ตกบันได
เมื่อคืนนี้ ตอนประมาณ 4 ทุ่มเศษๆ หลังจากอ่านหนังสือนิทานให้เจ้าป๊อกแป๊ก ลูกสาวคนเล็กฟังจบ ก็ออกมาอาบน้ำ ปล่อยให้คุณแม่นอนกกให้หลับตาม routine อาบน้ำเสร็จเดินลงบันไดมาชั้นล่าง (ก็แน่ล่ะสิ จะเดินลงไปชั้นบนได้ยังไงนิ) ตอนอยู่ชั้นบนสุดก็คิดแวบมาว่าถ้าตกบันไดลงไปจะเป็นยังไงนะนี่ เดินหอบผ้าที่จะเอาไปซักลงมาทีละขั้นๆ พอมาถึงอีกสามขั้นสุดท้าย เท้าขวาก็ลื่นปรื๊ด แล้วตัวก็ airborn ลงมาสามขั้นรวด ลงมานั่งแอ้งแม้งที่พื้นขั้นสุดท้าย ครางออกมาเป็นภาษาที่บรรยายยาก
ตอนนั้นก็เลยหยุดนั่งสำรวจอาการตัวเองอยู่พักนึง (เพราะลุกไม่ขึ้น) ที่แน่ๆก็คือส้นเท้าเจ็บเพราะกะตุ้งๆลงมาโดนขั้นบันไดสองขั้น สองที ก้นและหลังที่ landing กระแทกขั้นบันไดประมาณสองครั้ง แล้วก็แขนสองข้าง ลองกระดุกกระดิกเท้า อืม.. ใช้ได้ ยังขยับได้ ส่งจิตไปสำรวจหลังว่าเจ็บขนาดไหน ปรากฏว่ายังไม่เจ็บเท่าไหร่ ค่อยๆเอามือควานไปคลำๆว่ามี stepping มีกระดูกหัก มีอะไรรึเปล่า กดๆดูก็น่วมๆนิ่มๆ ประมาณว่าพรุ่งนี้เจ็บกว่านี้แน่นอน คลำแขนซ้าย นั่นมีถลอกนิดหน่อย พอยกศอกขวามา อ้าว เจอแผลแตกตรงปลายศอกพอดี ยาวประมาณ 3 cm เป็นเส้นตรงเป๊ะ ยังกะเป็นแผลมีดบาด แสดงว่ามี impact ลงไปแรงพอควร เพราะหนังศอกตรงนี้ค่อนข้างหนา ย่น และยืดหยุ่นมาก เลือดออกพอควร ยังไม่ถึงกับติ๋งๆ กลั่้นใจเอามือกดคลึงลงไปข้างล่างแผลว่ามีกระดูก กระเดี้ยวอะไรออกมาร่วมวงไพบูลย์ไหม ก็ไม่มี ดูเหมือนจะเป็นแค่ที่เห็น
ค่อยๆกระย่องกระแย่งลุกขึ้น เสียงเด็กๆกับคุณแม่ในห้องนอนที่คุยกันกระหนุงกระหนิงเงียบกริบ เดาว่าคงกำลังรอว่าจะมีเสียงอะไรต่อไปที่คุณพ่อจะผลิตออกมา ก็เลยกระทืบพื้นตุงตัง พอให้ได้ยินว่าไม่ได้สลบเหมือด แต่กำลังลุกเดิน มีเสียงแว่วๆของป๋อมแป๋ม (ลูกคนโต) ว่า "แม่ๆ พ่อทำอะไรน่ะ"
เดินหอบผ้าเอาไปโยนที่ตะกร้าเสร็จ ก็เข้าห้องน้ำชั้นล่าง สำรวจแผลอีกที ก็ปลงว่าต้องไปเย็บแน่นอน เพราะเปิดเข้าถึงชั้น subcutaneous ใต้ผิวหนัง ก็ได้ยินเสียงภรรยาเปิดประตูห้องลงมา ก็เลยชูแขนให้ดู แล้วบอกว่าเดี๋ยวจะไป ER (ห้องฉุกเฉิน) เดินขึ้นบันไดไปเปลี่ยนชุดใหม่ เพราะตอนนั้นนุ่งกางเกงนอนแล้ว ค่อนข้างจะลำลองและเปิดเผยเกินกว่าที่จะใส่ไปนอนบ้านได้ เด็กๆลุกนั่งกันหมด หน้าตาดีใจที่ไม่ต้องนอนเดี๋ยวนั้น พอทราบว่าพ่อต้องเย็บศอก ก็ตื่นเต้นกันใหญ่ แต่ดูไม่ค่อยจะสงสารพ่อเท่าไหร่ (เพราะพ่อทำท่าไม่ตื่นเต้นมั้ง) เสียงแม่อธิบายเจ้าป๊อกแป๊กผู้เคยมีประสบการณ์เย็บคางใน OR มาแล้วเพราะตกม้า (ม้าของเล่น) หน้าบ้านลงไป landing ที่พื้่น ว่าพ่อจะต้องผ่านกระบวนการเย็บคล้ายๆกัน เด็กทำหน้าสงสารพอเป็นกำลังใจ แล้วก็กระโดดโลดเต้นต่อไป
