บันทึกนี้ใช้เป็นช่องทางการนำเสนอกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของ นศ. คณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ชั้นปีที่ 2
- การเรียนการสอนวันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2553 ได้อธิบายและยกตัวอย่าง การใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและตัดสินใจทางธุรกิจ ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว
- จากนั้นจึงโยงเข้าสู่คำถามว่า นศ.รู้จักและเข้าใจในพื้นฐานของธุรกิจหรือไม่ ? รู้จักอย่างไร ? เข้าใจอย่างไร ? ที่จริงเป็นคำถามสำคัญก่อนที่ไปเรียนรู้เรื่องของการใช้ระบบสารสนเทศซึ่งเป็นเสมือนตัวช่วยให้ธุรกิจได้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

- การบรรยายในช่วงที่สองจึงพูดเรื่อง สร้างความเข้าใจในเรื่องใกล้ตัว มุมมองใหม่ : เศรษฐกิจ & ธุรกิจ นำเสนอ รูปแบบ 4 ช่องของงบดุลชีวิต ให้ นศ.ได้รู้จักและทดลองปฏิบัติ

- การเรียนการสอนจบลงด้วยโจทย์กิจกรรมประจำสัปดาห์ โดยมี Slide คำถาม ดังนี้

ชื่อเรื่อง ครอบครัวสุขสันต์ที่หาดขนอม
เนื้อเรื่อง วันที่ 15 พย 25 ข้าพเจ้า คุณพ่อ คุณแม่ และเพื่อนๆอีก 3 คือ จอส บิว แพร ได้ไปเที่ยวพักผ่อนตากอากาศกันที่ หาดขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งทะเลในวันนั้นสวยงามมากและหลังจากนั้นก็ไปกันที่ต้นธารรีสอร์ทไปทำสปาเท้ากันที่ใช้ปลาสายพันธุ์จากญี่ปุ่นมาบำบัดซึ่งสนุกมากแลัเป็นโอกาสดีมาที่ได้ไปกับครอบครัวซึ่งในช่วงปีให้หาโอกาสที่จะไปเที่ยวกันยากมากแต่ข้าพเจ้าก็ต้องทิ้งงานไปซึ่งงานก็ต้องรีบที่จะส่งในวันรุ่งขึ้นอีกด้วยแต่ก็ที่ได้ไปพักผ่อนสมองบ้าง
วิเคราะห์
รายรับ โอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวซึ่งไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปเที่ยวกันสักเท่าไร
รายจ่าย งานที่ต้องทิ้งไปแล้ต้องรีบจัดการให้เสร็จทันเวลา
สินทรัพย์ ความสุขและเวลาที่ได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น
หนี้สิน งานที่ค้างอยู่ต้องรีบกลับมาจัดการให้ทันเวลา
ชื่อเรื่อง อมไว้ไม่ขัดสน
เนื้อหา(โดยสรุป)
ในการดำเนินชีวิตในวันหนึ่งๆ แพนเค้กจะต้องจ่ายเงินในการซื้ออาหาร ขนม และของใช้ส่วนตัว วันหนึ่งแพนเค้กไปเที่ยวในห้างแห่งหนึ่งแล้วเจอตุ๊กตาหมี ซึ่งเป็นตัวที่อยากได้มากที่สุดในตอนนั่น แต่ตอนนั้นตัวแพนเค้กเองยังไม่มีเงิน ก็เลยคิดว่าจะเก็บเงินจากเหรียญที่เหลือจากการซื้อขนมนี้แหละไว้ซื้อตุ๊กตา หลังจากคิดไปคิดมาอยู่ครู่หนึ่งจึงได้ไอเดีย เมื่อกลับถึงหอพักแพนเค้กก็เลยเอากระป๋องโก้แก่ มาหนึ่งกระป๋องแล้วเจาะที่ฝาเพื่อไว้เป็นช่องหยดเหรียญ เท่านี้เองสามารถเก็บเงินได้แล้ว แพนเค้กไดเริ่มหยอกเหรียญวันละ 5 บาท10 บาท ทำแบบนี้ทุกวัน จนวันหนึ่งแพนเค้กสามารถเก็บเงินได้ตามจำนวนที่ต้องการจึงนำไปซื้อตุ๊กตาหมีตัวโปรด และยังมีเงินเหลืออีกจำนวนหนึ่งจึงเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็นต่อไป เห็นไหมละค่ะว่าแม้การเก็บหอมรอมเริดวันละนิดก็ทำให้เราสามารถซื้อสิ่งที่ต้องการได้และทำให้เราภาคภูมิใจในตัวเราเอง โดยที่ไม่ต้องไปขอเงินจากพ่อแม่เพิ่ม และยังเป็นตัวอย่างที่ดีขอเพื่อนๆ อีกด้วย
การวิเคราะห์ด้วยรูปแบบ 4 ช่องของดุลชีวิต
