วันนี้เป็นวันแห่งความทรมานมากๆ ครับ สืบเนื่องจากเมื่อวานอาการจอเค็บ เจ็บคอเริ่มให้เห็นอาการแล้ว วันนี้หนักกว่าเดิม อันเนื่องจากต้องเป็นวิทยากรชวนคุยตลอดวัน ผลก็คือ ตอนนี้เจ็บคอมากกกกกกกกกกกกกกก ไม่มีเสียงเหลือแล้วครับ ไอ้ที่สำคัญ พอเตาฟิกรู้ว่า อาบีย์ไม่มีเสียงจะพูดด้วยแล้ว ก็ยิ่งมากระเซ้าจะให้พูดด้วย พอพูดด้วยก็หัวเราะร่า บอกว่า อาบีย์พูดเหมือนเป็ดในโทรทัศน์เลย เดาว่าคงจะหมายถึงโดนัลดักกระมัง ฮือ ฝากไว้ก่อนเถอะเตาฟิกกกกกกกก

ตลอดวันต้องเป็นวิทยากรเกี่ยวกับการเขียนเค้าโครงวิจัยให้กับสาขาวิชาภาษาอังกฤษครับ ความจริงมีประสบการณ์เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเยอะแยะจะเล่าให้ฟังครับ แต่จนใจจะพูดจริงๆ เลยเน้นการคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เดาเอาว่า ความประทับวันนี้ของผู้เข้าร่วมคงน้อยหน่อยครับ ก็ยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งหายครับ

ส่วนช่วงเที่ยงนัดทีมงานประกันคุณภาพมหาวิทยาลัยรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกันครับ (ฟังเหมือนเยอะครับ ความจริงคือทีมงานมีเพียง  3 คน ฮา) ทานข้าวไปคุยงานไปครับ ยอมรับว่า ตอนนี้ผมเริ่มเคลียดครับ จะบอกงัยดี ผมคิดว่า เราต้องหาจุดอ่อนให้เจอ เราจึงจะเดินหน้าได้อย่างเข้มแข็งครับ แต่จากการคุยกับหลายๆ ส่วน ตอนนี้ผมกลับพบว่า ทุกคนกลับมองไม่เห็นจุดอ่อนของตัวเอง แต่เห็นจุดอ่อนของอีกฝั่งหนึ่ง แล้วทุกคนก็เกิดความท้อถอยที่จะเดินไปข้างหน้าครับ 

จากการได้คุยครบสองฝ่าย ตอนนี้ผมเริ่มเชื่อมั่นสมมติฐานของผมมากขึ้นแล้วครับว่า ผมเข้าใจถูก และคิดว่าวิธีการต่อไปสำหรับการประกันคุณภาพของมหาวิทยาลัยจะต้องเห็นผลแห่งความสำเร็จครับ (อินชาอัลลอฮ์) เพียงแต่คนที่จะเป็นมือไม้อาจจะต้องใช้เวลาสร้างใหม่สักนิดหนึ่ง ฮือ คิดว่าผมน่าจะมีคนช่วยผมเยอะครับ 

อีกหลักคือ เครื่องมือครับ เครื่องมือที่น่าจะต้องเกิดขึ้นจากแต่ละหน่วยงานสำหรับการจัดการประกันคุณภายภายในของตัวเอง ที่นอกจากจะมีประสิทธิภาพในแง่ของการรวบรวมข้อมูลที่เป็นปัจจุบันได้แล้ว จะต้องสร้างให้เกิดการมีส่วนร่วมของคนในหน่วยงานให้ได้มากที่สุดครับ ฮือ โจทย์นี้ต้องเป็นโจทย์ที่แต่ละหน่วยงานต้องทำ ไม่ใช่งานของประกันทำให้ 

ตอนนี้เห็นปัญหาแล้วครับ อีกไม่นานคงเห็นทางออก แต่วันนี้อะไรๆ ก็ไม่เอื้อที่จะเริ่ีมแก้ปัญหาเลยครับ อันเนื่องจากโทรศัพท์หาใครก็ไม่ได้ พูดไปเขาก็ไม่รู้เรื่องครับ ขนาดคุยกับเตาฟิกๆ ยังหาว่าเป็นโดนัลดักเลย ฮือ พรุ่งนี้จะคุยงานรู้เรื่องมัยเนี๊ยะ