ผมขับรถมา ER แล้วก็เดินเข้าไป เจอคุณแย พยาบาลรุ่นดั้งเดิมที่อยู่ ER มา 20 ปีแล้วมั้ง (ถ้าน้อยกว่านี้ก็ขออภัย) มีคนทักกันเกรียวกราวว่ามาทำไม เราก็ได้ถูกเชิญไปนอนบน stetcher น้องหมอที่อยู่เวรมาเยี่ยมๆมองๆและไหว้กันตรึม เวรศัลย์ถูกตามลงมาดู ได้รับการดูแลแบบ VIP (very ill patient) วัดความดัน อืม... 170/100 ทำไมสูงฟะ ปกติผมแค่ 120/80 มาแต่ไหนแต่ไร นอนให้น้องหมอล้างแผล แล้วก็เย็บอย่างรวดเร็ว chief resident พาทีมลงมาดูกันพร้อมหน้า พาไป x-ray ศอกว่าไม่มีอะไรหลงลืมแตกหัก พันแผลให้เป็นอย่างดี
ทีหลังคงจะต้องพยายามไม่แช่งตัวเองขณะลงบันได ตอนนี้เลยได้หัดอาบน่้ำโดยให้แขนขวาไม่เปียกน้ำ
ขอให้เป็นการเสดาะเคราะห์ของปีนี้ไปเลยละกัน
ขอส่งกำลังใจให้หายเจ็บโดยเร็วนะคะ..พี่ใหญ่สะดุดหกล้มเป็นประจำตามประสาคนใจเร็วกว่าเท้า..และ เป็นสว.(สูงวัย)ค่ะ..
ขอบพระคุณครับพี่นงนาท
ตอนนี้กำลังคิดว่าอาจจะต้องไปตรวจความดันต่อครับ มันแอบขึ้นมาเฉยๆ ไม่รู้ว่าตื่นเต้นหรืออย่างไร เรื่องแผลอาจจะเรื่องเล็กกว่าก็ได้ครับ ฮึ ฮึ
ส่งกำลังใจมาทาง Blog ครับ หายวันหายคืน มะรืนนี้สุขสุข
ขอเป็นกำลังใจให้สู้ความเจ็บปวดต่อไป อิอิอิ เพราะเคยเหมือนกันตอนนั้นท้อง 8 เดือนอีกต่างหาก แถมอุ้มน้องไอที (ลูกสาวคนโต ) ด้วย ดีที่ไม่เป็นอะไร ไม่งั้นน้องโอทอป (ลูกชายคนเล็ก ) คงไม่ได้มาวิ่งเล่นทุกวันนี้หรอก
ขอบพระคุณครับ อจ. JJ
เจ็บปวดไม่มากเท่าไหร่ แต่มันงุ่มง่ามชอบกลเพราะพันแผลที่ศอกนี่มันจำกัดการเคลื่อนไหวของแขนได้อย่างน่าประหลาดใจทีเดียวเลยครับ
วาว ตกบันไดตอนท้องแก่แถมอุ้มเด็กอีกตะหาก น่าหวาดเสียวจังเลยนะครับ
ขอบพระคุณครับคุณ nuttima
สวัสดีปีใหม่ค่ะอาจารย์
"ตอนอยู่ชั้นบนสุดก็คิดแวบมาว่าถ้าตกบันไดลงไปจะเป็นยังไงนะนี่"
อาจารย์เป็นเหมือนหนูตอนขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นสะพานเลยค่ะ
คิดแวบไปว่า ถนนข้างหน้าสูงประมาณ3นิ้ว ขี่ไม่ดีรถคงอาจเเฉลบ
พริบตาเดียวเท่านั้นเองค่ะ แฉลบล้มซี่โครงหัก 5 ซี่ เพิ่งออกรพ.มาค่ะ อิอิ
ต้องวนกลับไปอ่าน The top secret 2 ของ ทพ.สม สุจีรา อีกรอบค่ะ
จากเรื่องเล่าครอบครัวอาจารย์น่ารักมากๆเลยค่ะ
ขอให้อาจารย์หวยป่วยไวๆ นะคะ
ขอให้หายไวๆๆนะครับ หลานๆๆคงดีใจที่คุณหมอไม่ได้ตกกระไดพลอยโจร ฮ่าๆๆ
สวัสดีครับ คุณ jaja
ที่จริงก็คิดว่าตกบันไดจะเป็นยังไงหนอเกือบทุกวันแหละครับ มาแว่บเล็กๆ แต่ไม่ได้ตก คราวนี้เผอิญตกจริงๆ (ภาวนามานาน ฮึ ฮึ)
อาจารย์ขจิต
สวัสดีปีใหม่และขอบคุณครับ ดูเด็กๆเสียดายเล็กน้อยที่คุณพ่อไม่ได้ทำอะไรโลดโผนไปกว่านี้ แต่พอแก้เซ็งไปได้หนึ่งคืนน่ะครับ
สวัสดีค่ะ
ตอนแรกคิดว่าอาจได้อ่านเรื่องน่ากลัวและน่าตกใจ...