รายรับ
1. มีความคิดสร้างสรรค์
2. กระปุกออมสินโก้แก่
3. การเก็บหอมรอมเริดวันละนิด
รายจ่าย
1. เป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้อื่น
2. มานะอดทนต่อสิ่งเร้าได้ดี
สินทรัพย์
1. เงินเก็บวันละ 5 บาท 10 บาท
2. ตุ๊กตาหมีตัวโปรด
หนี้สิน
1. ความภาคภูมิใจในตัวเอง
2. หนี้สินที่เกิดจากการกระทำของตัวเอง (คือการรู้จักตัวเองว่าต้องการอะไร )
ตอบรับ 2 เรื่องแรก - วันที่ 12 ม.ค.53 เวลา 08:58
1. นายเจษฎา ธิบดีมี
ดีครับ หัดวิเคราะห์บ่อย ๆ วันละ 3 เรื่อง = สัปดาห์ละ 21 เรื่อง = เดือนละ 90 เรื่อง จะกลายเป็นอัตโนมัติ เปลี่ยนมุมมองความคิดของคุณ ทำให้มีสติ รอบคอบ รัดกุมโดยเฉพาะในเรื่องการใช้จ่าย
2. นางสาวศรีใหม จันทร์ฝาก
ก่อนอื่นต้องขอแก้ไขชื่อเรื่องเป็น "ออมไว้ไม่ขัดสน" และไม่เข้าใจว่า "ความภาคภูมิใจในตัวเอง = หนี้สิน" ได้อย่างไร ? หรือคุณคิดว่า ความภาคภูมิใจในตัวเอง คือ Ego ถ้าเป็นอย่างนั้น...ขอนับถือในความลึกซึ้งจริง ๆ
ชื่อเรื่อง ความประทับใจในชีวิตของฉันช่วงที่เรียนม.ปลาย
หลายคนบอกว่า....ชีวิตนักเรียนม.ปลาย เป็นชีวิตที่มีความสุขมากที่สุดของวัยเรียน.....และฉันเองก็มีเรื่องราวประทับใจมากมาย ฉันมีเพื่อนที่น่ารัก มีอาจารย์ที่ผูกพันและแสนดี แต่อาจารย์ก็ทำโทษเมื่อเราทำผิด หรือ ตักเตือนให้เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง กลุ่มของเราไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ.... ไปเรียนพิเศษด้วยกัน ไปเยี่ยมบ้านเพื่อน เยี่ยมบ้านอาจารย์......เมื่อเรียนจบม.6 เราทุกคนก็ต้อง แยกย้ายกันไปตามความฝันของตัวเอง ซึ่งพวกเราเองก็ไม่อยากแยกจากกันเพราะความผูกพัน เกือบ 6 ปี ที่มีทั้งความสุข ความทุกข์ร่วมกัน ทำให้ทุกคนอยากจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกันต่อไป... แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่จะมาเรียนที่เดียวกันทั้งหมด เพราะต่างคนต่างก็มีความฝันของตนเอง
แม้ว่าตอนนี้เราจะไม่ได้เจอหน้าเพื่อนทุกวัน ต่างคนต่างไปตามหาอนาคตของตัวเอง แต่ความผูกพันระหว่างเพื่อนของเราทำให้เราต้องยังติดต่อกันเสมอ----- นัดพบปะกันช่วงปิดเทอม ซึ่งอาจจะเจอเพื่อนไม่ครบทุกคน เพราะมีเวลาไม่ตรงกัน และอยู่กันคนละที่
วิเคราะห์
รายรับ ความรัก ความผูกพันธ์ เพื่อน อาจารย์ที่ดีที่คอยให้ความรู้
รายจ่าย ความทุกข์ การปฎิบัติตัวไม่ดีที่ทำให้อาจารย์ต้องมาตักเตือนหรือมาลงโทษ
สินทรัพย์ ความสุข ความรู้ที่ได้รับจากอาจารย์ตลอดที่เรียนมาเพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน
หนี้สิน ความฝันของตนเอง ที่ยังทำไม่สำเร็จ
1.ชื่อเรื่อง สร้างสุขจากการทำงาน
2.เนื้อหา(โดยสรุป)
พ่อของดิฉันเป็นคนที่ต้องทำงานหลายๆอย่าง ทั้งงานราชการและทำสวนจึงทำให้ดิฉันซึ่งเป็นลูกต้องช่วยท่านทำงานบ้างในบางอย่างที่สามารถทำได้
เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 52 เป็นเวลาประมาณ 20.30 น. พ่อมีงานด่วนเป็นงานที่เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์แต่ท่านก็ไม่ค่อยเข้าใจวิธีการทำพ่อจึงนำงานนั้นมาปรึกษาดิฉันซึ่งนั่งทำการบ้านอยู่ ดิฉันจึงทิ้งการบ้านของตนเองไว้แล้วนำงานของพ่อมาทำให้ก่อนเพื่อให้ท่านได้พักผ่อน เมื่อดิฉันทำงานของพ่อเสร็จเวลาประมาณ 23.30 น. จากนั้นก็นำการบ้านของตนเองมาทำต่อ
