เทศกาลวันเด็กที่จะมาถึงปีนี้ เด็กน้อยของฉันคึกคักมาก ปีนี้หลายคนที่ไม่เคยกล้าแสดงออกก็ตัดสินใจร่วมฝึกซ้อมเพื่อแสดงความสามารถของตนเอง

เว้นแต่น้องแอล...กลับบอกว่าหนูไม่ขอแสดงนะคะ แต่ขอทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์และควบคุมเครื่องเสียง ทำหน้าที่เป็นดีเจให้เพื่อนๆห้อง ป.6/2 ฉันฟังแล้วดีใจมากในการบริหารจัดการตัวเองของน้องแอล เพราะน้องแอลไม่ถนัดในด้านนี้ เธอเรียบร้อยน่ารัก เสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่ อนุบาลจนย่างเข้าสู่ประถมศึกษาปีที่ 6

แต่เธอมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากเพื่อนคือทุกครั้งที่เพื่อนทำอะไรก็ตามเธอจะนั่งเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆปรบมือและยิ้มน้อยๆ ดวงตาของเธอมีประกายความสุข และเธอจะพูดเสมอว่า ไปซิ ทำซิ เดี๋ยวเราช่วย อย่างช่วงเชียร์กีฬาก็เช่นกัน เธอขอทำหน้าที่เป็นผู้เลือกเพลงที่จะร้องเชียร์ในแต่ละเกมการแข่งขัน และจัดการเรื่องเพลงว่าช่วงไหนจะให้เพื่อนๆน้องๆร้องเพลงอะไร เต้นเชียร์อย่างไร โดยที่ไม่เคยมีใครเห็นเธอเต้นหรือร้องเลย

หันไปดูโรงเรียนขนาดใหญ่ที่นั่งเชียร์คู่กัน ต่างคนต่างเชียร์กลุ่มตัวเอง โดยเสียงเพลงนั้นไม่มีสักเพลงที่ทำร้ายจิตใจกัน เพราะน้องแอล และเพื่อนๆเตรียมเพลงเชียร์สนุกตามประสาเด็ก เช่นเพลงนกกระยาง เพลง โอ้ทะเลแสนงาม เพลงนักกีฬาเข้มแข็ง เพลงมารช์นิคมเกลือ เพลงนิคมซีไชน์ สองเพลงนี้ฉันเรียบเรียงและแต่งให้ร้องเพื่อให้นักเรียนมีความภูมิใจ ในสถาบันที่ตนเองเรียน และภูมิใจในตนเอง นอกจากนี้ก็มีเพลงโอ้ทะเลแสนงาม อรีดัม ฯลฯ น้องแอลทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม เธอจัดการเลือกเพื่อนที่หน่วยเสียงดีที่ต้องร้องได้ไพเราะเสียงดัง และกระชับ ผู้ร่วมร้องเกิดความสนุก ทำหน้าที่แทนเธอ โดยเธอกำกับทุกอย่างผ่านการบอกกล่าวและกำกับการแล้วโดยเธอเรียกยังมือโปรที่นำทีมในด้านต่างๆมาร่วมวางแผน แสดงความคิดเห็นและตกลงกัน สำหรับฉันมีหน้าที่พยักหน้า และพูดให้กำลังใจ เสนอแนะบ้างบางโอกาส ให้การสนับสนุน และคุ้มครองให้ความปลอดภัยรับข้อผิดพลาดจากการทำงาน หากเกิดมีอะไรพลาดขึ้นมา

สำหรับเรื่องผู้นำเพลงนั้นน้องแอลมีผู้นำเพลง สามคน และให้โอกาสน้องป. 5 ได้ฝึกเป็นผู้นำเพลงในบางครั้งด้วย การเต้นเชียร์เธอแบ่งนักเต้นเป็นสองชุดบ้าง สามชุดบ้าง ให้สลับกันเต้นจะได้ไม่เหนื่อย เพราะต้องเชียร์เป็นเวลา 3 ชั่วโมง มีพักตอนยกธงขาวและตอนที่กรรมการประกาศเพื่อจะได้ไม่รบกวนการได้ยินของคนทั้งสนาม

