรถที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง สังเกตจากที่กระจกมองหลัง เห็นสุภาพสตรีรูปร่างสวย หน้าตาน่ารักวิ่งตามมา บังเอิญรถติดฉันจึงชลอรถเพื่อหยุด สุภาพสตรีคนนั้นได้เคาะที่รถของฉัน ฉันลดกระจกลง "คุณครูคิมใช่ไหมคะ คุณครูจำหนูได้ไหม หนูชื่อนามสมมุติหญิงนะคะ ตอนแรกหนูจำครูไม่ได้แต่เห็นคุณครูยิ้ม หนูจึงจำคุณครูได้ค่ะ" ฉันจึงหาที่จอดรถใหม่แล้วลงไปคุยกัน เด็กหญิงคนนี้ในอดีตเคยมานอนเฝ้าเป็นเพื่อนฉันที่บ้านพักครู ปัจจุบันทำงานที่ธนาคารแห่งหนึ่ง
ฉันกำลังยืนเข้าแถวรอรับยาที่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง มีคุณพยาบาลท่านหนึ่งมาหยุดยืนใกล้ ๆ และยิ้มให้ฉันอย่างมีไมตรีมาก ๆ บังเอิญมีโทรศัพท์เข้าฉันจึงต้องรับ เมื่อวางสาย "คุณครูคิมใช่ไหมคะ หนูจำเสียงคุณครูได้ ตอนแรกหนูเดินผ่านไปเห็นคุณครูนั่งอยู่ และเดินกลับมาดูอีกครั้ง หนูมายืนรอฟังเขาเรียกชื่อคุณครู ถ้าเขายังไม่เรียกหนูจะเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ค่ะ หนูและเพื่อน ๆ คิดถึงคุณครูมากนะคะ เมื่อเราเจอกันก็จะพูดถึงคุณครูเสมอว่า..คุณครูคนนี้ไม่รู้จักกลับบ้านไปดูแลครอบครัวกักพวกเราเรียนซ่อมเสริมอยู่ได้ทุกวัน" เวลาผ่านไปถึง ๒๕ ปีจำเสียงของฉันได้
วันหนึ่งฉันไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดและไปทานข้าวที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัย ฉันไม่มีที่นั่ง พบว่ามีสุภาพบุรุษหน้าตาดีและหญิงสาวคู่หนึ่งแบ่งที่นั่งให้ ฉันก้มหน้าก้มตามทานข้าวโดยไม่สนใจ "อาจารย์หน้าตาคล้าย ๆ คุณครูสอนภาษาอังกฤษของผมคนหนึ่งครับที่โรงเรียน...อำเภอ...ผมทำงานที่...ตอนนี้ผมมาเรียนปริญญาโทครับ..ตอนเย็น ๆ ผมต้องร้องไห้กลับบ้านทุกวัน เพราะรอเรียนซ่อมเสริมภาษาอังกฤษ" คนนี้เป็นนักเรียนรุ่นเดียวกับคุณพยาบาลและคุณหมอข้างล่างนี้ ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารหน่วยงานเอกชนแห่งหนึ่ง
ฉันไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เนื่องจากฉันมีอาการของโรควิตกจริต รู้สึกว่าเป็นโน่นเป็นนี่ ภายหลังเมื่อตรวจเสร็จและนั่งรอห้องวินัจฉัยโรค ฉันมีความรู้สึกว่าอาการเหล่านั้นหายไปหมดแล้ว จนกระทั่งเข้าไปพบหมอ ทักทายสวัสดีกันแล้ว "คุณหมอยิ้มกว้าง เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน เห็นคุณหมอก็อ่านชื่อและมองหน้าฉันแบบจ้องมอง คุณหมอลุกมานั่งคุกเข่าและกราบที่เข่าของฉัน ฉันตกใจและขนลุกไปทั้งตัว ผมชื่อนามสมมุติเหมือนกันครับ ผมเป็นลูกของคนนั้นคนนี้ คุณครูคิมสอนภาษาอังกฤษผมเมื่อผมอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ แล้วคุณครูก็ย้ายไป ผมขอแสดงความยินดีด้วยนะครับที่คุณครูมีสุขภาพและร่างกายแข็งแรง"