3.วิเคราะห์ด้วยรูปแบบ 4 ช่วง ของงบดุลชีวิต
•รายรับ ได้ฝึกฝนการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์, นำความรู้ที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์
•รายจ่าย ต้องใช้เวลาในการทำงานของพ่อ, ทิ้งการบ้านของตนเอง, นอนดึก
•สินทรัพย์ มีความชำนาญในการใช้งานคอมพิวเตอร์มากขึ้น, พ่อได้ผักผ่อน, ความภูมิใจที่เราได้ช่วยงานพ่อ
•หนี้สิน เมื่อทำงานของพ่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ต้องรีบทำการบ้านของตนเองต่อให้เสร็จ
นางสาว จุฬาพร สิทธิการ รหัส 5140110918 สาขา เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ
1.ชื่อเรื่อง ความประทับใจในโรงเรียนตอนมัธยม
2.เนื้อหา(โดยสรุป)
ความประทับใจแรกที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน คือ การสามารถสอบเข้าศึกษาในโรงเรียนได้ เพราะเป็นโรงเรียนที่เน้นในเรื่องของวิชาการและทำกิจกรรมต่างๆ ความประทับใจในเรื่องสถานที่ โรงเรียนเป็นโรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างมากมีอาคารเพียงพอกับจำนวนนักเรียน มีสื่อการสอนที่พร้อม มีบุคลากรที่เก่งๆเป็นอาจารย์ ผู้สอน มีเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆให้แก่นักเรียนไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ ซึ่งเพียงพอกับจำนวนนักเรียนอินเตอร์เน็ตที่ให้นักเรียนใช้เปิดหาข้อมูลที่เกี่ยวกับการศึกษาเเละการเรียน สิ่งที่ประทับใจที่สุดในโรงเรียนแห่งนี้คือ"มิตรภาพ" ตลอดเวลาที่ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้นานเป็นเวลา 6 ปี ทำให้เพื่อนที่คบกันมีความผูกพันธ์กันมาก เพราะส่วนใหญ่จะใช้เวลาอยู่ด้วยกันเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นในเวลาเรียน กินข้าว เล่น เรียนพิเศษ ไปเที่ยว ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันมากมาย ซึ่งตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตใน "โรงเรียนบางดีวิทยาคม" แห่งนี้ป็นเวลา 6 ปี ได้สร้าง "ความสุข และ ความประทับใจ " ที่ไม่มีวันลืม
3.วิเคราะห์ด้วยรูปแบบ 4 ช่วง ของงบดุลชีวิต
รายรับ ความรัก ความผูกพันธ์ ความห่วงใย ที่ได้รับจากอาจารย์และเพื่อนๆทุกคน
รายจ่าย ความทุกข์ การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่ต่างกันอาจทำให้อาจารย์ต้องมาตักเตือนและมีการลงโทษ
สินทรัพย์ ความสุข ความประทับใจ ความรู้ที่ได้รับจากอาจารย์ ประสบการณ์ต่างๆในชีวิตจากการที่เรียนมาเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
หนี้สิน ความฝันของตนเอง เพราะต่างคนต่างก็มีความฝันของตนเองที่ยังทำไม่สำเร็จก็ต้องไปตามหาอนาคตของตัวเองที่ได้วางแผนเอาไว้
นางสาวเจนจิรา นันท์ดี รหัส 5140110919 สาขา เศรษฐศาสตร์ธุรกิจปี2
1. ชื่อเรื่อง ความประทับใจที่ได้เกิดเป็นลูกของแม่
2. เนื้อหา(โดยสรุป)
ใครๆก็บอกว่าแม่ของดิฉันเป็นคนขี้เหนียวแต่ดิฉันคิดว่าแม่ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเพราะที่แม่ไม่ค่อยจ่ายเงินนั้นเป็นเพราะว่าแม่คิดว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นควรจะเอาเงินตรงนั้นไปเก็บไว้ที่ธนาคารให้ลูกในยามที่จำเป็นดีกว่าอยู่มาวันหนึ่งดิฉันอยากได้กล้องถ่ายรูปซึ่งมีมูลค่าประมาณ 8000 บาท ตอนนั้นแม่ไม่ค่อยมีเงินดิฉันคิดว่าดิฉันคงจะไม่ใด้กล้องแน่นอนแต่สุดท้ายแม่ก็เอาเงินที่แม่เก็บไว้มาให้ดิฉันซื้อกล้องจนได้