อมยิ้มกับครอบครัวน่ารักค่ะ....เด็กๆลุกนั่งกันหมด หน้าตาดีใจที่ไม่ต้องนอนเดี๋ยวนั้น พอทราบว่าพ่อต้องเย็บศอก ก็ตื่นเต้นกันใหญ่ แต่ดูไม่ค่อยจะสงสารพ่อเท่าไหร่ (เพราะพ่อทำท่าไม่ตื่นเต้นมั้ง)
มองอีกแง่ก็คือ เด็ก ๆ เขามีสติตั้งมั่น เข้าใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วไม่ว่าดีหรือไม่... ก็ต้องผ่านไปจนได้ ไม่ควรตกใจจนเกินไป...
ขอให้อาจารย์หายเร็ว ๆ นะคะ
ขอบคุณครับ
จริงครับ เด็กๆก็คงจะ sense จากสีหน้าท่าทางของพ่อแม่มั้งครับ ว่าไม่มีอะไรร้ายแรง (ไม่ว่าจริงๆจะเป็นอย่างไร) พอเลยภาวะวิกฤติ (ในใจ) ก็สามารถต่อไปอารมณ์สนุกได้อย่างรวดเร็ว (เป็นวาระเฉพาะหน้าที่พึงตักตวง)
ขอให้หายเร็วๆ นะครับอาจารย์
โชคดีปีใหม่นะครับ
มาเขียนบันทึกใน blog ได้แสดงว่ายัง OK
ขอให้หายเร็วๆนะคะ
ตอนเป็นหมอแล้วไปรับบริการที่ รพ.(ที่ตัวเองทำงาน) ก็จะได้บริการแบบ VIP .....อาจารย์ลองไปอีก รพ.ที่ไม่มีคนรู็จักสิครับ...จะไดรับบริการอีกแบบ
และ
สวัสดีปีใหม่คะอาจารย์
จดจำทุกอิริยาบถขณะตกบันไดได้แสดงว่าอาจารย์มีสติกำหนดรู้ทุกท่วงท่าเลยคะ
หายไวๆนะคะอาจารย์
ทั้งปีนี้...จะป็นปีทองของอาจารย์แน่นอนค่ะ
ด้วยความเคารพ
อัจฉรา กาญจนดิษฐ์ค่ะ
ป.ล. หนูทำหนังสือเชิญไปแล้วพร้อมทั้งแนบตัวโครงการไปด้วยค่ะ
แล้วหนูจะติดต่อเป็นระยะๆนะคะ
หายวันหายคืนนะคะ....โอมเพี๊ยง!!!
สวัสดีค่ะอาจารย์
สัปดาห์กว่าแล้วแผลหายสนิทดีหรือยังค่ะ ยังไงก็มีบาดแผลไว้เตือนสติค่ะ อิอิ
ขอนำมาลับมากราบครูค่ะ และขอให้ครูสุขภาพแข็งแรงยิ่งๆขึ้นนะคะ
เมื่องาน SHA ได้ฝากท่านวอญ่าไปกอดครูแล้ว วันนี้วันดีขอมากราบครูค่ะ
ตามมาขอบคุณค่ะ สำหรับคำแนะนำ น้ำพุใน 7-11 คือตู้สเลอบี้
ขอบคุณค่ะ