ฉันและเพื่อนครู ไปทำธุระที่อำเภอนครไทย เมื่อเดินไปที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ฉันได้เดินสวนทางกับสุภาพบุรุษในเครื่องแบบคนหนึ่ง แต่ฉันไม่ได้สนใจว่าเขาคือใคร ตอนที่ชำระเงินฉันมองออกไปด้านนอกยังพบว่าชายในเครื่องแบบคนนั้นมองมาที่ฉันแบบยิ้มนิด ๆ แต่ยังไม่เข้าใจ ขณะที่ฉันเดินออกมาด้านนอกพบว่าเขาทักทายฉันแบบฉบับยืนตรงยืดอกสง่าผ่าเผย "คุณครูคิมครับ ชายคนนั้นถอดหมวกออกจากศีรษะนั่งคุกเข่าลงกับพื้นบนฟุตบาทก้มกราบฉัน" คนนี้ฉันจำได้หน้าตายังไม่เปลี่ยนมากนักนามสมมุติอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเด็กเรียนไม่เก่งเลย ฉันสอนเขาในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เมื่อฉันมาอยู่นครไทยรอบแรกปีการศึกษา ๒๕๓๐ แล้วฉันก็ย้ายจากไปไม่เคยเจอกันอีกเลย เหตุการณ์ในวันนั้นเพื่อนครูที่ไปด้วยเป็นผู้ชายถึงกับหลั่งน้ำตาและนั่งซึมอยู่หลังพวงมาลัยตลอดทาง
ที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนของเด็กในวันนั้นที่ฉันได้เป็นส่วนหนึ่งในการอบรมสั่งสอน และยังอีกมากมายที่ไม่เคยเจอตัวกันเลยหลังจากเรียนจบชั้น และอีกอย่างฉันย้ายติดตามครอบครัวไปเรื่อย ๆ เด็กบางคนจะฝากความคิดถึงไว้กับพ่อแม่ "หากเจอคุณครูคิมให้บอกด้วยว่าหนูคิดถึง"บางคนก็จะค้นหาทาง Internet และแต่ละคนก็ผ่านวันเด็กมาปีละ ๑ ครั้ง
เด็กในวันนี้..ควรขอขอบคุณผู้ใหญ่ที่ได้ให้ความสำคัญต่อเด็กร่วมกันจัด "วันเด็กแห่งชาติให้ปีละ ๑ ครั้ง" เพราะเป็นเรื่องสำคัญถ้าหากจัดให้หลาย ๆ วันความสำคัญอาจจะลดลง ถ้าหากเด็กในวันนี้เป็นผู้ใหญ่ในวันหน้าจะจัดวันเด็กกันอย่างไรและจะจัดกี่วันเป็นการตอบแทนสังคม

มีความสุขลึกที่เห็นครูได้รับการกราบไหว้จากศิษย์ ที่เขายังศรัทธาในตัวครู
เป็นความภูมิใจที่ยากจะลืมเลือน
ข้อคิดดีๆจากคนดีๆๆน่าชื่นมมากครับ
เป็นกำลังใจให้เสมอครับพี่
อ่านแล้วซึ้งจัง ครูครับเป็นกำลังใจให้ครูสอนเด็กต่อๆไปนะครับ ผมนึกถึงความทรงจำแบบนี้กับครูตอนประถมไม่ออกแล้ว เพราะถูกสอนให้แข่งขันมาตลอดชีวิตการเป็นนักเรียน
สวัสดีครับ คุณครูคิม
"ขอบคุณมากครับสำหรับการถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์อันอบอุ่นและงดงาม
ขอบคุณมากครับสำหรับการบ่มเพาะเมล็ดพันธ์ที่ดีและมีคุณภาพให้กับสังคม"
สวัสดีค่ะพี่คิม..
อิ่มเอิบและซาบซ่านในความรู้สึกของความเป็นครูของพี่คิมมากค่ะ..
ผู้ใหญ่ในวันนี้..คือเด็กในอดีตที่ได้รับการเพาะบ่มมาต่างกัน
ครู..คือผู้ที่ทำหน้าที่นี้รองจากพ่อแม่ (ตามหลักความเป็นจริงของชีวิต)
แต่สำหรับเด็กบางคน "ครู" กลับได้ทำหน้าที่เทียบเท่าพ่อและแม่ หรือทำหน้าที่แทนพ่อแม่ของเขาเลยก็ว่าได้
เช่นครูพี่คิม..จากในหลายบันทึกที่ผ่านมา
ขอบคุณแทนสังคมที่ได้พบคนดีๆเช่นนี้
และก็ดีใจกับ "วันเด็ก" ที่ทำให้แต่ละคนมีความทรงจำอันดีงาม และต่างกันออกไป
หากพวกเขาได้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีสุข สร้างประโยชน์ ไม่ทำความเดือนร้อน ถือว่าเป็นการตอบแทนคืนสู่สังคมได้แล้วนะคะ
คนเป็นครูอย่างเรา ก็เป็นสุขแล้วนะคะ..