3.วิเคราะห์ด้วยรูปแบบ 4 ช่วง ของงบดุลชีวิต
•รายรับ แบบอย่างที่ดีของแม่ที่ทำให้เรารู้ว่าการรู้จักออมเงินเป็นสิ่งสำคัญ
•รายจ่าย แม่จะต้องเอาเงินที่เก็บไว้ไปซื้อกล้องให้ลูก
•สินทรัพย์ ดีใจที่จะได้มีกล้องเป็นของตนเอง
•หนี้สิน มีภาระในการดูแลสิ่งของมากขึ้นและที่สำคัญแม่ก็ต้องเป็นห่วงเรา
นางสาว สุธารัตน์ เจี้ยงเต็ม รหัสนักศึกษา 5140110996 สาขา เศรษฐศาสตร์ธุรกิจปี2
1ชื่อเรื่อง ....ความประทับใจในช่วงวันหยุด
2.เนื้อหา(โดยสรุป) ในช่วงวันหยุดดิฉันและเพื่อนอีก5คนคืออัน แซม ออน หนึ่ง และดิฉันก็ได้ไปเที่ยวกระบี่ซึ่งพวกเราก็ได้ไปที่สระมรกตเป็นอันดับแรกซึ่งกว่าจะได้ไปถึงสระมรกตก็มีความยากลำบากมากเพราะต้องเดินเข้าไปโดยความยากลำบากประมาณ 3กิโลเมตร แต่พอไปถึงสระก็หายเหนื่อยเพราะน้ำที่ไหลลงมานั้นเป็นสีเขียวและก็ใสมากและดิฉันก็ได้อยู่ประมาณ 3ชั่วโมง ก็ได้ไปเที่ยวหาดนพรัตน์ซึ่งเป็นหาดที่สวยงามมาก และหลังจากนั้นดิฉันก็ได้ไปเที่ยวต่อที่สุสานหอย 75 ล้านปีเพื่อที่จะไปซื้อของฝากให้กับเพื่อนและก็กลับมาพักที่บ้านเพื่อน ซึ่งในวันนั้นดิฉันมีความประทับใจและมีความสุขมากๆๆ ที่ได้มาเที่ยวกระบี่ในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง
การวิเคราะห์ด้วยรูปแบบ 4 ช่องของดุลชีวิต
รายรับ ได้ประสบการณ์และโอกาสที่ได้รับจากการไปเที่ยวกระบี่กับเพื่อนๆในช่วงวันหยุด
รายจ่าย จะต้องมีการใช้จ่ายเงินมากขึ้น และก็มียากลำบากในการเดินทาง
สินทรัพย์ ความสุขและความประทับใจที่ได้รับจากการไปเที่ยวกระบี่
หนี้สิน ความฝันของตนเองที่อยากจะไปเที่ยวกระบี่อีกครั้งในสถานที่ที่ยังไม่ได้ไป
ชื่อเรื่อง เสียดายวันวาน(ยังหวานอยู่)
เนื้อเรื่อง
ช่วงที่อยู่ ม.5 ดิฉันสนิทกับเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งสนิทกันมากเรียนอยู่ห้องเดียวกันแต่เราอยู่คนละแก๊งค์กัน ต่อมามีการจัดกิจกรรมในโรงเรียนขึ้นซึ่งมีคนอื่นมาบอกกลุ่มดิฉันว่า กลุ่มนั้นว่ากลุ่มดิฉันไม่ช่วยทำงาน หลังจากวันนั้นเราก็ห่างกัน ไม่ได้พูดคุย เจอหน้ากันก็ทำเหมือนไม่รู้จักกัน ซึ่งทำให้เราสองคนนั้นอึดอัดใจมาก แต่ก็ไม่ได้เคลียร์ เปิดใจกัน ต่างคนต่างก็ฟอร์มใส่กัน จนกระทั่งถึงวันที่พวกเราจบการศึกษาและต้องแยกย้ายไปเรียนต่อที่อื่น ซึ่งก็ได้มีการขออีเมล์ของเพื่อนทุกคนไว้ หลังจากนั้นดิฉันก็เริ่มที่จะแอดเมล์ไปหาเขา แล้วเราก็ได้พูดคุยกัน และจากนั้นต่างคนก็เผยความรู้สึกลึกๆที่ผ่านมา ก็พบว่า แต่ละคนก็รู้สึกเดียวกันว่า อยากจะคุยด้วย อยากจะกอดกัน อยากเล่น ตีหัวกันแต่ไม่หาโอกาสพูดคุยกัน ไม่เปิดใจ เปิดอกกัน พอห่างกันไกลเพิ่งได้รู้สึกว่าเสียดายวันเวลาที่ได้อยู่ใกล้กันแต่ไม่คุยกัน ไม่เล่นด้วยกัน ทั้งๆที่ว่าเราทั้งสองคนนั้นไมได้มีปัญหาโดยตรง ซึ่งตอนนี้เราก็อยู่ไกลกันไม่มีเวลาคุย เจอหน้ากันมาหลายปีแล้ว ซึ่งเขาก็ได้ย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นแล้ว ทำให้ดิฉันรู้สึกแย่มากๆ---(อยากร้องไห้)
วิเคราะห์
รายรับ--- รับรู้จากคนอื่นแล้วเชื่อโดยไม่ได้ถามเพื่อนเลยว่ามันจริงไหม?