มือกอง น้องแอลจัดมาสลับตีจำนวน 3 คน น่ารักมากๆ มีทั้งป.3 ป.4 ป5.เธอบอกว่า ป.6ไม่ต้องตีแล้วมาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ปีหน้าพวกเธอจบป6. ฉันก็ยังมีตัวแทนพวกเธอ ฉันฟังแล้วอึ้งๆๆมาก

ฉันสังเกตการทำงานของเธอเงียบๆ ปล่อยให้เธอแสดงเต็มที่โดยใช้นิ้งโป้งของฉันทำหน้าที่แอบยกนิ้วโป้งให้เธอและพูดว่า เยี่ยมมากแอล สุดยอด ลุยเลย เก่งมาก

ในการทำงานครั้งนี้ มีเรื่องหนึ่งที่ฉันไม่สบายใจ แต่ก็นิ่งดูเธอ เธอแก้ปัญหากองเชียร์ที่ขาดอุปกรณ์และทำท่าจะสู้กับเสียงโทรโข่งของอีกฝ่ายที่มีโทรโข่งมากถึง 5 ตัวใหญ่ไม่ได้ เขาใช้โทรโข่งร้องเพลงพร้อมกันหลายตัว มีครูช่วยร้องและมีครูนำเชียร์อีกหลายคน  เมื่อหันมามองกองเชียร์ของฉันก็มีฉันกับน้องครูอีกสองท่านคือน้องครูฉวีรรณ และน้องครูอดุลย์ ซึ่งในสองคนต้องวิ่งไปจัดการเรื่องอาหารนักกีฬาด้วย ส่วนฉันก็ไม่สบายด้วยไข้หวัด ฉันจึงต้องฝึกเด็กน้อยให้ช่วยตัวเองให้ได้มากที่สุด

กองเชียร์เรามีโทรโข่งเล็กๆเพียงตัวเดียวให้สามารถส่งเสียงร้องดังๆได้บ้างเล็กน้อย  เมื่อเวลาล่วงเลยไปกว่าครึ่ง กองเชียร์ของฉันเริ่มล้า เสียงชักเบาลง ฝ่ายเสริฟ์น้ำ เริ่มทำงาน และแจกลูกอม ฉันเห็นน้องแอลเรียกมือฉาบมากระซิบ และเห็นมือฉาบกระโดดขึ้นอัศจรรย์อีก 2 ชั้น ไปตีฉาบประกบใกล้ๆครูผู้คุมนักเรียนมาเชียร์ในมือถือโทรโข่งกำกับกองเชียร์ของตัวเอง  มือฉาบตีฉ่างๆๆๆ กลองก็รัว ทำเอาครูที่คุมกองเชียร์มานั้นต้องเดินหนี ขยับไปอีกด้านหนึ่ง การเปลี่ยนตำแหน่งยืนของผู้นำ เหมือนการเปลี่ยนแนวคิดกระทันหันของนักการเมืองหรือไม่ฉันไม่แน่ใจ แต่ที่เห็นคือทำให้กองเชียร์ขาดจังหวะการเชียร์ อีกทั้งเด็กที่เชียร์จะต้องมองครูนำเชียร์ครูนำร้องซึ่งต่างกับโรงเรียนของน้องแอล ครูของน้องแอลมีหน้าที่เสริฟ์น้ำ ส่งลูกอม ส่งผ้าเย็น ส่งน้ำและคอยมองหาว่าใครจะหมดแรงก็ต้องให้พัก และส่งสายตาแสดงความชื่นชมเป็นระยะๆ นอกนั้นน้องแอลแสดงเอง

กลยุทธอีกอย่างหนึ่งที่น้องแอลใช้คือเธอจะสั่งคำว่าสิงโตเชิด เท่านั้นแหละ กลองก็รัวเพลงจังหวะสิงโต เสียงฉาบดังก้องผ่างๆๆๆ ฉันอดขำเด็กน้อยของฉันไม่ได้ ที่ทำให้เด็กเมืองหันมาดู และหัวเราะขำ จนหลายคนไม่ได้ร้องเพลงตามครูที่นำเชียร์จนครูคุมมาสีหน้าเคร่งเครียด