สวัสดีค่ะพี่ครูคิม..ซาบซึ้งใจมากค่ะ..นักเรียนที่เรียนไม่เก่งส่วนมากจะมาทักทายนะคะ..เพราะจดจำที่ครูเน้นย้ำให้เขาตั้งใจเรียน..ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณครูคิม
อ่านแล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ เรื่องบางเรื่องคุณครูคิมเคยเล่าให้ฟังตอนที่เราพบกัน หากให้เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตที่คุณครูได้กระทำไว้ต่อเด็กในวันนั้นคงไม่มีวันหมด เขาเป็นผู้ใหญ่ในวันนี้เป็นผู้ใหญ่ที่นำความปลาบปลึ้มใจมาให้คุณครู นี่แหละค่ะชีวิตของความเป็นครูไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้แล้ว ดังที่คุณครูคิมเคยบอกไว้ รางวัลใด ๆที่ได้รับตลอดชีวิตการเป็นครูมานั้น เด็กตอบแทนในความดีงาม ความงดงามของการคิดได้ จิตใจแสดงออกซึ่งความกตัญญู เป็นรางวัลชิ้นเอกแล้วล่ะค่ะ
คุณครูคิมคะ ครูเป็นครูโดยจิตวิญญาณจริง ๆค่ะ
รักระลึกถึงเสมอ...เหมียว
สวัสดีค่ะ พี่ครูคิมที่รัก
พี่ความจำดีจริงๆ เป็นครูวิไลน่ะไม่ได้ ความจำเสื่อม
เพราะหน้าตาเด็กเขาเปลี่ยนไปเยอะ ก็อ้อมแอ้มว่า ครูจำได้แต่นึกชื่อเธอไม่ออก
หลังๆ เลยมีฉายาตั้งให้เด็ก ตัวเองจะได้จำด้วย อย่าง ชื่อ สุวิมล แต่เขาเขียนตก
เป็น สุวิม ก็จะเรียก คุณสุวิม (เด็กก็ชอบครูก็จำได้จนบัดเดี๋ยวนี้)
ใครๆก็อยากให้ครูวิไลตั้งฉายาให้ทั้งนั้น
ยินดีกับนักเรียน ที่มีครูคิมเป็นคุณครูในดวงใจค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณครูคิม
หนูอ่านบันทึกนี้รู้สึกมีความสุขใจและทราบซึ้งมากจริงๆค่ะ...โดยเฉพาะชายสองคนที่ก้มลงกราบคุณครู
ทำให้หนูคิดถึงคุณครูหลายๆท่านเลยค่ะ
ขอให้คุณครูมีความสุขมากๆนะคะ
สวัสดีวันเด็กค่ะพี่คิม
อ่านแล้วซึ้งใจจัง....คุณครูที่เป็นครูด้วยจิตวิญญาณย่อมประทับอยู่ในใจของนักเรียนเสมอค่ะ
ขอบคุณเรื่องราวดีๆ ที่นำมาแบ่งปันอย่างสม่ำเสมอนะคะ
สวัสดีค่ะพี่ครููคิม
อ่านแล้วรู้สึกซาบซึ้งมากเลยค่ะ
สิ่งที่พี่คิมได้ทำอะไรแก่เด็กๆในวันนั้น ทำให้เขามีวันนี้...พี่คิมอยู่ในใจเขาตลอดเวลา
และเมื่อถึงวันนี้... เมื่อพี่คิมนึกถึงเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ก็ทำให้เกิดความปีติ
ขอให้พี่พบแต่สิ่งดีงามนะคะ
สวัสดีค่ะ พี่ครูคิม
อ่านแล้ว....ปลื้มใจแทนพี่คิมค่ะ ความสำเร็จของเด็กคือโบนัสชีวิตของคนเป็นครู...เป็นกำลังใจให้ตลอดไปค่ะ
สวัสดีค่ะ ผอ.พรชัย
สวัสดีค่ะน้องชายเสียงเล็กๆ فؤاد
สวัสดีค่ะคุณฝนแสนห่า
สวัสดีค่ะคุณภูมิปัญญาตกกระแส
สวัสดีค่ะน้องศน.อ้วน
สวัสดีค่ะน้องrinda