รายจ่าย--- จากที่สนิทกันมากทำให้เราไม่คุยกัน ไม่รู้จักกัน ทำให้ต่างคนต่างทุกข์ใจ
สินทรัพย์--- สอนให้รู้ว่าเมื่อมีปัญหาอะไรควรเปิดใจ หันหน้าคุยกันดีกว่า เพราะว่าเวลานั้นถ้ามันผ่านไปแล้วก็ไม่สามารถหามาใหม่ได้ และเมื่อราได้คุยกันแล้ว ความรู้สึกดียิ่งทวีขึ้น จากรักเป็นรักมาก
หนี้สิน--- ความรู้สึกเสียใจและเสียดายวันเวลาที่ผ่านมา วันที่อยู่ใกล้กันเพียงนิดเดียวแต่ไม่มีโอกาสพูดคุย ทำความเข้าใจกัน แต่พอห่างไกลกันเพิ่งจะมารู้สึกและรู้ตัวว่าสายไป</p>
ชื่อเรื่อง: แม่ผู้มีพระคุณ (รักแม่ที่สุด)
เนื้อหาโดยสรุป: ทุกคนที่ได้อ่านข้อความนี้จึงนึกไว้อยู่เสมอว่าแม่สามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อลูก ทุกคนรู้ไม่ค่ะบ้านฉันมีพี่น้องทั้งหมด 10 คนมีแม่คอยดูแลลูกทั้ง 10 คนอยุ่คนเดียว เนื่องจากพ่อของดิฉันได้เสียชีวิตตั้งแต่ดิฉันยังเป็นเด็ก แม่ของดิฉันต้องดูแลลูกมาตลอดโดยที่แม่ไม่มีบ่นสักคำแม่เหนื่อยจนหยาดเหงื่อไหลเหมือนน้ำในทะเลแต่แม่ก็ไมบ่นเลยแม่ขอให้ลูกมีความสุขแค่นี้แม่ก็ดีใจแม่ของดิฉันเป็นผู้หญิงที่เป็นแบบอย่างของดิฉันได้ดีที่สุดมาวันหนึ่งแม่ของดิฉันล้มป่วยด้วยโรคเบาหวานแม่ต้องอยู่โรงพยาบาลตั้งครึ่งเดือนดิฉันคอยดูแลท่านมาตลอดดิฉันร้องไห้ทุกวันเพราะแม่กำลังถูกตัดนิ้วดิฉันไม่ยอมไปเรียนเลยจนแม่พูดว่าไปเรียนเถอะแม่ไม่เป็นไรเดียวพี่สาวคอยดูแลเอง ดิฉันจึงยอมไปเรียนแต่เรียนก็ไม่รู้เรื่องเลยเพราะคิดถึงแม่ตอนฉันจะมาเรียนฉันได้เข้าไปกอดแม่หอมแก้มแม่ แม่ร้องไห้เมื่อฉันกอดท่าน ฉันรักแม่มากที่สุดเลย หลังจากที่แม่ออกจากโรงพยาบาลพี่น้องและญาติของดิฉันก็ไม่ให้แม่ได้ทำงานหนักอีกเลยเนื่องจากว่าแม่เหนื่อยมามากแล้วอยากให้แม่อยู่อย่างสบายบ้างแต่แม่ไม่ยอมเพราะกลัวว่าลูกต้องเหนื่อยแม่ก็เลยขอแค่ทำอาหารให้ลูกกินตอนลูกกลับมาจากทำงาน(แม่ทำอาหารอร่อยมากน่ะ)ย่อๆน่ะค่ะ
การวิเคราะห์ด้วยรูปแบบ 4 ช่องของดุลชีวิต :
รายรับ : ความรักและความอบอุ่นจากแม่ผู้ที่รักลูกมากกว่าตัวเอง
รายจ่าย : แม่ต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะเป็นโรค
สินทรัพย์ : ความสุขที่ได้อยู่กับแม่และเกิดมาเป็นลูกแม่
หนี้สิน : ต้องรักษาโรคแม่ให้หายขาดจากแม่แล้วกลับมามีความสุขเหมือนเดิม
ชื่อเรื่อง รักครั้งแรก
เนื้อหาโดยสรุป
ตอนที่ดิฉันลืมตาดูโลกครั้งแรกดิฉันได้เจอกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เรียกว่าแม่เขาเป็นคนที่ดูแลเราตั้งต่ตอนเล็กๆให้ข้าวให้น้ำจนดิฉันเติบโตและเป็นผู้หญิงคนเดียวที่รักและให้อภัยในทุกๆเรื่องและดีใจที่ได้เกิดเป็นลูกของแม่และจะตอบแทนพระคุณแม่จะไมทำให้แม่เสียใจจตั้งใจเรียนเป็นคนดีของแม่ของสังคม
การวิเคราะห์ด้วยรูปแบบ 4 ช่องของดุลชีวิต :
รายรับ ความรักความอบอุ่นความห่วงใย
รายจ่าย ความเสียใจของแม่
สินทรัพย์ รักแม่มากมาย
หนี้สิน วันเวลาที่มีค่าและไม่อยากทำให้แม่เสียใจ
1.ชื่อเรื่อง...ปีใหม่2552น่าทรงจำ
2.เนื้อหา...
