กลับมาที่งานครับ แขกทยอยเข้างานอย่างต่อเนื่องจนเริ่มจะรับแขกกันไม่ทัน ด้านนอกก็เริ่มหาที่จอดรถยาก แขกมาจากทั่วสารทิศ บางท่านไม่บอกมาล่วงหน้ามาถึงสนามบินไม่มีคนไปรับก็นั่งแทกซี่มาที่งาน บางท่านที่ประสานงานไว้ผมได้ส่งรถไปรับ เด็กๆก็ถูกต้อนไปอยู่ในห้องที่จัดไว้โดยเฉพาะ

     บนเวทีก็เริ่มด้วยดนตรีที่พรรคพวกของน้องชายมาช่วยงาน อาจารย์เพียร เดี่ยวโซปราโนแซกโซโฟน เดินเข้ามาในงาน ทำให้งานดูหรูหรา  จากนั้นคุณนิตยา ยั่งยืน ดีเจสาวสวยก็ทำหน้าที่พิธีกร เล่าให้ฟังคอนเซปของงาน จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของน้องมายด์ เด็กเก่งของสตรีภูเก็ตอีกคนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดร้องเพลงของสยามกลการ ร้องเพลงทรายกับทะเล ได้อย่างน่าฟังมาก

     ตามมาด้วยน้องเกษซึ่งเป็นน้องสาวของน้องแก้มเดอะสตาร์ ร้องเพลงทะเลยังอิจฉา อย่างได้อารมณ์ อ้อ..เด็กเก่งสตรีภูเก็ตอีกเช่นกัน ก็ผมเป็นประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนนี้นี่ครับ แหะๆ.....

     เนื่องจากเราจัดงานแบบทะเล บนเวทีจึงมีภาพทะเลแหลมกา(ภูเก็ต)และมีนางเงือกที่แหลมสมิหรามานั่งอยู่บนก้อนหินที่แหลมกา การแสดงและเพลงที่ร้องก็จะเกี่ยวเนื่องกัน การแสดงชุดต่อมาทำให้ทุกสายตาในงานหันไปมองเพราะเด็กนักเรียนตัวเล็กๆจากโรงเรียนวิทยาสาธิต(อนุบาล)ออกมาแสดงจินตลีลาชุดฝากฟ้าทะเลฝันอย่างน่ารัก อ้อ..ไม่ต้องสงสัย ผมเป็นรองประธานกรรมการสถานศึกษาของที่นี่ด้วยครับ แฮ่....

      จากนั้นต่อด้วยความอลังการงานสร้างด้วยนักเรียนสตรีภูเก็ตจำนวน ๓๐ คน ขึ้นไปเต็มบนเวทีร่วมกันร้องเพลงภูเก็ตเมืองงามและเพลงสงขลา เพราะเจ้าบ่าวอยู่ภูเก็ต ส่วนเจ้าสาวเป็นสาวหาดใหญ่ จ.สงขลา

     ถึงเวลาโกไข่ ซึ่งเป็นอาของเจ้าบ่าวจัดมินิคอนเสริ์ตเริ่มด้วยเพลง “ความคิดถึงกำลังเดินทาง” ช่วงนี้มีการเซอไพรซ์เล็กๆให้เจ้าบ่าวและแขกทั้งงานเมื่อนายสน คู่ Duo ของโกไข่ขึ้นมาร่วมร้องเพลงให้หลานอย่างไพเราะ ๑ เพลง เพลงต่อมาเป็นเพลงกราบหลวงพ่อแช่ม ซึ่งอยู่ในอัลบั้มเพลงภูเก็ตที่โกไข่แต่ง ผมบอกโกไข่ให้ร้องเพลงนี้เป็นการเปิดตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวแบบกลมกลืน แทนที่จะให้พิธีกรประกาศเชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นบนเวทีเหมือนงานอื่น พอโกไข่เริ่มดนตรี เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็เดินตรงไปกราบหลวงพ่อแช่มซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณงาน และน้องเนติ์น้องหนอมเป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวคู่แรกที่กราบหลวงพ่อแช่มก่อนขึ้นเวที จากนั้นทั้งสองก็ขึ้นเวที...

     พิธีการต่อมาก็ให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวเอาพวงมาลัยข้อมือมอบให้พ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย แล้วพ่อแม่เจ้าบ่าวก็คล้องพวงมาลัยให้เจ้าสาว และพ่อแม่เจ้าสาวคล้องพวงมาลัยให้เจ้าบ่าว เป็นการยอมรับลูกเขยลูกสะใภ้ เรียกว่างานนี้ใช้แขกน้อยที่สุด อิอิ เนื่องจากท่านวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตมาร่วมงาน คุณพ่อของผมจึงให้เชิญท่านผู้ว่าฯขึ้นให้โอวาทคู่บ่าวสาว (ความจริงผมขอให้คุณพ่อขึ้นให้โอวาทกับคู่บ่าวสาวเพราะถือเป็นมงคลสำหรับลูกหลาน แต่ท่านบอกว่าต้องให้เกียรติผู้ใหญ่ ซึ่งผมก็เชิญไม่ถูกไม่เหมือนกันเพราะผู้ใหญ่ไปร่วมงานเยอะ หากเชิญผู้พิพากษาหัวหน้าศาลขึ้นกล่าว แล้วอธิบดีอัยการฝ่ายคดีแรงงานเจ้านายผมซึ่งอาวุโสกว่า แต่พอเชิญอธิบดีผม แล้วอธิบดีศาลล่ะ จึงมาลงตัวที่ท่านผู้ว่าฯเป็นกลางดี แฮ่ะๆ)