อุปกรณ์เป็นสิ่งจำเป็นในการเชียร์ เช่น ผ้าสี กระดาษสีเพื่อแปรอักษร หรืออื่นๆที่ช่วยให้การเชียร์มีชีวิต มีสีสรรขึ้นมา หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ในสมัยเป็นเด็กนักเรียนประถมศึกษา ยิ่งเป็นโรงเรียนบ้านนอก กับโรงเรียนในเมืองด้วยแล้วจะเห็นความแตกต่างชัดเจน คงไม่ต้องพูดถึงกองเชียร์ในระดับที่สูงขึ้น หรือโรงเรียนใหญ่ๆในเมือง แค่เดินเข้าสนามก็เห็นความแตกต่างของความพร้อม และการสนับสนุนด้านงบประมาณ

แต่ถึงกระนั้นหากโรงเรียนไหนงบประมาณมาก แต่การเก็บเด็กให้สามารถทำกิจกรรมเหมือนๆกันในเวลานานๆ ไม่ได้ ก็ไม่สามารถนำพาให้กองเชียร์ทำงานได้ดี ซึ่งแทบจะไม่มีความหมาย กองเชียร์ของเราไม่มีเงินสนับสนุนเหมือนกองเชียร์ข้างๆ เรามีเพียงขวดพลาสติดเล็กๆที่เก็บจากถังขยะ เอามาล้างให้สะอาด ตากแห้งและใส่ก้อนกรวดเล็กๆลงไปให้พอเขย่าแล้วมีเสียง ปิดด้วยฝาขวดที่ทับด้วยกระดาษกาวย่น และมือเปล่าที่เราใช้เล่นกัน เป็นกองเชียร์ปากเปล่า ไม่มีเครื่องขยายเสียงเหมือนโรงเรียนอื่นๆ แต่เราก็ชดเชยในสิ่งที่เด็กขาดด้วยการให้กำลังใจ การพัฒนาให้เด็กสามารถทำงานได้ตัวเอง โดยฉันทำหน้าที่เพียงพี่เลี้ยงนั่งดูใต้เงาธงหน้าอัศจรรย์

อีกอย่างหนึ่งที่เห็นชัดคือเด็กในเมืองไม่ทนแดดทนร้อน ในขณะที่เด็กทะเลนั้นไม่กลัวแดด ไม่ต้องมีผ้าปิดแขนขา รองเท้าใส่เต้นไม่ถนัด ก็กอดออก ใครมีหมวกก็ใส่ ใครไม่มีก็ไม่ต้องใส่ และบางครั้งใส่ให้ยังเอาออก บอกว่ามันเกะกะ

ในขณะที่เฝ้ามองการทำงานของเด็กๆ ก็มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ชื่อผอ.ทองฮะ แต่ฉันไม่ทราบนามสกุล วันหลังทราบแล้วจะมาเติมเต็ม ได้ซื้อน้ำเย็นขวดเล็กๆมาแจกเด็กน้อย 40 กว่าชีวิตและ เดินมาเชียร์และให้กำลังใจเด็กน้อยของฉันด้วยความจริงใจ และสนุก ก็รู้สึกขอบคุณในน้ำใจของท่าน

อีกท่านหนึ่งที่ขับรถตามไปเป็นกำลังใจคือท่านรองผอ.รักษาราชการแทนผอ.โรงเรียนมาเกือบ 3 เดือนแล้ว ท่านบอกว่าเด็กของฉันเก่ง มีความพร้อมดี

สิ่งที่ฉันมุ่งหวังไว้คือเด็กน้อยของฉันแม้จะมีฐานะทางบ้านไม่บริบูรณ์เหมือนเด็กในเมือง แต่สิ่งที่เขาควรจะทำได้คือความสามารถที่จะนำความรู้ต่างๆมาปรับใช้ในชีวิตจริง โดยผ่านกิจกรรมต่างๆ และต้องมีชีวิตอย่างเศรษฐกิจพอเพียงให้ได้อย่างมีความสุข อีกข้อที่ฉันตระหนักตลอดเวลาคือการปฏิบัติตัวเป็นตัวอย่างที่ดี นำสิ่งสวยงามในธรรมะมาหลอม และสร้างให้เด็กน้อยแข็งแกร่ง ไม่อ่อนแอ ไม่ตกเป็นเครื่องมือของความไม่ถูกต้อง ฉันมักยกตัวอย่างของความดีทั้งหลายที่ฉันมั่นใจว่าจะช่วยให้เด็กน้อยเกิดการซึมซับ ได้เห็นได้สัมผัสให้มากไว้ รวมทั้งการสัมผัสด้วยตาโดยผ่านการอ่านบทความ เรื่องราวดีๆจาก G2K เด็กน้อยของฉันอาจด้อยในฐานะ  และด้อยเรื่องความเอาใจใส่จากทางบ้าน ด้วยภาระของครอบครัวปากกัด เท้าถีบ ก็จริงแต่พวกเขาต้องไม่จนปัญญาและความคิด