วันขึ้นปีใหม่ในปีที่ผ่านมา ดิฉันมีความสุขมากเพราะได้ไปเค้าดาวกับเพื่อน ๆ ที่ริมทะเล โดยปกติเพื่อน ๆ จะเรียนกันคนละที่คนละจังหวัดจังแต่ในปีนี้ทุกคนได้มารวมตัวกันและนั่งเค้าดาวร่วมกัน ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจที่สุดเลย เพราะนานๆ ครั้งจะเกิดเหตุการณืนี้ขึ่น ยิ่งเราโตขึ้นมากเท่าไหร่ เวลาของเราแต่ละคนก็ช่างมีคุณค่ามากขึ้นในทุก ๆ นาที ในปีนั้นได้นั่งสังสรรค์พูดคุยถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมา และนั่งยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน มีการซื้อพรุมาจุดกันด้วย ซึ่งมันเป็นภาพน่าจดจำเป็นอย่างยิ่ง
3.การวิเคราะห์ด้วยรูปแบบ 4 ช่องของดุลชีวิต :
รายรับ...ความสุขและความประทับใจ
รายจ่าย...การได้นั่งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันกับเพื่อนๆ
สินทรัพย์...ความทรงจำที่จะจำได้ไปอีกนาน
หนี้สิน...เวลาของคืนนั้นช่างมีน้อยนิด
1.ชื่อเรื่อง ความประทับใจที่ได้เกิดมาเจอพ่อกับแม่ที่แสนดี 2.เนื้อหา (โดยสรุป) ดิฉันประทับใจมากที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อกับแม่ เพราะพ่อกับแม่คือทุกสิ่งทุกอย่างมี่ดีสำหรับฉัน เมื่อดิฉันเจ็บไข้ไม่สบายก็มีท่านที่คอยเป็นห่วงดูแลฉัน คอยให้คำแนะนำ สั่งสอนดิฉัน ถึงแม้บางครั้งท่านอาจคอยว่ากล่าวดิฉัน แต่ดิฉันก็เข้าใจว่าท่านเป็นห่วง แต่มีบางครั้งที่ฉันถกเถียงท่านบ้าง ดิฉันรู้สึกผิดมากคราวหลังดิฉันจะทำตัวให้ดีและตั้งใจเรียนให้จบเพื่อตอบแทนพระคุณท่าน การวิเคราะห์ด้วยรูปแบบ 4 ช่องของดุลชีวิต รายรับ ได้รับความรักและความเป็นห่วงและการดูแลเอาใจใส่จากท่าน รายจ่าย ดิฉันเถียงพ่อกับแม่ทาให้รู้สึกผิด สินทรัพย์ มีความสุขมากที่มีพ่อแม่ที่แสนที่อย่างนี้ หนี้สิน ดิฉันจะพยายามเรียนให้จบเพื่อตอบแทนพระคุณท่าน
1.ชื่อเรื่อง ความประทับใจที่ได้เกิดมาเจอพ่อกับแม่ที่แสนดี
2.เนื้อหา (โดยสรุป) ดิฉันประทับใจมากที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อกับแม่ เพราะพ่อกับแม่คือทุกสิ่งทุกอย่างมี่ดีสำหรับฉัน เมื่อดิฉันเจ็บไข้ไม่สบายก็มีท่านที่คอยเป็นห่วงดูแลฉัน คอยให้คำแนะนำ สั่งสอนดิฉัน ถึงแม้บางครั้งท่านอาจคอยว่ากล่าวดิฉัน แต่ดิฉันก็เข้าใจว่าท่านเป็นห่วง แต่มีบางครั้งที่ฉันถกเถียงท่านบ้าง ดิฉันรู้สึกผิดมากคราวหลังดิฉันจะทำตัวให้ดีและตั้งใจเรียนให้จบเพื่อตอบแทนพระคุณท่าน
การวิเคราะห์ด้วยรูปแบบ 4 ช่องของดุลชีวิต
รายรับ ได้รับความรักและความเป็นห่วงและการดูแลเอาใจใส่จากท่าน
รายจ่าย ดิฉันเถียงพ่อกับแม่ทาให้รู้สึกผิด
สินทรัพย์ มีความสุขมากที่มีพ่อแม่ที่แสนที่อย่างนี้
หนี้สิน ดิฉันจะพยายามเรียนให้จบเพื่อตอบแทนพระคุณท่าน
เรื่อง ช่วยกันปลูกต้นไม้ภายในโรงเรียน
เนื้อเรื่อง ในช่วงที่ดิฉันอยู่โรงเรียนเก่าวันนั้นครูให้นักเรียนทุกคนในห้องแบ่งกลุ่มกันกลุ่มละ4-5คน