     ถัดจากนั้น ก็เป็นหน้าที่ผมที่จะต้องกล่าวขอบคุณแขกในนามเจ้าภาพทั้งสองฝ่าย แต่งานนี้ต้องมีเซอไพรซ์ ผมกับคุณแอ๊ดเลือกเพลงที่จะร้องอวยพรให้ลูกคือเพลง “พรรักจากสวรรค์” เพลงนี้หากฟังธรรมดาก็จะรู้สึกว่าเพลงนี้เพราะดี ถ้าแขกร้องอวยพรคู่บ่าวสาวก็รู้สึกว่าเหมาะสม แต่พอพ่อร้องอวยพรให้ลูกและลูกสะใภ้มันเกิดอารมณ์อีกแบบที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวรับรู้ถึงความรักที่พ่อมีให้อย่างเต็มหัวใจ เจ้าสาวถึงกับร้องไห้ เจ้าบ่าวน้ำตาไหล คนร้องหันไปมองเล่นเอาเสียงเครือไปเหมือนกัน แต่ความซาบซึ้งนี้มิได้รับรู้แต่เพียงเจ้าบ่าวเจ้าสาว กลายเป็นว่าแขกทั้งงานก็รับรู้ความรู้สึกของผม น้ำตาคลอเช็ดน้ำตากันป้อยๆทั้งงาน เลยทำให้ข้อบกพร่องในงานแต่งน้องเนติ์ถูกมองข้ามไป ไชโย....

     เดิมเมื่อจบแล้วจะให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวร้องเพลง “ให้เธอ” แต่พอใกล้จะถึงวันเจ้าบ่าวชักไม่แน่ใจขอไม่ร้องเพลง ก็เลยจะให้โกไข่และพี่ๆน้องๆร้องเพลงนี้ให้เจ้าบ่าวเจ้าสาว แต่ทุกคนก็งานยุ่งในที่สุดก็เลยต้องมอบหมายให้วงดนตรีเล่นและร้องเอง แต่ตอนนั้นไมค์อยู่ในมือเจ้าบ่าวเจ้าสาวอยู่แล้ว นักร้องในวงร้องไปเจ้าบ่าวก็ยกไมค์ขึ้นมาร้องไปด้วย เจ้าสาวก็ร้องไปด้วยดูเป็นธรรมชาติดี จบแล้วก็เชิญคู่บ่าวสาวไปขอบคุณแขกตามโต๊ะ ตบท้ายด้วยความน่ารักของเด็กอนุบาลในจินตลีลาชุด “ไข่มุกอันดามัน” แล้วก็ปล่อยให้วงดนตรีเล่นแบบสบายๆ มีญาติผมขึ้นไปร้องเพลงด้วย แถมร้องเพลง “หนาวตัก” ถ้าจำไม่ผิดก็เป็นเพลงในภาพยนตร์เรื่องดัชนีนาง ซึ่งเนื้อเรื่องเกิดที่สงขลา ทั้งเสียงของผู้ร้องกับบรรยากาศแบบทะเลทำให้แขกมาร่วมงานรู้สึกเพลิดเพลินกับงานอย่างไม่รู้ตัว เวลาแขกลุกขึ้นจากโต๊ะเดินกลับออกไปจากงานเหมือนอิ่มกับการไปชมคอนเสริ์ต ผมถือว่างานประสบความสำเร็จค่อนข้างงดงาม

     วันนั้นเมื่อส่งแขกแล้วผมกับคุณแอ๊ดรู้สึกโล่งใจหายเครียด เราเลี้ยงดูลูกของเรามาตั้งแต่เล็ก ให้เขาได้เรียนจนจบการศึกษามีความรู้ เปิดร้านให้เขาทำธุรกิจของตัวเอง เมื่อได้เวลาเหมาะสมก็ให้เขามีครอบครัว หน้าที่ของพ่อแม่ของเราวันนี้สมบูรณ์มาตามขั้นตอนทุกอย่าง จะมีความสุขใดจะเท่ากับการที่เห็นลูกมีความสุข มีครอบครัว ถึงวันนี้ เราก็คงตั้งหน้าตั้งตารอเจ้าตัวเล็กหลานปู่หลานย่า แต่ที่รอมากกว่าผมก็โน่น..คุณพ่อคุณแม่ของผมที่รอจะเป็นทวดต่างหาก อิอิ..