เมื่อภารกิจเรื่องกองเชียร์ของเราสิ้นสุดลง ฉันนำเด็กๆทำสุนทรีย์สนทนา เปิดใจ เปิดความรู้สึกพวกเด็กๆภูมิใจตนเอง ฉันรู้สึกดีใจมาก แต่ส่งหนึ่งที่ฉันต้องบอกให้เด็กๆทราบ แม้พวกเขาจะโต้แย้งก็ตาม คือการใช้ฉาบตีกลบเสียงของกองเชียร์อีกฝ่ายหนึ่ง ฉันสงสารผู้นำเชียร์คนนั้นจังเลย หูคงอื้อไปหลายวัน ฉันเห็นเขาพยายามแก้ปัญหาด้วยการหลีกไปร้องสั่งเด็กๆข้างบน ซึ่งไม่สามารถควบคุมการเชียร์ได้ดีไปกว่าการยืนนำหน้ากองเชียร์ และถึงอย่างไรฉันก็ภูมิใจเด็กน้อยของฉันที่สามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แม้จะไม่ดีเท่าที่ควร และนี่เป็นการเผชิญประสบการณ์ตรงของการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง

หลังจากนั้น ฉันไม่มีโอกาสรู้ว่าเด็กน้อยจะเข้าใจตามเจตนารมย์ของฉันหรือไม่ รวมทั้งเข้าใจความหมายที่ฉันพูดมากน้อยเพียงไร  ต่อจากนั้นเราได้ร่วมกันเสนอความคิดเห็น ด้วยการนำภาพความคิดย้อนกลับไปสู่เหตุการณ์บนอ้ศจรรย์เชียร์ ค้นหาข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น และร่วมกันแสดงความคิดเห็นถึงแนวทางแก้ปัญหา รวมทั้งสรุปค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น นอกเหนือจากค่ารถที่โรงเรียนจัดหาให้

หากเรามีโอกาสร่วมกิจกรรมแบบนี้อีกฉันควรจัดหางบประมาณด้านชุดหรีดเดอร์ ขนมอาหารว่าง เพราะคนเชียร์ไม่ได้ไปนั่งดูเฉยๆ เราไปใช้พลังงาน ใช้เสียง ใช้ไหวพริบปฏิภาณ สมองและร่างกายย่อมเหนื่อยล้า และต้องการอาหาร น้ำเพียงขวดคนละขวดเล็กๆไม่พอสำหรับกองเชียร์ ที่ต้องอยู่เชียร์บนอัศจรรย์ท่ามกลางแดดที่แผดเผา ลูกอมที่ช่วยให้ชุ่มคอ ฉันซื้อน้อยไป ไม่พอให้อม ได้มากกว่า 2 ครั้ง อันที่จริงตั้งใจจะหามะนาวผลสดๆมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ โรยเกลือแจก แต่ทำไม่ได้ โอกาสหน้านะลูก

และสุดท้ายเราร่วมกันสรุปบทเรียนครั้งนี้ ว่า

    สนุกได้ ชนะได้ แต่ต้องไม่ให้ผู้อื่นเดือดร้อน

ขอขอบคุณนักเรียนทุกคนที่ร่วมแรง

 ร่วมใจกันทำกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายให้ลุล่วงไปด้วยดี

และขอบคุณที่ร่วมกัยเสียสละทรัพย์ส่วนตัว

เพื่อความสวยงามต่อสายตาประชน... แป่ววว!!!!

 

ขอติดรูปไว้ก่อนคะ