เพื่อช่วยกันปลูกต้นไม้ แต่กลุ่มของดิฉันมี 5 คน ในวันนั้นกลุ่มของดิฉันได้ช่วยกันปลูกต้นไม้แต่มีเพียงสองคนที่ไม่ช่วยเพื่อนภายในกล่ม เมื่อครูเห็นพฤติกรรมของเพื่อนครูก็ได้บอกว่าการที่ครูให้นักเรียนช่วยกันปลูกต้นไม้ก็เพื่อฝึกความสามัคคีกัน ฝึกความอดทนภายในกลุ่มให้มีความเอื้ออาทรต่อเพื่อนด้วยกัน เมื่อพวกเขาได้ยินดังนั้นแล้วเขาก็พูดว่าถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพวกเราสองคนจะช่วยเพื่อนๆปลูกต้นไม้ให้เสร็จ ในวันนั้นพวกเราทุกคนก็ช่วยกันปลูกต้นไม้กันจนเสร็จ
รายรับ ได้ฝึกให้มีความสามัคคี ฝึกความอดทน และความรักความเอื้ออาทรต่อกันภายในกลุ่ม
รายจ่าย แรงงานที่เสียไปในการทำงาน
สินทรัพย์ ทำให้นักเรียนรู้ถึงความอดทนและเกิดความสามัคคีกัน และควรเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วย
หนี้สิน ทำให้รู้ว่าเขาเป็นคนที่มีนิสัยเกียจคร้านชอบกินแรงเพื่อน
นางสาววรรณิกา กลิ่นทิพย์ รหัส 5140111402 สาขาธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ
1.ชื่อเรื่อง... ครอบครัวที่น่ารัก
2.เนื้อหา (โดยสรุป) ตั้งแต่ฉันจำความได้ ข้างกายของฉันก็มีพ่อกับแม่ได้อยู่ข้างๆฉันตลอดเวลา ท่านทั้งสองคอยอบรมสั่งสอนฉันให้ฉันเป็นคนดีมาเสมอ พ่อกับแม่ยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้ฉันได้มีความสุขตามที่ท่านต้องการ ทุกครั้งที่ท่านคอยตักเตือนฉัน ฉันก็รู้ว่าท่านทั้งสองเป็นห่วงเป็นใยฉัน และทั้งสองก็หวังดีกับฉันมาตลอด ทั้งทั้งสองคอยเป็นกำลังใจให้ฉันไม่ว่าฉันจะสุข จะทุกข์ หรือว่า จะเสียใจแค่ไหนก็ตาม ฉันก็ยังมีพ่อแม่ที่รักแลเข้าใจฉันมาเสมอฉันก็รู้สึกว่าในชีวิตนี้ฉันคงดีใจมากที่ได้เกิดมาเป็นลูกของท่านทั้งสอง
3.การวิเคราะห์ด้วยรูปแบบ 4 ช่องของดุลชีวิต :
รายรับ ความรักที่พ่อและแม่มีให้
รายจ่าย บางครั้งเกิดความน้อยใจซึ่งกันและกัน
ทรัพย์สิน รู้ว่าชีวิตนี้คงรักใครไม่ได้มากกว่าท่านทั้งสองอีกแล้ว
หนี้สิน จะทำให้ท่านทั้งสองภูมิใจ
1. ชื่อเรื่อง ของขวัญวันปีใหม่
2.เนื้อหา (โดยสรุป) ตอนปีใหม่ที่ฉันมีโอกาสกลับบ้าน ฉันได้รับของขวัญที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตคือ การที่แม่ของฉันได้คลอดน้องออกมา ซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงซึ่งพอฉันได้รู้ครั้งแรกฉันรู้สึกตื่นเต้นมากที่ฉันจะได้น้อง พอฉันได้เห็นหน้าน้องสาวของฉันครั้งแรกฉันรู้สึกตื่นเต้นมาก น้องของฉันน่าตาน่ารักน่าชังมาก ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันดีใจมากที่น้องของฉันคนนี้ได้เกิดมาลืมตาดูโลกทำให้ฉันคิดว่าฉันจะดูแลน้องคนนี้ให้ดีที่สุดที่พี่สาวคนหนึ่งจะทำให้ได้
3.การวิเคราะห์ด้วยรูปแบบ 4 ช่องของดุลชีวิต :
รายรับ น้องสาวผูน่ารัก
รายจ่าย ความรักที่มอบให้น้องสาว
ทรัพย์สิน การที่ได้รู้ว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งได้ลืมตาออกมาดูโลก
หนี้สิน การที่จะดูแลน้องสาวคนนี้ให้ดีที่สุด
1. ชื่อเรื่อง สุขสันต์วันเกิดหนูใหม่
2.เนื้อหา (โดยสรุป)
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมาเป็นวันครบรอบวันเกิดหนูเองคะ หนูได้ไปทำบุญมา ไปถวายสังฆทานกับเพื่อนมา
และไปปล่อยนกปล่อยปลามาด้วย หนูรู้สึกอิ่มบุญมาก หลังจากที่กลับจากทำบุญ หนูได้ฉลองวันเกิดกับเพื่อนๆ หนูได้ของขวัญจากเพื่อนๆมากมาย วันนี้เป็นวันที่หนูแฮปปี้มากคะ ถือเป็นการอิ่มบุญ อิ่มสุขหลังสอบเสร็จพอดีเลยคะ
3.การวิเคราะห์ด้วยรูปแบบ4.ช่องของดุลชีวิต :
รายรับ ความสุขที่ได้จากการไปทำบุญมา/ความสุขจากเพื่อน
รายจ่าย ความสุขที่หนุได้มอบให้กับเพื่อนๆได้สนุกกัน
ทรัพย์สิน สิ่งที่หนูได้ทำในวันนี้ก็คือไปทำบุญนั่นเอง
หนี้สิน น้ำใจของเพื่อนๆที่มีให้ฉัน
ID : 5140111308
ชื่อเรื่อง งานเลี้ยงที่แสนสุข
เนื้อเรื่อง ในวันที่ 31 ธันวาคม 2552 ที่บ้านของข้าพเจ้าได้มีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ระหว่างญาติที่ไม่ค่อยที่จะได้พบปะกันโดยที่ข้าพเจ้ามีงานที่ต้องส่งในวันจันทร์ที่ 4 มกราคม 2553 และเป็นการทำงานกลุ่มแล้วแบ่งงานไปให้เพื่อนร่วมกลุ่มเรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าคิดว่าเพื่อนๆในกลุ่มคงจะยังไม่รีบทำคงจะทำหลังจากวันที่ 1 มกราคมไปแล้วจึงทิ้งงานที่รับผิดชอบด้วยเหตุผลที่ว่าวันขึ้นปีใหม่ หนึ่งปีมีหนึ่งคร้งและด้วยความคิดที่ว่าเพื่อนร่วมกลุ่มคงจะไม่ได้ทำงานที่มอบหมายไปจึงละทิ้งหน้าที่ของตนเองไปร่วมสังสรรค์กับญาติ พอวันรุ่งขึ้นเพื่อนร่วมกลุ่มโทรศัพท์มาบอกว่างานที่ให้ไปทำนั้นเสร็จแล้วและส่งให้ทาง mail ให้แล้ว และให้ข้าพเจ้าตรวจสอบว่าที่ส่งมาได้รึเปล่าและถ้าได้ให้ส่งส่วนของข้าพเจ้ากลับมาด้วยเพื่อที่จะร่วมเล่มรายงานอีก ข้าพเจ้าจึงต้องรีบทำงานที่รับผิดชอบและตรวจงานของเพื่อนร่วมกลุ่มที่ส่งมาให้ในวันรุ่งขึ้นเพื่อที่จะรวมเล่มและส่งให้ทันเวลาที่อาจารย์ได้กำหนดเวลาส่งงาน
วิเคราะห์
รายรับ: โอกาสที่จะได้อยู่พร้อมหน้ากันของญาติพี่น้องซึ่งหาโอกาสที่จะมาอยู่ด้วยกันหายากมาก
รายจ่าย : งานที่รับผิดชอบอยู่ต้องรีบทำให้เสร็จเพื่อที่จะส่งไปให้เพื่อนในกลุ่มนำไปรวมเล่ม
สินทรัพย์ : ได้รับความสุขและเวลาที่ได้อยู่กับครอบครัวและญาติพี่น้องมากขึ้น
หนี้สิน : งานที่รับผิดชอบที่ค้างอยู่ต้องรีบจัดทำงานเพื่อที่จะรวมเล่มรายงานเพื่อที่จะส่งอาจารย์ให้ทันเวลา
เรื่อง การเรียน
ในครอบครัวของดิฉันมีพี่น้องอยู่2คน ดิฉันเป็นน้องคนสุดท้องซึ่งมีหลายครั่งที่ทำให้พ่อเเม่เป็นห่วงเเละไม่สบายใจเนื่องจากดิฉันเป็นคนที่เรียนหนังสือไม่เก่งโดยเฉพาะตอนม.ปลายจะมีปัญหาเรื่องการเรียน จนทำให้พ่อเเม่เป้นห่วงอย่างมากเเละกลุ่มใจดิฉันก็รู้สึกไม่ดีที่ทำให้พ่อเเม่ไม่สบายใจ เเละเมื่อมาอยู่มหาวิทยาลัยดิฉันก็ตั้งใจว่าจะไม่ทำให้พ่อเเม่ผิดหวังเรื่องการเรียนอีกโดยตั้งใจเรียน เเละขยันมากขึ้น เเละดิฉันก้พยายามจนสำเร็จถึงเเม้ว่าผลการเรียนจะออกมาไม่มากเท่าไรเเต่ดิฉันก็พยายามเเล้วเเละไม่มีปัญหาเหมือนช๋วงม.ปลายอีก
วิเคราะห์
รายรับ : รายรับที่สำคัญของการปฏิบัติตัวสำคัญคือบทเรียนที่นำมาปรับปรุงเเก้ไขตนเอง
รายจ่าย: รายจ่ายคือการเสียใจในสิ่งที่เคยทำมาเเละออกมาไม่ดีไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน หรือเรื่องต่างๆ
สินทรัพย์:ความพยายามเเละความอดทนของตัวเองที่ปฏิบัติอยู่เเละจะติดตัวเป็นนิสัยไปตลอด
หนี้สิน: ความผิดหวังของพ่อเเม่ที่ดิฉันยังติดค้างท่านในสิ่งต่างๆที่ได้ทำให้พ่อเเม่ผิดหวัง